posttoday
นักการเมืองที่ไหนก็แย่เหมือนกัน

นักการเมืองที่ไหนก็แย่เหมือนกัน

06 กันยายน 2558

ช่วง นี้ผมกำลังติดซีรี่ส์ฝรั่งเรื่อง House of Cards อันว่าด้วยการแก่งแย่งอำนาจ ชิงไหวชิงพริบ และแก้แค้น

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

ช่วง นี้ผมกำลังติดซีรี่ส์ฝรั่งเรื่อง House of Cards อันว่าด้วยการแก่งแย่งอำนาจ ชิงไหวชิงพริบ และแก้แค้น กันในทางการเมือง ภายใต้บริบทของ “ทำเนียบขาว” อย่างงอมแงม

ท้องเรื่องว่าด้วยตัวเอกชื่อ แฟรงค์ อันเดอร์วูด ซึ่งมีตำแหน่งเป็น “วิป” ผู้คุมเสียงข้างมากของ สส.รัฐบาล ในซีซั่นแรก ก่อนจะเลื่อยขาคนอื่นมาเป็น “รองประธานาธิบดี” ในปีที่ 2

ในซีซั่นล่าสุด เขาหักหลังบรรดานักการเมืองในพรรค คนที่อยู่รายล้อมนายทุน รวมถึงนักการเมืองอื่นๆ ขึ้นเป็นประธานาธิบดี ตามแผนที่วางไว้ทุกประการ

อดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน บอกไว้ว่า House of Cards ครอบคลุมเนื้อหาที่เกิดขึ้นในทำเนียบขาวได้ครบ ขณะที่ บารัก โอบามา ก็ติดตามเรื่องนี้ละเอียดถึงขั้นทวีตบอกคนที่ดูแล้วว่า “ห้ามสปอยล์”

ความสนุกของเรื่องนี้อยู่ที่เราได้เห็นการแบล็กเมล์-ปั้นหลักฐานเท็จ เพื่อใส่ความกับบรรดาคนใหญ่คนโต ที่ตามเกมไม่ทัน การสร้าง “เพื่อน” แบบฉับพลันผ่านการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เช่น ล็อบบี้ให้กฎหมายอีกตัวเร่งผ่านไวๆ แลกกับคะแนนโหวต

และหากเพื่อนคนเดิมไม่มีผลประโยชน์ให้แล้ว ก็พร้อมจะตัดสัมพันธภาพทิ้งเพื่อมอบให้กับคนที่ให้ประโยชน์มากกว่าในทันที

ส่วนวิธีการจัดการกับกระแส หรือกับนักข่าวนั้น ขอให้ไปดูเองครับ เพราะเรื่องการขู่ชกหน้า หรือขู่ดำเนินคดี ของผู้นำบางประเทศแถวนี้ ถือเป็นเรื่องเด็กๆ ไปทันที เมื่อเทียบกับซีรี่ส์เรื่องนี้

“เหลืออีกเพียงหนึ่งก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี โดยที่ผมไม่ต้องรับเลือกจากประชาชนแม้แต่เสียงเดียว ประชาธิปไตยเป็นเรื่องน่าขันสิ้นดี” ตัวเอกของเรื่องปรารภให้คนดูฟัง ขณะที่กำลังสาบานตนรับตำแหน่งรองประธานาธิบดี

ครับ อันเดอร์วูดได้ขึ้นเป็นรองประธานาธิบดี ผ่านการกำจัดผู้สมัครผู้ว่าการรัฐ ก่อนจะเขี่ยรองฯ คนเดิมด้วยการ “เสี้ยม” ให้ทะเลาะกับประธานาธิบดี และให้รองฯ ไปลงสมัครผู้ว่าการรัฐแทน

น่าสนใจนะครับ การเมืองสหรัฐ ซึ่งถูกยกย่องว่า คือ “แม่แบบ” ประเทศหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียว ตลอด 200 กว่าปี และมีประธานาธิบดีเพียงคนเดียวที่ถูกฟ้องออกจากตำแหน่ง (Impeachment) คือ ริชาร์ด นิกสัน การเมืองเบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความโสมมไม่แพ้บ้านเรา ที่นักการเมืองโดนประณามในฐานะ “คนโกงชาติ” มาโดยตลอด

คำถามสำคัญก็คือว่า ทำไมระบอบที่นักการเมืองสกปรก มีการคอร์รัปชั่นทั้งในเชิงนโยบาย การอุดหนุน “ประชานิยม” สุดขั้ว การเกี้ยเซี้ยกับกลุ่มทุน แต่ประชาชนสหรัฐก็ยังคงเดินหน้าต่อในระบอบประชาธิปไตย รวมถึงประชาชนสามารถศรัทธาในพรรคการเมือง ตลอดจนนักการเมืองจนบริจาคเข้าพรรคปีละหลายล้านเหรียญ

ไม่ต้องตำหนิประชาธิปไตย ไม่ต้องตำหนินักการเมือง ไม่ต้องสลับเปลี่ยนระบอบ เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ กลับไป-มา แบบหลายประเทศแถวนี้

เพราะข้อเท็จจริงก็คือ ในวิถีทางประชาธิปไตย ประชาชนยังสามารถแสดงความเห็น ยังสามารถใช้กลไกตรวจสอบ สื่อมวลชน-ภาคประชาชนยังสามารถทำหน้าที่ได้อิสระ ทั้งหมดนี้คือประชาธิปไตย ที่แสดงออกได้ ไม่ใช่เพียงลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างเดียว ที่หลายคนดูถูกว่าเป็น “ประชาธิปไตย 4 วินาที”

ขณะเดียวกัน ก็ยังออกมาประท้วงได้เมื่อไม่พอใจและรู้สึกได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ ต่างจาก “เผด็จการ” ที่บูชาอย่างเดียวคือ “ความสงบ” และ “ความมั่นคง” ที่ไม่ได้หมายถึงความมั่นคงของชาติ แต่หมายถึงความมั่นคงของ “ผู้ปกครอง”

น่าขันที่หลังผมดูซีรี่ส์จบ เปิดดูข่าวก็เจอบทสัมภาษณ์ของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเตรียมความพร้อมให้บ้านเราเปลี่ยนผ่านไปเป็น “ประชาธิปไตยเต็มใบ” ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ให้ “นักการเมือง”

ครับ คนร่างรัฐธรรมนูญให้สัมภาษณ์ว่า นักการเมืองต้องถูกกำกับด้วยคุณธรรม-จริยธรรม รวมถึงหากนักการเมืองทะเลาะกัน ไม่สามารถคอนโทรลประเทศได้ ก็ให้คนอีกกลุ่ม (ก็เป็นนักการเมืองเหมือนกัน แต่ไม่ต้องผ่านการเลือกตั้ง) มาทำหน้าที่ได้ทันที

วิถีทางนี้นักการเมืองย่อมไม่ชอบ ส่วนคนที่เกลียดนักการเมืองคงรู้สึก “สะใจ” แต่คำถามสำคัญก็คือ หากมีคนดี ผู้มีศีลธรรมจำนวนมาก อยู่เหนือนักการเมืองอีกชั้น ใครจะเป็นผู้ตรวจสอบเขาเหล่านั้น

น่าเสียดายที่ในบ้านเรามายาคติเกี่ยวกับนักการเมืองถูกทำให้กลายเป็นความเลวร้ายอย่างหาที่สุดไม่ได้

ขณะที่คนบางกลุ่มต่อให้ทำเลวร้ายอย่างไร ก็ถูกกล่าวยกย่องว่า “ก็ยังดีกว่านักการเมือง” ทั้งที่ไม่สามารถตรวจสอบและแสดงออกเพื่อต่อต้านอะไรได้เลยด้วยซ้ำ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท