posttoday

ท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม (จบ)

06 กันยายน 2558

ตอนที่แล้ว เล่าเรื่องมาตลาดน้ำตลิ่งชัน ด้วยชุมชนและกรุงเทพมหานครช่วยกันอย่างแข็งขัน

 

โดย...ส.สต

ตอนที่แล้ว เล่าเรื่องมาตลาดน้ำตลิ่งชัน ด้วยชุมชนและกรุงเทพมหานครช่วยกันอย่างแข็งขัน โดยที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่ได้ให้ความสนใจ ชื่อตลาดน้ำตลิ่งชัน อยู่ในบัญชีรายชื่อที่ควรเที่ยวก็ยังไม่รู้เลย

ตลาดน้ำตลิ่งชัน เป็นตลาดน้ำในกรุงเทพมหานครเพียงแห่งเดียวที่ดำเนินการต่อเนื่องมายาวนานถึง 28 ปี ตั้งแต่สมัยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นามว่า พิจิตตรัตตกุล สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและนานาชาติตลอดมา

ธนัทชาติ บุญประกอบ รองประธานประชาคมตลาดน้ำตลิ่งชัน บอกว่า นักท่องเที่ยวทุกทิศทางในกรุงเทพมหานคร เช่น ย่านสุขุมวิท ใบหยก (ประตูน้ำ) จะบ่ายหน้ามาหาอดีตที่รุ่งเรือง และน่าชื่นชมของความเป็นอยู่แบบไทย ที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน

ท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม (จบ) พระพุทธฉายที่วัดกำแพงบางจาก

 

เมื่อประชาคมอาเซียนเปิดเต็มรูปแบบ เส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำจะเริ่มจาก ยอดพิมาน ปากคลองตลาดที่จะกลายเป็นฮับในอนาคต เพราะเป็นชุมทาง นั่งรถต่อเรือ จากรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีมหาไชย ต่อเรือที่ยอดพิมาน ที่มีท่าเทียบเรือได้ถึง 3 ท่า เพื่อเดินทางท่องเที่ยวตามลำน้ำลำคลอง และตลาดน้ำตลิ่งชันที่เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ท่านสามารถหาซื้ออาหารคาวหวานรสชาติแบบไทย
ตลอดเวลา

อาหารมีทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่คนขายลอยเรือขายอยู่ข้างแพ ซึ่งตั้งโต๊ะอาหารให้นั่งรับประทานคลุกเคล้าบรรยากาศแบบไทย รวมทั้งวงมโหรี จิตอาสาของผู้สูงวัยมาขับกล่อมให้ได้บรรยากาศของอดีตที่โหยหาอีกด้วย

หรือจะหาอาหารรสแซ่บ เช่น หอยทอด ส้มตำ กวยจั๊บ เต้าหู้ทอด ปลาเผา ปลาดุกย่าง หมูสะเต๊ะ ขนมจีน ที่สั่งได้ว่าจะเป็นน้ำยากะทิ น้ำยาป่า หรือน้ำพริก รวมทั้งของหวานและผลไม้ต่างๆ ได้ตลอดเวลา ทุกอย่างล้วนเป็นฝีมือชาวบ้าน

ก่อนกลับ ผู้ที่ไปเยือนส่วนมากต้องซื้อของฝากที่มีให้เลือกมากมาย หลากหลาย จาระไนไม่หมด ต้องไปดูด้วยตา สัมผัสด้วยตนเอง แล้วจะรู้ว่านี่คือของจริงที่ผู้โหยหาอดีตไม่ควรพลาด

เมื่อได้เวลาพอสมควร พวกเราชาวสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจลงเรือเดินทางต่อ แต่ก่อนออกเรือมองไปมองมามีสาวแปลกหน้าลงเรือมา 2 คน จึงบอกว่าน่าจะลงเรือผิดลำแน่ ทั้งสองสาวจึงรีบขึ้นฝั่ง พวกเราก็เดินทางต่อ จุดหมายต่อไปคือวัดกำแพงบางจาก และบ้านศิลปิน ซึ่งตั้งอยู่ที่คลองบางหลวง หรือคลองภาษีเจริญ ซึ่งก็คือเส้นทางเดียวกันนั่นเอง

เมื่อเรือแล่นไป ในช่วงบ่ายแก่ๆ ซึ่งเป็นช่วงน้ำลง เรือทำความเร็วไม่ได้ นายท้ายเรือต้องเชิญสมาชิกให้ขยับที่นั่งมาทางหัวเรือ เพื่อให้ท้ายเรือลอย ใบพัดเรือจะทำงานสะดวกมากขึ้น

ระหว่างเดินทาง ไกด์ชี้ชวนให้ชมวัดและโรงเรียนวัดนวลนรดิศ พร้อมทั้งเล่าตำนานของวัดว่าเกี่ยวเนื่องกับราชินิกุล ตระกูลบุนนาค และที่มาของชื่อวัดนวลนรดิศ แทนชื่อวัดมะกอกใน อันเป็นชื่อเดิม เท่าที่ทราบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนี้ด้วยเหมือนกัน

นอกจากวัดที่อยู่ 2 ฝากคลอง ยังมีสวนผักที่เรียกว่า สวนต้มยำ เรียกตามชื่อผัก ที่ชาวสวนปลูกไว้ขาย ได้แก่ ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริก เป็นต้น นอกจากบ้านโบราณทั้งเก่าและใหม่มีให้เห็นเป็นระยะ บ้านบางหลังสวยงาม บอกความรุ่งเรืองแห่งอดีตจนกระทั่งเป็นฉากละครย้อนยุคมาแล้ว

ท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาดั้งเดิม (จบ) แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเรือ ตลาดน้ำตลิ่งชัน

 

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.เศษ เรือที่พาคณะมาก็เทียบท่าวัดกำแพงบางจาก ข้อมูลที่สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจให้ไว้และไกด์เล่าเพิ่มเติมว่า วัดกำแพงบางจาก เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ ในเขตธนบุรี โดยพื้นที่แถบเดิมเรียกว่า เมืองบางกอก หรือเมืองธนบุรี เป็นวัดขนาดเล็กที่มีการวางผังได้อย่างลงตัว แต่ยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมของโบราณสถานไว้ได้เกือบครบถ้วน ทั้งสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ

ถัดจากวัดกำแพงบางจาก ประมาณ 100 เมตร จะเป็นสถานที่ผู้ที่รักงานศิลปะทั้งหลายไม่ควรพลาด นั้นคือ บ้านศิลปิน เป็นบ้านเก่าของตระกูล “รักสำรวจ” ตระกูลช่างทองเก่าแก่ ซึ่งทายาทรุ่นสุดท้ายได้ขายบ้านหลังนี้ให้แก่ คุณชุมพล อักพันธานนท์ เพื่อปรับปรุงให้เป็นสถานที่เพื่อแสดงงานศิลปะ โดยตัวอาคารบ้านศิลปินเป็นทรงมะนิลารูปตัวแอล ที่สร้างล้อมรอบเจดีย์เก่า เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานกันว่าเป็นหนึ่งในสี่เจดีย์แต่ละทิศที่กำหนดอาณาเขตพื้นที่เก่าของวัดกำแพงบางจาก

ก่อนเข้ากราบพระประธานภายในพระอุโบสถ พวกเราทุกคนกราบและบูชาพระพุทธฉาย ที่หน้าพระอุโบสถเป็นอันดับแรก พระพุทธฉายคือภาพจิตรกรรมเขียนโดยจิตรกรมีฝีมือ ลงทั้งสี และปิดทองล่องชาดงดงามนัก ผู้เขียนยังไม่พบพระพุทธฉายสมบูรณ์แบบในกรุงเทพมหานครที่ไหนมาก่อนนอกจากที่วัดนี้ ส่วนภาพนี้เขียนขึ้นในยุคไหนสมัยใด ต้องคอยหาโอกาสถามผู้รู้ต่อไป

เมื่อพิจารณาลายปูนปั้นที่ซุ้มประตูพระอุโบสถทั้งสองด้าน ฝีมือเปรียบเทียบได้กับซุ้มประตูพระอุโบสถ์และวิหารของวัดหลวงที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 หลายวัดด้วยกัน สิ่งนี้แสดงว่าวัดนี้ผู้อุปถัมภ์วัดมิใช่ธรรมดาแน่นอน ซึ่งไกด์ผู้ทรงภูมิก็บอกว่า จีนสือ พิศาลยบุตร ผู้บูรณะวัด อัฐิของท่านยังเก็บรักษาไว้ที่พระเจดีย์ข้างพระอุโบสถ

เมื่อกราบหลวงพ่อบุษราคัม พระประธานภายในพระอุโบสถ ผู้นำเที่ยวคนเดิมก็ชี้ชวนให้ดูจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งในกรุงเทพมหานครมีที่วัดนี้เท่านั้น คือภาพจุลลปทุมชาดก ที่เล่าเรื่องหญิงนางหนึ่งที่ไม่อิ่มในกามเป็นชู้กับคนที่สามีชุบเลี้ยง ถึงขนาดลวงสามีไปฆ่า ทั้งๆ ที่สามีเคยปกป้องชีวิต ยอมเจาะเข่าเอาเลือดให้ดื่มแทนน้ำ เมื่อยามกระหายหนัก แต่ในที่สุดทรยศหักหลังถึงกับวางแผนสังหาร เดชะบุญสัตว์ที่คนไทยเรียกว่า ตัวเงินตัวทอง มาช่วยชีวิตไว้ (อ่านในล้อมกรอบ)

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?