
ชงหั่นภาษีเอสเอ็มอี10% แลกเงื่อนไขบัญชีเดียว
คลังปิดประตูนิรโทษกรรมเอสเอ็มอี เล็งใช้วิธีลดภาษีเหลือ 10% ตั้งเงื่อนไขทำบัญชีเดียวดึงเข้าระบบ
คลังปิดประตูนิรโทษกรรมเอสเอ็มอี เล็งใช้วิธีลดภาษีเหลือ 10% ตั้งเงื่อนไขทำบัญชีเดียวดึงเข้าระบบ
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยังไม่จำเป็นต้องนิรโทษกรรมภาษีสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพราะรัฐยังไม่มีความจำเป็นต้องหารายได้เพิ่ม และที่ผ่านมาเคยนิรโทษกรรมภาษีแล้ว แต่กลับมีผู้ประกอบการเสียภาษีถูกต้องจำนวนน้อย ทำให้ไม่สามารถเก็บรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงจะพิจารณาการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวด้วยวิธีอื่นแทน
ทั้งนี้ มาตรการหนึ่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณา คือ การลดภาษีนิติบุคคลเพิ่ม จาก 15% เหลือ 10% สำหรับเอสเอ็มอีที่มีกำไรส่วนเกิน 3 แสนบาท ไม่เกิน 3 ล้านบาท แต่จะต้องมีข้อแลกเปลี่ยนโดยผู้ประกอบการจะต้องทำบัญชีเดียว เพื่อเข้าสู่ระบบภาษีให้ถูกต้อง ทำให้รัฐบาลมีข้อมูลช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ถูกต้องมากขึ้น คาดว่าแนวทางนี้จะทำให้สูญเสียภาษี 1,500 ล้านบาท/ปี และคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในสัปดาห์นี้
“การนิรโทษกรรมภาษีเป็นข้อเรียกร้องของสภาอุตสาหกรรม เพราะเห็นว่ามีผู้ประกอบการเสียภาษีไม่ถูกต้องจำนวนมาก ซึ่งคลังเห็นว่าสามารถช่วยเหลือทางอื่นที่ให้เอสเอ็มอีเดินหน้าต่อได้ ทำให้เศรษฐกิจเติบโต และหนี้เสียสถาบันการเงินลดลง” นายรังสรรค์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ควรต้องออกมาพร้อมกับการช่วยเหลือผู้ประกอบรายใหญ่ให้เดินหน้าเพิ่มการผลิตต่อไปได้ด้วย เพราะเป็นผู้ซื้อสินค้าจากเอสเอ็มอี หากรายใหญ่ไม่สามารถผลิตสินค้าเพิ่มได้ การช่วยเหลือเอสเอ็มอีก็จะไม่เป็นผล
ปลัดกระทรวงการคลัง ยังกล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ศึกษาการคืนภาษีให้กับผู้ประกอบการที่ส่งรถยนต์เก่าออกไปขายในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณรถเก่าในประเทศ โดยปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านซื้อรถยนต์เก่าจากประเทศญี่ปุ่นมากกว่าไทยเพราะราคาถูกกว่า หากไทยคืนภาษีให้กับผู้ส่งออกจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ส่งรถไปขายต่างประเทศแข่งขันได้
สำหรับกรณีจำนำข้าว สำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย ก่อนจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการรับผิดทางแพ่ง หากมีมูลก็จะส่งเรื่องให้หน่วยงานทั้งสองฟ้องเรียกความเสียหาย







