posttoday
ภาค4สั่งตรวจสอบข่าวโจรใต้ประกาศหยุดยิง

ภาค4สั่งตรวจสอบข่าวโจรใต้ประกาศหยุดยิง

13 กรกฎาคม 2553

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในกองทัพภาคที่ 4 สั่งตรวจสอบข่าวกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบประกาศหยุดก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 3 อำเภอนราธิวาส

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในกองทัพภาคที่ 4 สั่งตรวจสอบข่าวกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบประกาศหยุดก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 3 อำเภอนราธิวาส

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในกองทัพภาคที่ 4  ได้สั่งตรวจสอบข่าวจาก สำนักข่าวอามาน ได้อ้างข้อมูลของ เว็ปไซต์  Jane's Intelligence Weekly ประจำวันที่ 9 ก.ค ที่ผ่านมา  ว่า แนวร่วมแบ่งแยกดินแดนชาวมลายูมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนใต้ ประกาศเมื่อวันที่ 10 ก.ค. เพื่อหยุดยิงภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่รัฐ วัตถุประสงค์หลักคือการระงับความขัดแย้งที่ยาวนานมากว่า 6 ปี สิ่งแรกของการระงับการหยุดยิงก็เพื่อแสดง“ความจริงใจในการเจรจาทางด้านการเมืองของสามจังหวัดภาคใต้”
 
นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์คือเพื่อแสดงศักยภาพของกลุ่มที่สามารถออกคำสั่งและควบคุมแนวร่วมในพื้นที่ได้  ได้ประกาศถึงการระงับการหยุดยิงที่ครอบคลุมพื้นที่ใน3 อำเภอคือ อำเภอระแงะ  ยี่งอ และเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. และจะสิ้นสุดในวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา  แนวร่วมได้ตัดสินใจระงับการปฏิบัติการทางการทหารและได้สื่อสารกับรัฐบาลแต่ไม่ได้รับการเผยแพร่คำแถลงการณ์การหยุดยิงนั้น
 
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดับสูงในพื้นที่ กล่าวว่า  การประกาศหยุดยิงในพื้นที่ 3 อำเภอของจ.นราธิวาส  ซึ่งขณะนี้ได้ให้หน่วยข่าวในพื้นที่ ติดตามการข่าวในเชิงลึกว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร  เพราะยังไม่มีการเรียกร้องเป็นเงื่อนไข ในการหยุดยิง หรือหยุดการก่อเหตุของกลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด  จึงไม่แน่ใจว่า ข่าวที่ออกมาจะเป็นจริงหรือไม่
           
สำหรับสำนักข่าวอามานได้รับการยืนยันกับบุคคลที่น่าเชื่อถือในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่า นายกัสตูรี มะฮฺโกตา รองประธานพูโล และโฆษกประจำขบวนการพูโลที่พำนักอยู่ในสวีเดน ยืนยันเรื่องนี้ว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีในการยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยกับชาวมลายูที่มีมานานกว่า 101 ปี อาบู เมาลา หรือเปาะอาบู ผู้ประสานงานในประเทศกลุ่มพูโล
 
ทั้งนี้ยังได้ยืนยันกับสำนักข่าวอามานว่า ในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมามีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างตัวแทนขบวนการพูโล (PULO) กับขบวนการบีอาร์เอ็น โคออดิเนต (BRN-C) ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันที่จะต่อสู้ในนาม ขบวนการเพื่ออิสราภาพชาวมลายูปาตา หรือ  the Pattani Malay Liberation Movement (PMLM)  วัตถุประสงค์ของการทำข้อตกลงในครั้งนี้เพื่อยกระดับความเข้มข้นในการต่อสู้กับรัฐบาลไทย และเพื่อเอกภาพขององค์กรในการเจรจากับรัฐบาลไทย
 
นอกจากนี้ยังมีการการแบ่งหน้าที่กัน โดยให้ BRN-C เป็นฝ่ายปฏิบัติการ(กองกำลัง) ส่วนพูโลจะทำหน้าที่ดำเนินการทางการเมืองต่างๆ ทั้งในประเทศและระดับระหว่างประเทศ โดยการประกาศหยุดยิงครั้งนี้ เป็นก้าวแรกของการยืนยันกับรัฐบาลไทยว่า พูโลและ BRN-C มีศักยภาพในการควบคุมสถานการณ์ และสามารถเป็นตัวแทนขบวนการต่อสู้ของชาวมลายูมุสลิมเพื่อเจรจาหาแนวทางสันติภาพกับรัฐบาลไทย ทั้งนี้ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยและขบวนการต่อสู้ของชาวมลายูปัตตานียืดเยื้อมาอย่างยาวนานเป็นเวลา 101 ปี หลังจากที่ปาตานี ( จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสี่อำเภอของสงขลา) ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐไทย
อย่างไรก็ตามเมื่อมีการบรรลุข้อตกลงระหว่างรัฐไทยกับอังกฤษ เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2452 (Macrh 09,1909) ผลจากสนธิสัญญาฉบับดังกล่าวมีผลให้ปาตานีถูกผนวกรวมเข้ากับรัฐไทย ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าปาตานีต้องตกเป็นส่วนหนึ่งของรัฐไทย ด้วยอุบัติการณ์ของประวัติศาสตร์การเมืองในสมัยอาณานิคม โดยปราศจากความตกลงใด ๆ จากประชาชาติปาตานี  และเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาครบรอบ 101 ของสนธิสัญญาดังกล่าว
 
โดยตลอดระยะเวลาร้อยกว่าปีการต่อสู้ของประชาชาติมลายูปาตานีเพื่อเรียกร้องแผ่นดินปาตานีคืนจากรัฐไทยทั้งผ่านระบบการเมืองในรัฐสภา การเรียกร้อง 7 ข้อของฮัจยีสุหลง ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการแห่งสันติวิธีแต่ก็ถูกรัฐไทยสมัยนั้นตีตราว่าฮัจยีสุหลงและพรรคพวกเป็นกบฏของแผ่นดินและนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างปริศนา จนในที่สุดช่วงปี ค.ศ. 1960 ได้เกิดขบวนการเรียกร้องและต่อสู้ด้วยอาวุธเพื่อปลดปล่อยปาตานีก็เกิดขึ้นและจนกระทั่งถึงทุกวันนี้        
 
แต่เหตุการณ์กลับปะทุและรุนแรงสุดในต้นปี  2547 ด้วยยุทธการปล้นอาวุธในค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส และทวีความรุนแรงสูงสุดตลอดปี 2548, 2549 และ2550 และไม่มีทีท่าว่าจะยุติได้ถึงแม้ว่ารัฐทุ่มเทงบประมาณมหาศาลก็ตามแต่   ถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลาหกปีที่ผ่านมาจะมีความพยายามอย่างลับๆของผู้นำประเทศและฝ่ายทหารในการพบปะพูดคุยกับแกนนำของขบวนการในตะวันออกกลางแต่ก็ยังไม่มีข่าวความคืบหน้าจากรัฐบาลไทยในยุคของพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะสารต่อเรื่องนี้หรือไม่ประการใดแม้ว่าจะมีองค์กรต่างประเทศที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางอย่าง HDC ในการเชื่อมต่อให้กับทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันก็ตาม    
      
ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 15.15 น.วันที่ 13 ก.ค.พ.ต.ท.ประสม หลวงพูล สวป.สภ.ยะหา จ.ยะลา พร้อมกำลังออกตรวจสอบบริเวณถนนสาย 4077 (ยะหา-บันนังสตา) หลังได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บ้านซีเซะ หมู่ 5 ต.บาโระ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมา พร้อม พ.ต.อ.สวัสดิ์ เตียวิรัตน์ ผกก.พ.ต.ท.อัครโยธิน บุญวิโรจน์ สว.สส.รุดไปสอบสวน ที่เกิดเหตุอยู่ถนนช่วงยะหา-ปะแต ห่างจากที่ว่าการอำเภอยะหาไปราว 4 กม.พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าสีบรอนซ์หมายเลขทะเบียน กธ-9280 สงขลา จอดอยู่ริมถนน กระจกด้านหลังขวาแตก พบเลือดเปรอะอยู่บริเวณที่นั่งคนขับ ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อนายอับดุลรอมัน อาเซ็งรอยิ อายุ 50 ปี เป็นผู้ใหญ่บ้านหมูที่ 5 บ้านซีเซะ ถูกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดเจาะไหล่ขวากระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่อาการสาหัส มีผู้นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหาแล้ว
 
ในที่เกิดเหตุไม่พบหลักฐานใด ๆ จึงตามไปสอบผู้บาดเจ็บที่ รพ.ปรากฏว่าถูกส่งต่อไปยัง รพ.ศูนย์ยะลาแล้วสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอับดุลรอมัน ขับรถเก๋งออกจากที่ว่าการอำเภอยะหา เดินทางกลับบ้านภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม มาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน ซึ่งคาดว่าได้ติดตามนายอับดุลรอมันมาตลอดได้ขับรถปิกอัพยี่ห้อโตโยต้าสีบรอนซ์ทองไม่ทราบหมายเลขทะเบียนไล่ติดตาม จังหวะขับแซงคนร้ายบนกระบะท้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงถล่ม จนนายอับดุลรอมันได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับรถหลบหนีไปทางบ้านปะแต อย่างรวดเร็ว ส่วนคนร้ายคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบชุดที่ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 14 เสียชีวิต 3 นาย ที่หมู่ 8 บาโระ เมื่อตอนบ่ายวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท