posttoday
กระบี่มือหนึ่งของไทย

กระบี่มือหนึ่งของไทย

09 กันยายน 2558

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ประเทศไทยของเรานี้พอใกล้จะเข้าตาจนมักจะมีคนดีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้ทุกที ที่ผ่านมาปีกว่านี้เองก็เพิ่งเห็นกันไป แล้วอย่างน้อยคนเกือบครึ่งประเทศก็เทใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีของเราพารัฐนาวาผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปได้ แต่วิกฤตที่หนักหนาตอนนี้ก็คือวิกฤตเศรษฐกิจ ถึงแม้ผู้รู้หลายท่านจะเถียงว่ายังไม่ถึงขนาดวิกฤต ซึ่งผู้เขียนเองก็เห็นด้วย แต่ได้เขียนไว้ตั้งแต่ 2–3 เดือนที่แล้วว่าเรายังไม่ถึงวิกฤตเศรษฐกิจก็จริง แต่ถ้าแก้ไขไม่ดีก็ถึงตัวแน่ เพราะวิกฤตครั้งนี้เกิดขึ้นทั้งจากนอกประเทศและในประเทศ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี สำหรับภายนอกประเทศ ผลกระทบที่ใกล้ตัวที่สุดคือประเทศจีน ซึ่งกำลังปรับอัตราการเติบโตการผลิตลดลงเกือบ 50 จุด ส่วนเรื่องตลาดหุ้นในจีนก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร

ส่วนในประเทศนั้น ตลาดที่ผู้เขียนเคยไปๆ ไม่ว่าจะ สามย่าน นางเลิ้ง บองมาร์เช่ พอบ่ายสองโมงกว่าก็ปิดกันแล้ว ผิดกับเมื่อก่อนที่บ่ายสามโมงยังมีคนขายกันอยู่ ถามคนแถวนั้นก็บอกว่าเงียบมากๆ ตลาดนัดแถวบ้านผู้เขียนนั้นไม่ต้องพูดถึง แทบจะไม่มีอะไรมาขายนอกจากเสื้อผ้า ซึ่งไม่ใช่ของเน่าเสีย ขายไม่ออกก็เก็บไปแล้วนำมาขายใหม่คราวหน้า ส่วนห้างใหญ่ๆ แถวสี่แยกราชประสงค์ที่ขายสินค้าแบรนด์เนม
นั้น เรียกได้ว่าเงียบจนเข็มตกสักเล่มก็คงได้ยิน คนที่เข้าไปถ้าไม่ใช่สาวกแบรนด์เนมนั้นๆ จริงๆ แล้วก็ไม่มีใครเข้าไปซื้อ

ตอนนี้จึงต้องถามหากระบี่มือหนึ่งทางเศรษฐกิจของไทยแล้ว ที่ขุนพลท่านตั้งมาทั้งคนเก่าและคนใหม่หมาดๆ จะถือเป็นกระบี่มือหนึ่งของไทยได้หรือยัง แต่ละคนขึ้นชื่อว่าเป็นคนเก่งทั้งคู่ คนหนึ่งนั้นเป็นนักเศรษฐศาสตร์ มองภาพมาโคร และตั้งใจวางรากฐานต่างๆ ให้มั่นคง ซึ่งนักการเมืองไม่ว่าสมัยไหนก็ไม่มีวันทำ เพราะไม่ได้คะแนนเสียง รากฐานที่วางนั้นเป็นสาระสำคัญ ถือเป็นแก่นที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยในอนาคต แต่ผลที่จะเกิดต้องใช้เวลา แถมการใช้จ่ายของรัฐบาลที่หวังจะให้ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจก็ยังไม่สามารถทำได้ สภาพหดหู่จึงเกิดขึ้น

ส่วนคนใหม่ที่มาก็มาแบบหวือหวา โยนเงินลงไปที่ผู้มีรายได้น้อย ทำอย่างรวดเร็ว ตรงเป้า สร้างความมั่นใจทางเศรษฐกิจขึ้นมาได้บ้าง เป็นการแก้ปัญหาที เพราะส่งเงินลงไปยังผู้ที่ขาดจริงๆ และเมื่อได้รับก็ต้องใช้ในการอุปโภคบริโภค เงินจะได้หมุนไปๆ ฟังแล้วช่างคุ้นหูจริงๆ นอกจากนี้ มาตรการที่ออกมา ทั้ง กองทุนหมู่บ้าน ให้กู้ปลอดดอกเบี้ย 2 ปี แจกเงินตำบลละ 5 ล้านบาท และเร่งลงทุนโครงการไม่เกิน 1 ล้านบาท แม้ผู้นำจะบอกว่าไม่เหมือนโครงการสมัยนายกฯ ทักษิณ เพราะให้ทั่วถึง ไม่แจกเฉพาะบางกลุ่มบางพวก แต่จะคุมได้อย่างไร ไม่มีการพูดถึงวิธีการควบคุมตรวจสอบ ดูแล้วก็เหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ แถมยังเป็นขวดที่ใหญ่กว่าเดิม ที่สำคัญจะควบคุมอย่างไรให้ผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้กู้เงินไปใช้ในทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่กู้เงินไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องละเป็นหมื่นๆ เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆ ในเมื่อเขาเหล่านั้นเป็น Generation ที่โตมากับความฟุ่มเฟือย ที่รัฐบาลก่อนเป็นคนบ่มเพาะเมล็ดไว้ ทราบหรือไม่ว่ากระเป๋าและเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่หิ้วกันเข้ามาในประเทศนั้นขายดีที่สุด คือขายออกไปต่างจังหวัด เมื่อมาตรการประชานิยม มาร์เก็ตติ้ง หรือจะเรียกชื่ออะไรก็ตามกลับมาอีก จะป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ถึงเงินจะสะพัดกันพึ่บพั่บก็เหมือนไฟไหม้ฟาง จะทำให้เศรษฐกิจมั่นคงได้อย่างไร

หวังแต่ว่าขุนพลท่านจะมองเห็นจุดอ่อน จุดแข็ง ของทั้งคนเก่าและคนใหม่ รากฐานอะไรที่วางไว้ดีแล้วก็อย่าไปรื้อ แต่ควรสานต่อ มาตรการของ BOI ที่จะกระตุ้นนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนานั้นดีมากๆ เป็นเรื่องที่ควรสานต่อไป มาตรการภาษีที่จะเป็นแรงจูงใจให้มีการลงทุนโดยตรงในประเทศ ลงทุนด้านวิจัยพัฒนาทางเทคโนโลยีที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติมาเกือบปีแล้วช่วยเร่งให้มีการดำเนินการเสียที และวิธีการก็ไม่ควรให้ยุ่งยากด้วย คราวนี้ก็หวังว่าขุนคลังที่มาจากภาคเอกชนจะไม่อืดอาดเงื้อง่าอยู่อีก รวมไปถึงมาตรการการจัดซื้อโดยรัฐที่จะต้องซื้อนวัตกรรมที่ได้มาตรฐานของคนไทย ควรขยายขนาดสัดส่วนการจัดซื้อเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่จะทำให้เศรษฐกิจของไทยก้าวไปอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ฮือฮาเหมือนไฟไหม้ฟาง แล้วก็จบลงในรูปแบบเดิมๆ ที่ต้องหว่านเงินกันอยู่ตลอดเวลา

ที่สำคัญคือ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งจะหยุดไม่ได้ ขอเพียงให้โปร่งใส ติดตามตรวจสอบได้ ให้ผู้มีความรู้เรื่องเทคนิคในด้านนั้นๆ มีโอกาสเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง

ในเมื่อขุนพลมีกระบี่มือหนึ่งอยู่ถึงสองคนที่ควรจะทำงานต่อเนื่องกันได้ จึงหวังว่าจะสามารถเลือกจุดแข็งของทั้งสองมาต่อกันให้ดี กระบวนการหรือชื่อนั้นไม่สำคัญ แต่สาระที่เป็นแก่นแท้อยู่ตรงไหน ควรหยิบมาให้ประชาชนตาดำๆ ได้ชื่นชมกันบ้าง ไม่เช่นนั้นเงินที่หว่านลงไป นอกจากจะทำให้หนี้ภาคครัวเรือนที่สูงอยู่แล้วสูงขึ้นไปอีก แล้วยังอาจเป็นเงินที่จะสูญเปล่าเหมือนที่ผ่านๆ มา

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง