
ผบ.ตร.เผยเล็งดำเนินคดีแท็กซี่รับแก๊งบึ้มด้วย
"สมยศ" เผยอาจดำเนินคดีแท็กซี่รับผู้ต้องหาคดีระเบิดด้วย ชี้ให้การมีพิรุธ ระบุยังไม่ได้รับรายงาน ยูซูฟู ซัดทอดผู้บงการ
"สมยศ" เผยอาจดำเนินคดีแท็กซี่รับผู้ต้องหาคดีระเบิดด้วย ชี้ให้การมีพิรุธ ระบุยังไม่ได้รับรายงาน ยูซูฟู ซัดทอดผู้บงการ
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการสอบปากคำ หรือคำให้การของ นายมีไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาตามหมายจับ ส่วนที่บอกว่ามีผู้บงการอยู่เบื้องหลังชื่อว่านายอีซานหรือชื่ออื่นๆนั้นตนยังไม่สามารถบอกได้ หากมีข้อเท็จจริงก็เป็นหน้าที่ของชุดสืบสวนสอบสวนต้องดำเนินการ
"วันนี้ได้คุยกับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.)ถามว่ามีเหตุการณ์อย่างนี้จริงหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ก็บอกว่าไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น ส่วนข่าวที่บอกว่ามีผู้สงสัยหนีไปทางมาเลเซีย หรืออยู่ที่ชายแดนแถวมาเลเซียนั้น เป็นข้อมูลที่รับฟังมาแต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันขนาดว่ามีผู้ต้องสงสัยหรือผู้ที่ร่วมก่อการหนีเข้าไปในมาเลเซียแล้วหรืออยู่ที่ภาคใต้"ผบ.ตร.กล่าว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ขบวนการนี้มีเป็น 10 ในกลุ่มบางคนรู้จักกันแต่บางคนไม่รู้จักกันเลย วิธีการค่อนข้างจะลึกลับซับซ้อน มีการส่งข้อความผ่านโซเชียล เทคโนโลยีใหม่ๆ ตำรวจก็ต้องใช้ความสามารถเข้าไปสู่ความลึกลับซับซ้อนนั้นให้ได้
อย่างไรก็ตามไม่ทราบรายละเอียดการสอบปากคำนายยูซุฟู เชื่อว่าหากคำให้การเป็นประโยชน์เจ้าหน้าที่คงนำมาใช้ประโยชน์ ส่วน จะรับสารภาพหรือไม่ก็ไม่จำเป็นเพราะเรามีพยานหลักฐานหลายๆอย่างมาประกอบ ไม่ขอนำมาเปิดเผยเพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนการสอบสวน
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีเพียงการแจ้งข้อหาและออกหมายจับในความผิด ข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์ ในพื้นที่สน.หนองจกอก และสน.มีบุรี มีอะไรเป็นหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุระเบิด 2 จุดหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า หลักฐานเยอะแยะที่สามารถระบุได้ว่ามีส่วนร่วมกับขบวนการนี้
"ผมเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่จะทำงานยากและเจ้าหน้าที่ยัง ต้องสืบหาตัวผู้ร่วมขบวนการที่ยังไม่พบ หรืออาจมีมากกว่านี้ให้ได้ก่อน จะให้ระบุชัดเจนว่าขบวนการนี้มีกี่คนยังทำไม่ได้ ผมว่าตัวผู้ต้องหาอาจจะรู้จักไม่กี่คนเฉพาะกลุ่มที่ทำงานร่วมกัน แต่คนอื่นๆได้มีการสื่อสารกันแต่อาจจะไม่รู้จักกันก็ได้ การรับคำสั่งอาจรับมาเป็นทอดๆก็ได้ คนต้นทางกับกลางทางอาจรู้จักกัน โดยไม่รู้จักคนปลายทาง เชื่อว่าเขามีการคิดการวางแผน กำหนดวิธีการมาอย่างดี นี่คือความซับซ้อน"ผบ.ตร.กล่าว
พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ในเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่าจะแจ้งข้อหาใดบ้าง ยังบอกไม่ได้ว่าตอนนี้จะแจ้งข้อหาก่อเหตุระเบิด หรือก่อการร้ายได้หรือไม่ เข้าประเด็นข้อกฎหมายอะไร สอบถามไปทางพล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้ความว่ากำลังดำเนินการอยู่ทุกอย่าง
"แม้แต่คำให้การของคนขับแท็กซี่เองก็ยังมีความสับสนไม่ตรงกันในแต่ละครั้ง ตอนแรกบอกรับผู้ต้องหาหน้าตึกชาญอิสระ อีกวันบอกไม่ใช่ ไปรับที่พระราม3 แม้แต่คนไทยยังพูดไม่ตรง ถามอีกวันบอกมึน บางครั้งอาจมีการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยการรับส่ง เคลื่อนย้ายชาวต่างชาติไปตามจังหวัดต่างๆ ซักถามแท๊กซี่บางคันที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง อ้างว่าไม่รู้จักกับบุคคลเหล่านี้ แต่มีการพูดคุยกันกว่า 20 นาที เป็นไปได้อย่างไรว่าไม่รู้จักกัน คุยตั้ง 20 นาที บอกว่าตัวอยู่ ฝั่งธนฯ ได้รับโทรศัพท์ จึงไปรับกลุ่มผู้ต้องหาที่ย่านรามคำแหง เมื่อซักมากๆก็ตอบเลี่ยงไปเลี่ยงมา เพราะกลัวมีความผิดว่าส่งคนพวกนี้ขึ้นรถทัวร์ไปภาคใต้ อาจมีการดำเนินคดีกับแท็กซี่ด้วยเพราะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งชาวต่างชาติ แต่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่สุดท้ายกลายเป็นความผิด"พล.ต.อ.สมยศกล่าว
เมื่อถามว่านายยูซูฟูรับว่าเป็นคนประกอบระเบิด หรือนำระเบิดมายังที่ก่อเหตุ หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า คงคล้ายๆอย่างนั้น ขณะที่ จากการสืบสวนสอบสวน พบว่า นายอาเดม คาราดักและนาย ยูซูฟู ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พักอยู่ในห้องเดียวกัน ส่วนมีรายงานว่าจับชายเสื้อเหลืองได้นั้นยังไม่ยืนยัน







