"ลำปาง" ปิดทางประชาพิจารณ์ แก้ไขชื่อจังหวัด
ความเห็นที่ต่างกันในเรื่องของการเปลี่ยนชื่อจังหวัดลำปางยังคงมีการขับเคี่ยวด้วยเหตุผลกันต่อไป
โดย...อัศวิน วงศ์หน่อแก้ว
ชื่อจังหวัดลำปางยังเป็นข้อถกเถียงกันในแวดวงคนลำปาง หลังจากสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง ขอเพิ่มคำว่า “นคร” ที่สูญหายไปกว่า 100 ปี เป็นชื่อจังหวัดนครลำปางเช่นในอดีต ซึ่งทางจังหวัดลำปางก็ยืนยันว่าไม่ได้เปลี่ยนชื่อไปใช้ชื่อใหม่ แต่เป็นการขอเพิ่มคำ เพื่อกลับไปใช้ชื่อที่เคยมีมาในอดีต
อธิภูมิ กำธรวรรินทร์ ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ที่ออกมาคัดค้านการเปลี่ยนชื่อ “จังหวัดลำปาง” ให้เป็น “จังหวัดนครลำปาง” โดยย้ำว่าต้องมีการทำประชาคม รับฟังความคิดเห็นของคนลำปางก่อน โดยออกจดหมายเปิดผนึกว่า การเปลี่ยนชื่อจังหวัดเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากกระทบต่อประชาชนทั้งจังหวัดในหลายมิติ ทั้งทางนิติกรรม เศรษฐกิจ สังคมแวดล้อม รวมตลอดถึงความรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาเป็นเวลา 100 ปี การเปลี่ยนชื่อจังหวัดยังไม่มีความชัดเจนและเหตุผลอย่างเพียงพอ ประกอบกับไม่มีการแจ้งให้ประชาชนชาวลำปางทราบ
“การส่งเรื่องให้สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางพิจารณาในฐานะตัวแทนประชาชน แต่การเปลี่ยนชื่อจังหวัดส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน จึงควรพิจารณาการรับฟังความคิดเห็นผ่านการทำประชาพิจารณ์ให้ครอบคลุมประชากรชาวจังหวัดลำปางโดยส่วนใหญ่”
ทั้งนี้ อธิภูมิเตรียมจะยื่นหนังสือขอให้มีการทำประชาพิจารณ์ในงานฝึกอบรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองภาคประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย ประจำปี 2558 ซึ่งจัดขึ้นโดย อบจ.ลำปาง ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ ซึ่งวิทยากรจากสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปางจะนำเสนอกรอบในการประชุมหารือ การเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการขอใช้ชื่อจังหวัด
ด้าน มงคล สุกใส รอง ผวจ.ลำปาง พร้อมด้วย อุดมศักดิ์ ศักดิ์มั่นวงศ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง บพิตร วิทยาวิโรจน์ วัฒนธรรมจังหวัดลำปาง และ ศักดิ์เสริญ รัตนชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประวัติศาสตร์ลำปาง ได้ร่วมกันแถลงความชัดเจนกรณีจะขอเพิ่มคำว่า “นคร” เข้าไปในชื่อจังหวัด ให้เป็น “จังหวัดนครลำปาง”
รอง ผวจ.ลำปาง ชี้แจงว่า เพื่อให้ชาวลำปางเกิดความเข้าใจที่ตรงกันว่า ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่เป็นการขอเพิ่มคำที่ตกหล่นไปในอดีตเมื่อ 100 ปีก่อน ให้ชื่อจังหวัดในปัจจุบันกลับมาใช้อย่างถูกต้อง ส่วนกรณีภาคเอกชนและชาวลำปางออกมาท้วงติง และไม่เห็นด้วยในการจะขอใช้ชื่อดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องแปลกประหลาดอะไร จะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย โดยเฉพาะทางด้านประวัติศาสตร์ของลำปาง ส่วนคำถามว่าจะดีต่อเศรษฐกิจของจังหวัดหรือไม่ ในเรื่องนี้ตอบไม่ได้ แต่เชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อภาพรวมของจังหวัด ที่จะไม่ทำให้เลวร้ายลง
“ขอย้ำต่อชาวลำปางทุกคนว่า ประชากรกว่า 758,000 คนจะไม่กระทบต่อเอกสารสำคัญที่ทางราชการออกไป รวมไปถึงหนังสือเดินทาง เพราะสามารถระบุไว้ในบทเฉพาะกาลของประกาศราชกิจจานุเบกษา และในฐานข้อมูลของประเทศว่า ‘จังหวัดลำปาง’ เป็นจังหวัดเดียวกับ ‘จังหวัดนครลำปาง’ เมื่อใช้ชื่อจังหวัดนครลำปาง เอกสารสำคัญของประชาชน รวมไปถึงในภาคธุรกิจ ห้างร้านต่างๆ จะใช้ได้ตามปกติไปจนกว่าจะหมดอายุ เมื่อไปทำเอกสารใหม่ จะได้รับเอกสารที่ระบุชื่อจังหวัดนครลำปาง”
รอง ผวจ.ลำปาง กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้นสถานที่สำคัญของทางราชการก็จะต้องมีการแก้ไขใหม่ เช่น ศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง จะแก้ไขให้เป็นศูนย์ราชการจังหวัดนครลำปาง เพื่อให้ชื่อสอดคล้องกับชื่อปัจจุบัน
ส่วนข้อเสนอให้มีการทำประชาพิจารณ์นั้น รอง ผวจ.ลำปาง กล่าวชัดเจนว่า จะไม่มีการจัดทำประชาพิจารณ์จากชาวลำปาง เพราะไม่อยู่ในกระบวนการตามขั้นตอน เมื่อผ่านมติในที่ประชุมกรรมการจังหวัดลำปางไปแล้ว ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่ผ่านมา ก็เป็น ขั้นตอนของสภา อบจ.ลำปาง ซึ่งมาจากการเลือกตั้งทั้ง 13 อำเภอ จะต้องมีหน้าที่ฟังเสียงประชาชน แล้วนำมาพิจารณาในที่ประชุมสภา อบจ. และลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ก่อนเสนอกระทรวงมหาดไทยพิจารณาต่อไป แต่หากสภา อบจ.ลำปาง ไม่นำเข้าพิจารณาตามระเบียบ จนทำให้วาระตกไป จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย จนถึงขั้นถูกสั่งยุบสภา อบจ.
ด้าน ทักษิณ อัครวิชัย รองปลัด อบจ.ลำปาง กล่าวว่า ขณะนี้สภา อบจ.ลำปาง ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องขอเพิ่มคำเป็น “จังหวัดนครลำปาง” แต่อย่างใด ส่วนกิจกรรมในวันที่ 8 ก.ย.นี้ เป็นเพียงการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเข้าไปเสนอในที่ประชุมสภา อบจ.ลำปาง ในครั้งต่อไป
ความเห็นที่ต่างกันในเรื่องของการเปลี่ยนชื่อจังหวัดลำปางยังคงมีการขับเคี่ยวด้วยเหตุผลกันต่อไป จนกว่าที่ประชุมสภา อบจ.ลำปาง จะมีความเห็นชี้ชัด







