posttoday
ออมสินพร้อมอัดฉีด แบงก์ออกตัวต้องเลือกลูกค้า

ออมสินพร้อมอัดฉีด แบงก์ออกตัวต้องเลือกลูกค้า

09 กันยายน 2558

ธนาคารออมสิน ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี ตอบรับและมีความเห็นต่อมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2558 หลากหลาย ภายหลังจากอนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหมด 5 มาตรการ แบ่งเป็น 3 มาตรการการเงิน และ 2 มาตรการภาษี

ธนาคารออมสิน ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี ตอบรับและมีความเห็นต่อมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2558 หลากหลาย ภายหลังจากอนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหมด 5 มาตรการ แบ่งเป็น 3 มาตรการการเงิน และ 2 มาตรการภาษี

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง คาดว่าจะมีสินเชื่อเข้าสู่ระบบเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากกว่า 1 แสนล้านบาท อาทิ ธนาคารออมสินให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลนธนาคารพาณิชย์ ดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี และให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ต่อเอสเอ็มอีไม่เกิน 4% ต่อปี

นอกจากนั้น ครม.ยังอนุมัติมาตรการการลดภาษีให้ผู้ประกอบการที่มีกำไรตั้งแต่ 300,001–3 ล้านบาท เหลือ 10% ของกำไร จากเดิมที่เสียภาษี 15% เป็นเวลา 2 รอบบัญชี และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับระยะก่อตั้งกิจการ (SMEs Start Up) ที่จดทะเบียนระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2558–31 ธ.ค. 2559 คาดว่าจะมีเอสเอ็มอีใช้สิทธิประมาณ 8,200 ราย เกิดการลงทุนรวมกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท และรัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 270 ล้านบาท/ปี

พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีระยะแรกที่ออกมา เน้นอัดฉีดเงินให้ลูกหนี้ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มที่มีหนี้เยอะ มีโอกาสลดหนี้ หรือรีไฟแนนซ์ไปธนาคารอื่นเพื่อลดภาระดอกเบี้ยลง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ค้างชำระสูง หรือใกล้เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้กิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มั่นใจว่ามาตรการระยะแรกของรัฐจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เนื่องจากลูกค้าไม่ได้ต้องการสินเชื่อไปขยายธุรกิจ เพราะการบริโภคซบเซา ส่งออกไม่โต แม้อัดฉีดเงินเข้าไปก็ไม่ได้ช่วยให้ลูกค้าขายของได้มากขึ้น ขณะที่ธนาคารยังมุ่งเน้นการควบคุมคุณภาพหนี้อยู่ แต่ปัจจุบันเอ็นพีแอลกลุ่มเอสเอ็มอีเกือบ 3% เริ่มชะลอลงแล้ว

ไตรรงค์ บุตรากาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารพร้อมเข้าร่วมมาตรการซอฟต์โลนของธนาคารออมสิน แต่อาจต้องเลือกลูกค้าที่มีคุณภาพดี เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างแคบ

ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารพร้อมจะจัดสรรเงินกู้ช่วยเหลือเอสเอ็มอี1 แสนล้านบาท ผ่านไปยังสถาบันการเงินต่างๆ ทั้งนี้ ธนาคารได้ปล่อยกู้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาลในระยะแรกแล้ว รวม 1.3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการปล่อยกู้ให้กับเอสเอ็มอี 1 แสนล้านบาท และกองทุนหมู่บ้าน 3 หมื่นล้านบาทโดยไม่กระทบต่อสภาพคล่องของธนาคาร เนื่องจากมีเงินฝากรวมกว่า 2 ล้านล้านบาท และมีสภาพคล่องกว่า 3 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ วงเงินกู้ซอฟต์โลน 1 แสนล้านบาท ได้กันวงเงินประมาณ 8,000 ล้านบาท ไว้ปล่อยกู้ให้กับเอสเอ็มอีในกลุ่มต่างๆ ได้แก่ สินเชื่อประมง 1,000 ล้านบาท สินเชื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 1,000 ล้านบาท สินเชื่อเอสเอ็มอีท่องเที่ยวและบริการ 1,000 ล้านบาท สินเชื่อผู้รับเหมาก่อสร้างงานภาครัฐ 2,000 ล้านบาท และสินเชื่อเอสเอ็มอีเพื่อเสริมสภาพคล่อง วงเงิน 3,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มปล่อยเงินกู้ให้กับสถาบันการเงินได้ภายในสัปดาห์หน้า

วัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย.จะหารือกระทรวงการคลังเรื่องค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี สาระสำคัญเรื่องภาระการชดเชย โดยเอ็นพีแอลที่เกิดขึ้น 30% บสย.จะรับผิดชอบ 100% ของหนี้เสียใน 15% แรก ส่วนหนี้เสียอีก 15% บสย.และธนาคารพาณิชย์จะรับผิดชอบร่วมกันคนละครึ่ง

เพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอทีเอสเอ็มอี) และประธานที่ปรึกษาสภาเอสเอ็มอี กล่าวว่า มาตรการกลุ่มสตาร์ทอัพที่ทำธุรกิจด้านนวัตกรรมและเกษตรแปรรูป ยกเว้นภาษี 5 ปี จะส่งผลดีให้ธุรกิจที่กำลังเริ่มต้นใหม่ ขยายธุรกิจได้มากขึ้น จึงมีโอกาสอยู่รอดในระยะยาวได้

ที่ผ่านมาธุรกิจเอสเอ็มอีที่อยู่รอดมีสัดส่วน 50% อีก 50% จะอยู่ไม่รอด แต่เมื่อมีมาตรการนี้แล้วจะทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพอยู่รอดมากขึ้นในสัดส่วน 70% และอยากเสนอให้ภาครัฐเปิดให้ธุรกิจที่อยู่ในเครดิตบูโรสามารถเข้ามากู้เงินกับสถาบันการเงินได้

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด