posttoday
การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ : วัฒนธรรมทางการเมืองแบบไหน

การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ : วัฒนธรรมทางการเมืองแบบไหน

09 กันยายน 2558

ด้วยเสียงข้างมาก 135 คะแนน ต่อ 105 คะแนน และงดออกเสียง 7 คะแนน สะท้อนถึงพฤติกรรมทางการเมืองของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อันนำมาสู่การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผลลัพธ์ที่ได้คือ การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ การสรรหาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่เกิน 21 คน ควบคู่กับการสรรหาสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไม่เกิน 200 คน ภายในวันที่ 6 ต.ค.นี้ เป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

ด้วยเสียงข้างมาก 135 คะแนน ต่อ 105 คะแนน และงดออกเสียง 7 คะแนน สะท้อนถึงพฤติกรรมทางการเมืองของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อันนำมาสู่การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผลลัพธ์ที่ได้คือ การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ การสรรหาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่เกิน 21 คน ควบคู่กับการสรรหาสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไม่เกิน 200 คน ภายในวันที่ 6 ต.ค.นี้ เป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

ปรากฏการณ์การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนี้ จึงน่านำมาพินิจการเมืองกับแนวคิดวัฒนธรรมทางการเมือง ดังนี้

1.ปรัชญาสูงสุดแห่งการปกครองแบบประชาธิปไตย ให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตมนุษย์ที่ต้องคำนึงถึงการใช้เหตุผลของมนุษย์ เชื่อว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐที่รู้จักการใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือสำคัญของการตัดสินใจทั้งปวง เป็นสภาวะของมนุษย์ในสังคมการเมืองที่ต้องมี “ปัญญาและความรู้ที่ดี” ที่อธิบายได้แบบวิทยาศาสตร์สากล ไม่งมงาย ไม่ไร้สาระ ไม่ยึดติดกับคำสั่งใด เป็นตัวของตัวเอง

การใช้เหตุผลจึงมีความหลากหลายหากเพียงแต่ว่าเหตุผลของมนุษย์คนใดเป็นความจริงที่สุด และมีคำถามตามมาอีก “ความจริงที่สุด” คืออะไร หากเทียบเคียงกับคำถามตรรกะนี้คือ “รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด จริงที่สุด คืออะไร” ที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย

หากสิ่งที่ต้องพินิจพร้อมๆ กัน คือความจริงที่สุดที่ว่านี้อยู่ในบริบทสังคมแบบไหน ในสังคมไทยเรื่องของความจริงขึ้นอยู่กับ ความเชื่อของคนว่าถูกปลูกฝังค่านิยมทางการเมือง ทัศนคติ หรือวิถีชีวิตทางการเมืองที่ติดปากเรียกว่า “วัฒนธรรมทางการเมือง” ถูกกล่อมเกลาทางสังคมให้มีลักษณะของแบบไพร่ฟ้า กล่าวคือ ไม่เน้นความเป็นจริงแบบวิทยาศาสตร์ ไม่เน้นการให้เหตุผลมากนัก เน้นความเป็นจริงที่มาจากอำนาจนิยม หรือการคำนึงถึงผลประโยชน์เฉพาะหน้า

หากเป็นเช่นนี้แล้ว ความจริงที่สุดไม่อาจปรากฏขึ้นได้เพราะถูกครอบงำจากวัฒนธรรมทางการเมืองแบบไพร่ฟ้า คงเป็นจุดอ่อนสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย

2.จุดอ่อนและจุดเด่นของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อะไรคือความจริงที่สุด เป็นเรื่องที่มีมุมมองแตกต่างกันไป หลักการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่อาศัยหลักการการยอมรับเสียงข้างมากหรือยุติลงที่เสียงข้างมาก เคารพ
และคำนึงถึงเสียงข้างน้อย ก็นับได้ว่าเป็น
เครื่องมือแบบประชาธิปไตยเชิงปริมาณ เป็นการตกผลึกหลังจากได้ใช้หลักการเหตุผลต่อสู้กันแล้วฝ่ายชนะคือเสียงข้างมาก ความจริงที่ติดใจมากที่สุดคือเรื่อง “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ” ที่เกรงจะเกิดปัญหาการใช้อำนาจรัฐที่ซ้อนกัน หรือเป็นการสืบทอดอำนาจของ คสช.

รวมถึงประเด็นที่มาของ สว.จากการสรรหาที่มีมากกว่าการเลือกตั้ง ถือได้ว่าเป็นความจริงที่เป็นเหตุผลหลักของการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ คสช.ก็มิอาจปฏิเสธมติแห่งเสียงข้างมากนี้ได้ และกลับเป็นเหตุผลอีกแบบหนึ่งที่ว่าเพื่อต่ออายุการปกครอง คสช.นานขึ้น และก็เป็นความจริงที่ว่าแล้วใครจะมารับงานของ คสช. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะถูกใจประชาชนอีกหรือไม่

3.การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ อาจนำรัฐธรรมนูญเก่าที่ถูกฉีกทิ้งแล้วนำมาปรับปรุงใหม่ หรือแม้ร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกคว่ำไปอาจนำบางส่วนมาปรับใหม่ หรือยกร่างเขียนใหม่ โดยทั้งนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน แต่ต้องไม่ลืมว่าเป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เรื่องพื้นฐานสำคัญที่สุดคือ ความจริงที่สุดของสังคมการเมืองไทยเป็นอย่างไร มีรัฐธรรมนูญแล้วจะเป็นประชาธิปไตยเลยใช่หรือไม่

คำตอบที่จริงที่สุดคือ “ไม่” เพราะอิทธิพลของแนวคิดวัฒนธรรมทางการเมืองแบบ
ไพร่ฟ้ายังไม่ได้รับการแก้ไขให้รองรับสนับสนุนการปกครองแบบประชาธิปไตย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ของการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ความละเอียดอ่อนของสิ่งที่ควรเอาใจใส่ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่มากขึ้น คงหนีไม่พ้นการวิเคราะห์วัฒนธรรมทางการเมืองแบบไพร่ฟ้าให้เป็นแบบประชาธิปไตยได้อย่างไร หลายคนพยายามหาบทสรุปเรื่องของความจริงของสังคมไทยว่ายังไม่ใช่บรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย

เป็นบรรยากาศแห่ง คสช.ที่กำลังเปลี่ยนผ่านให้เป็นประชาธิปไตยก็เป็นเรื่องที่ใช้เหตุผลกันมาก โดยเฉพาะเหตุผลอันเป็นคำถามสำคัญของการเมืองไทยมาโดยตลอด คือ “ท่านคิดว่าเผด็จการจะสร้างประชาธิปไตยได้หรือไม่” และจะต้องทำอย่างไร แบบไหน และใช้เวลานานเท่าไร จะเป็นสูตรหรือตามโรดแมปของ คสช.ใช่หรือไม่ ความจริงคือการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องไม่ใช่เฉพาะแต่ คสช.เท่านั้นที่รับผิดชอบ

หากแต่เจ้าของอำนาจอธิปไตยคือประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ประชาชนมีวิถีแบบ
ไพร่ฟ้ายังถูกครอบงำด้วยเหตุผลจอมปลอมมาสนับสนุน ให้หลักการเสียงข้างมากมีปัญหา ก็ยังไม่พ้นวงจรอุบาทว์ที่เป็นการเปลี่ยนผ่านโดยกลุ่มทหาร หรือนักเลือกตั้ง (สร้างรัฐธรรมนูญเลือกตั้ง ขัดแย้งกับยุบสภา/ทำลายรัฐธรรมนูญ/สร้างรัฐธรรมนูญใหม่)

4.การสร้างประชาธิปไตยโดย คสช. จึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความจริงที่มีเหตุผลแบบสังคมไทยที่แท้จริงโดยยุทธศาสตร์และกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่ต้องสร้างความตระหนักให้เกิดสำนึกกับประชาชนที่ต้องเข้ามาเป็นเจ้าของแห่งการเปลี่ยนแปลง ให้มีความผูกพันมากที่สุดระหว่างเจ้าของอำนาจอธิปไตย (ประชาชน) กับผู้ปกครอง (คสช.)

ถึงแม้จะมีการสร้างบันไดการมีส่วนร่วมที่เป็นการออกเสียงประชามติก็ยังคงเป็นปัญหาของการตีความใช้เหตุผลของคำว่า “เสียงข้างมากของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” การออกเสียงระดับใด จะเอากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด หรือจะให้ราคาเพียงเสียงข้างมากเท่าใดก็ได้ของผู้มาใช้สิทธิ ต่างก็มีนัยสำคัญต่างกัน จึงเป็นเรื่องการให้เหตุผลว่าความจริงที่สุดของเรื่องนี้คืออะไร แล้วแบบใดที่ถือได้ว่า“เกิดความชอบธรรมทางการเมือง”

นี่ยังไม่รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา อาทิ หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่โดนใจประชาชนถูกคว่ำโดยเสียงข้างมากโดยการทำประชามติ คงเป็นปัญหาของการเมืองไทยอย่างมากกลายเป็นวงจรอุบาทว์ขึ้นอีก ดังนั้น 21 อรหันต์กับ คสช.คงต้องทำงานหนักมากที่ต้องทำให้เกิดความปรองดองและความมั่นคงแห่งรัฐเป็นสำคัญ

ระบอบประชาธิปไตยในฝันคงต้องทบทวนใหม่ เน้นที่คนมากกว่าเหตุผลเดิมว่าต้องสร้างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยก่อนแล้วจะทำให้เกิดระบอบประชาธิปไตย พบว่ามันค่อนข้างล้มเหลว มันสลับซับซ้อนมากกว่าอธิบายด้วยเหตุผลใดได้ คงต้องตอบแบบหนักแน่นว่า “อย่าท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร ไม่เรรวน ผวาภวังค์ คิดกังขา...” &O5532;

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน