
นายกฯลั่นเร่งนำคดีคอร์รัปชั่นเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
นายกฯ เผยเร่งนำคดีคอร์รัปชั่นเข้ากระบวนการยุติธรรม ปัดใช้มาตรา44 ไล่ล่า ลั่นไม่ได้บ้าเผด็จการ
นายกฯ เผยเร่งนำคดีคอร์รัปชั่นเข้ากระบวนการยุติธรรม ปัดใช้มาตรา44 ไล่ล่า ลั่นไม่ได้บ้าเผด็จการ
เมื่อวันที่ 6 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานเนื่องในงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น ประจำปี 2558 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง"ผลงานความก้าวหน้าของรัฐบาลในการปฏิรูปการแก้ทุจริตคอร์รัปชั่น"ตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาปัญหาคอร์รัปชั่นสร้งความเสียหายแก่ประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งเกิดจากการบกพร่องด้านคุณธรรมจริยธรรมเกิดจากคน 3 กลุ่ม คือ รัฐบาล ข้าราชการ และภาคเอกชน หรือประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงการเอาใจใส่ของรัฐบาลไม่ให้ให้ความสำคัญ และหน่วยงานด้านยุติธรรมมีมาตรการในการต่อต้านคอร์รัปชั่นแต่ไม่หยิบมาดำเนินการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้รัฐบาลกำลังทำเราให้ความสำคัญกับการทุจริตคอร์รัปชั่นให้เป็นวาระแห่งชาติ และเร่งรัดนำคดีเข้ากระบวนการยุติธรรมแต่ไม่ใช่การไล่ล่าใครทั้งสิ้น แม้ว่าตนจะมีมาตรา 44 แต่ไม่เป็นทาบทับอำนาจตุลาการ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้ความบกพร่องบ้านเมืองที่ผ่านมา ตนถือว่าเป็นความรับผิดชอบทุกคน เพราะประเทศจะเดินหน้าหรือถอยหลังขึ้นอยู่กับทุกคนที่จะการเลือกตั้งที่ระบอบประชาธิปไตยในวันหน้า ขึ้นอยู่ว่าประชาชนจะเลือกใคร เลือกคนที่สีซอหรืออย่างไร ท่านก็เลือกมาทั้งนั้น ซึ่งหากรัฐบาล ข้าราชการ และภาคประชาชน เกิดเข้มแข็งก็จะปล่อยให้มีการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการจึงต้องสอนเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม โดยเน้นปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ อย่างไรก็ตามตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาเราสามารถยกระดับในหลายประเด็น ประชาชนทุกคนซึ่งเป็นผู้กำหนดอนาคตของประเทศ ไม่ใช้ถูกปลุกปั่นไปมา ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการสร้างเครือข่ายของตัวเอง เพื่อให้ประชาชนเป็นภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ โดยการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ต้องใช้มาตรการ 3 ป. ได้แก่ ปลูกจิตสำนึก ป้องกัน และปราบปราม ไม่ใช่ 3 ป. ประยุทธ์ ประวิตร หรืออะไรต่างๆ เพราะเรา 3 คนร่วมกันความดีไม่ใช่ทำความชั่ว ซึ่งการแก้ปัญหารัฐบาลได้จัดความสำคัญ ไม่ได้เลือกข้าง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องข้อตกลงคุณธรรม การจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ เราได้มีการแก้ไขระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว โดยต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งวันนี้หลายอย่างใช้กติกาเดียวกันไม่ได้ เพราะบางอย่างไม่มีเรื่องราคากลาง เช่น เรื่องการจัดซื้ออาวุธ ยุทโธปกรณ์ ที่ไม่มีราคากลาง ซึ่งต้องบอกให้ทราบไม่ใช่แก้ตัว เราต้องการสิ่งที่ดีที่สุด แต่เมื่อไม่มีเงินเพียงพ เราจึงต้องได้สิ่งที่รองลงมาแต่ใช้ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลง มีการใช้อาวุธ มีสุดโต่ง ซึ่งเราต้องไม่นำพาประเทศไปสู่จุดนั้น และไม่สร้างพันธะระหว่างประเทศ เราจึงต้องเตรียมความพร้อมเรื่องเหล่านี้ ซึ่งอะไรที่ชัดเจนรัฐบาลไม่เคยปิดบัง วันนี้หลายคนบอกว่า เรื่องความมั่นคงเราไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร จึงไม่จำเป็นต้องมีทหาร ควรลดจำนวนทหารลง แต่อยากบอกว่าที่ผ่านมาทหารและตำรวจทำทั้งนั้น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้คือการสร้างความเข้มแข็ง ไม่ใช่ประชานิยม ซึ่งในส่วนกองทุนหมู่บ้านไม่ได้ทำเพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่เป็นการใช้จ่ายหมุนเวียนในพื้นที่ นอกจากนี้ตั้งแต่เราเข้ามาได้มีการออกกฎหมายไปกว่า 390 กฎหมาย ซึ่งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถออกได้ เพราะมีส่วนได้ส่วนเสีย แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่มี โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ก็พิจารณากฎหมาย 3 วาระปกติ อย่าคิดว่าตนสั่งเขาได้ ตนเชื่อมั่นในสนช.และสปช. เพราะตั้งมาทำงาน ไม่ได้ตั้งมาเป็นพวกตน จึงต้องสร้างการรับรู้อย่าดิสเครดิตใคร
"ขอให้ทุกคนเปิดใจให้กว้าง เราคือคนไทย ทำอย่างไรไม่ให้ขัดแย้งกันอีกต่อไป เราต้องมีระยะเวลาให้เดินหน้าประเทศ ถ้าทุกคนรู้ว่าประเทศอยู่ในสถานะอะไร เราก็หาทางออกได้แล้ว ผมไม่ได้ขัดแย้งกับกระบวนการประชาํชธิปไตย และผมก็ไม่ใช่ไอ้บ้าเผด็จการ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว







