
เออีซีไหวหรือ?
โดย...ธนพล ไชยภาษี
โดย...ธนพล ไชยภาษี
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกวุ่นวายมาทั้งปีจากวิกฤตหนี้กรีซ ต่อเนื่องมายังวิกฤตในจีน ตลอดมาจนถึงความวิตกกังวลต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด พลันทำให้ลืมนึกถึงไปว่า ปลายปีนี้แล้วที่สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะเข้าสู่การเป็นประชาคมร่วมทางเศรษฐกิจกันแล้ว
แต่กระนั้น จากสภาพเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงมากมาย กำลังจะกลายเป็นสิ่งท้าทายว่าเออีซีจะสามารถเดินหน้าไปได้ตลอดรอดฝั่งได้หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจับตามองกันอย่างยิ่งครับ
ประเด็นหลักๆ ของเออีซีนอกเหนือจากการเปิดเสรีในด้านแรงงาน 8 สาขาวิชาชีพแล้ว (แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ วิศวะ สถาปนิก บัญชี ท่องเที่ยว และการสำรวจ) ก็คือการลดอุปสรรคทางการค้าทางภาษีที่สินค้าหลายรายการจะถูกลดภาษีลงเหลือ 0% และอีกหลายรายการที่จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แต่กระนั้นก็ตาม จะเห็นได้ว่า 5 ประเทศหลักของอาเซียน ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ในขณะนี้สถานะทางเศรษฐกิจต้องถือว่าเข้าขั้นป่วยกันพอสมควรทีเดียว จากผลกระทบจากวิกฤตโลกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงตลอดทั้งปีที่ผ่านมานี้
มาเลเซียค่าเงินริงกิตร่วงไปแล้วตั้งแต่ต้นปีถึง 11% ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียก็ร่วงลงไปแล้ว 13.5% ส่วนค่าเงินไทยก็หลุด 36 บาท/เหรียญสหรัฐไปแล้ว
อีกทั้งการค้าโลกในปีนี้ยังค่อนข้างซบเซา ประกอบกับสินค้าโภคภัณฑ์มีราคาตกต่ำ รวมไปถึงราคาน้ำมันซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของหลายประเทศโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาเลเซียที่เจอกับปัญหาการตกต่ำของราคาน้ำมันปาล์มและน้ำมันดิบด้วย
สภาวะทางเศรษฐกิจที่ยากลำบากเช่นนี้ ยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงทั่วโลกว่า หลายประเทศที่เริ่มไม่มั่นใจกับสถานะทางเศรษฐกิจของตัวเองนั้น จะเริ่มใช้มาตรการกีดกันทางการค้า หรือนโยบายปกป้องตัวเอง รวมไปถึงการแข่งขันกันลดค่าเงินจนทำให้เกิดสงครามค่าเงินกันด้วย
ความวิตกกังวลนี้ไม่ใช่พูดขึ้นมาลอยๆ แต่ถึงกับเป็นวาระสำคัญในที่ประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ หรือ จี20 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ถึงกับต้องมีการหารือ และทำความเข้าใจร่วมกันว่าจะไม่มีการแข่งขันกันลดค่าเงิน และใช้นโยบายปกป้องตัวเอง
แต่สถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องยากครับ โดยเฉพาะสำหรับเออีซีนั้น ปัญหาที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ประเทศสมาชิกอาจจะงัดมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี หรือ Non-tariff Trade Barrier เข้ามาใช้แทน
ต้องจับตากันต่อไปครับว่า ในที่สุดแล้วการเข้าสู่เออีซีจะช่วยอะไรอาเซียนได้บ้าง ในยามที่โลกป่วยไข้แบบนี้







