คสช.เป็นรัฐบาลปฏิวัติ อยู่นานสุดหลัง 14 ตุลา 16
ผลโหวตที่ผ่านมานั้นชัดและปฏิเสธไม่ได้ว่าทหารเกี่ยวข้องกับกระบวนการโหวต
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
ในที่สุดร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2558 ต้องคว่ำลงด้วยมือของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) “โพสต์ทูเดย์” คุยกับ ศ.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนักวิชาการกลุ่มมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เพื่อประเมินทิศทางการเมือง หลังการเลือกตั้งจะยาวไปอีกอย่างน้อย 1 ปี
ศ.อรรถจักร์ บอกว่า แรงเสียดทานตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นจากกลุ่มการเมือง นักวิชาการ หรือใน สปช.ก็ตาม ทำให้ 2-3 วันหลังจากนี้ รัฐบาลและ คสช.ตระหนักดีว่า หากปล่อยให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน สปช.ไปสู่การทำประชามตินั้นจะไปต่อไม่ได้ เพราะการวิพากษ์วิจารณ์จะมากขึ้น และสุดท้ายก็จะถูกคว่ำด้วยมือประชาชนอยู่ดี
ขณะเดียวกัน การ “ขอเวลา” อีก 1 ปีก็จะทำให้รัฐบาลมีโอกาสในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเมือง ให้ร้อนแรงน้อยลง เพื่อลงจากอำนาจอย่างสง่างาม มากกว่าจะลงจากอำนาจโดยที่ปัญหาทั้งหมดยังคาราคาซัง
“หากผ่าน สปช. แต่ไม่ผ่านด้วยประชามติ การโจมตีจะไม่ได้อยู่ที่กรรมาธิการยกร่างฯ หรือ สปช.เท่านั้น แต่ทหารจะต้องรับแรงเสียดทานแทน ผมคิดว่าเป็นการเล่นละคร เพราะผลโหวตที่ผ่านมานั้นชัดและปฏิเสธไม่ได้ว่าทหารเกี่ยวข้องกับกระบวนการโหวต โดยเฉพาะคนที่มียศ-ข้าราชการ นั้นเห็นชัดว่าเขาโหวตไม่รับไปในทิศทางเดียวกัน”
ศ.อรรถจักร์ บอกอีกว่า กระบวนการที่ยาวไปอีก 1 ปีเศษหลังจากนี้ กระแสชนชั้นกลางอาจจะแฮปปี้ที่รัฐบาลมีเวลา “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ไปอีก 1 ปี แต่คนอีกจำนวนหนึ่งก็จะตั้งคำถามเช่นเดียวกันว่า รัฐบาลชุดนี้ได้ปฏิรูปอะไร และปฏิรูปเพื่อใคร
ส่วนจังหวะเคลื่อนไหวหลังจากนี้ ศ.อรรถจักร์ เชื่อว่า 21 คน ที่เป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ จะร่างรัฐธรรมนูญโดยใช้ฐานจากรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานกรรมาธิการยกร่างฯ อย่างไรก็ตามจะถูกปรับลงให้เบาที่สุด โดยประเด็นอย่าง “สว.สรรหา” ที่มีอำนาจล้นฟ้าอาจจะเปลี่ยน ขณะเดียวกันกระบวนการรับฟังความเห็นจากประชาชนจะต้องจับต้องได้มากขึ้น
“อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) อาจจะยังมีอยู่ เพราะเขาต้องการอำนาจนอกระบบเพื่อดูแลนักการเมือง และต้องการคงอำนาจไว้ต่อ เพียงแต่การกำกับ หรือที่มาของ คปป.อาจจะดูดี รวมถึงต้องตอบคำถามสังคมได้มากขึ้นว่าที่มาจะมาอย่างไร”
ส่วนคำถามที่ว่า กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญจะยาวนานไปไม่รู้จบ เหมือนกับสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ ศ.อรรถจักร์ ยังเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะสภาพทางการเมือง-สังคม เปลี่ยนไปมาก ถ้าหากบิดจากโรดแมปที่มีอยู่ขนาดนี้ไปหลายเดือน ประชาชนก็จะเริ่มรับไม่ได้แล้ว
“โชคดีที่เขาสร้าง สปช.มาเป็นปราการป้องกันตัวเองไว้ ทำให้พอถูไถตามโรดแมปเดิม แต่ถ้าหลังจากนี้ 6-8 เดือน ยังไม่คืบหน้า หรือยังร่างรัฐธรรมนูญที่มีปัญหามาอีก ประชาชนจำนวนมากจะออกมาบนท้องถนน เพื่อเรียกร้องให้มีการคืนอำนาจอย่างแน่นอน”
ขณะที่จุดยืนของ ศ.อรรถจักร์ และกลุ่มมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนนั้น คือการนำเอารัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้ หรือหากทำไม่ได้ เพราะกลัวจะให้อำนาจกับนักการเมืองมากไป ก็ขอให้นำรัฐธรรมนูญ 2550 มาใช้ก็ยังดี แต่หากเป็นเช่นนั้น คำถามสำคัญที่ คสช.ต้องตอบก็คือว่าการรัฐประหารได้เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
นอกจากนี้ ศ.อรรถจักร์ ยังเสนอให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นึกถึงกระบวนการเพิ่มอำนาจประชาชน เช่น เพิ่มกระบวนการออกกฎหมายโดยประชาชนง่ายขึ้น แทนที่จะ 2 หมื่น อาจจะเหลือแค่ 5,000 หรือ 8,000 คน หรือหากพบว่า สส.หรือรัฐมนตรีที่มาจากพื้นที่มีเรื่องด่างพร้อย ก็โยนกลับไปให้คนในพื้นที่โหวตออกด้วยเสียงกึ่งหนึ่ง
“เช่น ผมได้รับโหวตมาด้วยเสียงสามหมื่น ถ้าจะโหวตผมออกก็ต้องมีเสียงเกินหมื่นห้า นี่คือการป้องกันการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย หรือการทุจริตบนฐานของชาวบ้าน”
ครั้งแรกหลัง 14 ตุลาฯ ที่รัฐบาลอยู่ยาวขนาดนี้
“นี่เป็นครั้งแรกหลังปี 2516 ที่รัฐบาลจากรัฐประหารอยู่ยาวขนาดนี้ ถามว่าทำไมถึงอยู่นาน ผมคิดว่า อย่างแรกคือ รัฐบาลนี้มีภาพยึดโยงกับสถาบันสูงสุดไว้อย่างแนบแน่น การยึดโยงแบบนี้หมายความว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่ายังมีสถาบันที่ทรงปกปักรักษาประชาธิปไตย ก็เลยเบาใจ
“ส่วนอีกข้อก็คือ ความขัดแย้งเหลือง-แดง ทำให้คนจำนวนมากหวาดเกรงที่จะกลับอย่างนั้น แต่ถ้าวัดคะแนน ณ ตอนนี้ รัฐบาลทหารไม่ได้มีคะแนนที่สูงอะไร เพียงแต่ว่าไม่มีใครที่อยากจะออกมาม็อบแบบเดิมอีกแล้ว
“ผมคิดว่าสังคมไทยยังคงอดทนกับอำนาจ เพราะตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2549 มันมีเหตุการณ์ความรุนแรงเยอะมาก ไม่ว่าจะปี 2551 2553 หรือช่วงการชุมนุม กปปส. ขณะที่การชุมนุมที่ถนนอักษะของกลุ่มคนเสื้อแดงก่อนการรัฐประหารนั้น เสื้อแดงหลายคนยอมรับให้ผมฟังว่าใช้เงินจ้างคนชุมนุมเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราจะเริ่มเห็นว่าทุกคนก็ไม่มีใครอยากปะทะ ไม่มีใครอยากให้เป็นแบบคราวที่แล้ว วันนี้เลยไม่มีม็อบ เพราะสุดท้ายทุกคนก็ต้องกัดฟันทน ทำให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ต่อไปได้อีก”ศ.อรรถจักร์ ระบุ







