
ยอดไกล่เกลี่ยหนี้พุ่งเท่าตัว
ช่วยกลุ่มเกษตรกร-รายย่อย แก้ปัญหาไม่ต้องถูกยึดทรัพย์
ช่วยกลุ่มเกษตรกร-รายย่อย แก้ปัญหาไม่ต้องถูกยึดทรัพย์
บังคับคดีรุกไกล่เกลี่ยหนี้ครัวเรือน พบ 10 เดือนยอดพุ่งเท่าตัว ทั้งจำนวนเรื่องและทุนทรัพย์
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยถึงผลการดำเนินการไกล่เกลี่ยในรอบ 10 เดือนของปีงบประมาณ 2558(1 ต.ค. 2557-31 ก.ค. 2558) พบว่ามีเรื่องที่เข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ย จำนวน 8,708 เรื่อง คิดเป็นจำนวนทุนทรัพย์ 4,108,722,545.84 บาท สามารถไกล่เกลี่ยได้สำเร็จ จำนวน 7,371 เรื่อง คิดเป็นทุนทรัพย์ 3,136,706,168.03 บาท หรือคิดเป็น 84.65% ของเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย
ทั้งนี้ หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จะพบว่าผลการดำเนินการไกล่เกลี่ยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากช่วงเดียวกันปีของก่อน โดยเรื่องที่เข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยเพิ่มขึ้น 91.13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 4,556 เรื่อง จำนวนทุนทรัพย์เพิ่มขึ้น 56.83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีทุนทรัพย์ 2,619,788,721.06 บาท ไกล่เกลี่ยได้สำเร็จเพิ่มขึ้น 96.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 3,754 เรื่อง ทุนทรัพย์เพิ่มขึ้น 75.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีทุนทรัพย์ 1,787,589,108.68 บาท
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา กรมบังคับคดีได้ร่วมจัดกิจกรรมให้คำปรึกษากฎหมายและการไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี ร่วมกับธนาคารออมสิน ที่ จ.ชลบุรี มีผู้เข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ย 24 ราทุนทรัพย์ 5,155,053.72 บาท ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 22 ราย ทุนทรัพย์ 4,363,989.27 บาท คิดเป็น 91.66% ของเรื่องที่เข้าสู่การไกล่เกลี่ย นอกจากนี้กรมจะได้ร่วมจัดการไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดีหนี้ครัวเรือนกับธนาคารออมสิน และหนี้เกษตรกร ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาหนี้สิน โดยจะร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นอกจากนี้ยังมีบริษัทโตโยต้า ลีสซิ่ง เข้าร่วมในการไกล่เกลี่ยสินเชื่อรถยนต์อีกด้วย
ที่ผ่านมา กรมได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยหนี้ในเชิงรุก เนื่องจากหนี้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และหนี้เกษตรกร มีจำนวนมาก ผ่านศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทประจำสำนักงานบังคับคดีจังหวัดทั่วประเทศ รวม 115 แห่ง ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557 เป็นต้นมา เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าว และเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนในการยุติการบังคับคดี โดยจัดให้มีมหกรรมไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี หรือภายหลังศาลมีคำพิพากษากับสถาบันการเงินต่างๆ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รวมทั้งภาคเอกชน เช่น บริษัท บัตรกรุงไทย







