
สัปดาห์นี้มีประเด็น
ประเด็นใหญ่ในสัปดาห์หน้ายังต้องติดตามความคืบหน้าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
ประเด็นใหญ่ในสัปดาห์หน้ายังต้องติดตามความคืบหน้าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในวันนี้ ทั้งนี้ ไม่ว่าผลการลงมติจะออกมาอย่างไร ย่อมส่งผลกระทบต่อทิศทางการเมือง รวมไปถึงความเชื่อมั่นทั้งภายในและภายนอกประเทศ เชื่อมโยงไปถึงบรรยากาศการค้าการลงทุน การท่องเที่ยวนับจากนี้ต่อไป
ทั้งนี้ ในกรณีหากที่ประชุม สปช.มีมติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างก็จะเดินไปตามกระบวนการและรอชี้ขาดครั้งสุดท้ายในการทำประชามติ ที่ประเมินทิศทางลงแล้วอาจนำไปสู่ความวุ่นวายจากทั้งกลุ่มหนุนและกลุ่มต้านที่ต่างฝ่ายต่างต้องออกมาหักล้างข้อมูลของตัวเอง ส่วนกรณีหากที่ประชุม สปช.ไม่ให้ความเห็นชอบกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญก็จะไปตั้งต้นกันใหม่อีกรอบ
อีกเรื่องร้อนแรงที่ยังต้องจับตาในช่วงนี้ คือ การติดตามตัวผู้กระทำผิดกรณีระเบิดแยกราชประสงค์มาดำเนินคดี ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีความคืบหน้าไปมากทั้งการคุมตัวนายอาเดม การาดัค หรือนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด ซึ่งยังคงให้การภาคเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดและไม่รู้จักชายชุดเหลืองผู้ก่อเหตุ สัปดาห์หน้าจึงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถขยายผลไปถึงตัวผู้กระทำผิดเพิ่มเติมอย่างไร
จับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 ก.ย.จะมีการเสนอมาตรการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยให้ธนาคารออมสินตั้งวงเงินปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐนำไปปล่อยกู้เอสเอ็มอี วงเงิน 1 แสนล้านบาท พร้อมกับให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ขยายวงเงินค้ำประกันสินเชื่อเป็น 30%
คณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะประชุมวันที่ 9 ก.ย. เพื่อพิจารณาแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ในช่วงสะพานข้ามแยกรัชโยธินโดย รฟม.จะเสนอให้มีการรื้อสะพานรัชโยธินและสร้างอุโมงค์ทางแยกแทน ใช้เวลาในการก่อสร้าง 3 ปี ตามที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีหนังสือแจ้งมา







