
"ประยุทธ์" ลั่นดูแลแรงงานทุกประเภทเน้นความเท่าเทียม
นายกรัฐมนตรี ยืนยันดูแลแรงงานทุกประเภทเน้นความเท่าเทียม ย้ำต้องร่วมมือทุกประเทศ พร้อมดูแลแรงงานที่ขึ้นทะเบียน แจงไม่มีความขัดแย้งใดๆ ในอาเซียน ขอให้เข้าใจถ้าไทยไม่จัดระเบียบ
นายกรัฐมนตรี ยืนยันดูแลแรงงานทุกประเภทเน้นความเท่าเทียม ย้ำต้องร่วมมือทุกประเทศ พร้อมดูแลแรงงานที่ขึ้นทะเบียน แจงไม่มีความขัดแย้งใดๆ ในอาเซียน ขอให้เข้าใจถ้าไทยไม่จัดระเบียบ
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 4 ก.ย.ที่ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกล่าวในพิธีเปิดการประชุมความร่วมมือเชิงวิชาการด้านแรงงานระดับรัฐมนตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้หัวข้อ “ความร่วมมือด้านแรงงานเพื่อยกระดับคุณภาพแรงงานอพยพกับการจ้างงาน” (Enhancing Labour Cooperation on Migration for Employment in CLMTV)
การประชุมความร่วมมือเชิงวิชาการด้านแรงงานกับประเทศเพื่อนบ้านในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงานและความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ระหว่างประเทศลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีผู้เข้าร่วมระดับรัฐมนตรีและผู้แทนระดับสูงจาก 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา ไทยและเวียดนาม
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย อยากให้มีครั้งต่อๆ ไป ซึ่งถือว่าประชุมวิชาการจะมีประโยชน์กับทุกประเทศเพื่อจะได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ที่ผ่านมา มีความร่วมมือด้านเศราฐกิจที่ต้องยกระดับความเป็นอยู่ของประเทศที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกันให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สอดคล้องการพัฒนาของทั้งสองประเทศ และควาร่วมมือโดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี การศึกษา ต้องพัฒนามากขึ้น เพราะเราถือว่าเราเป็นเพื่อนกันทั้งสิ้นเป็นหุ้นส่วนกัน ไม่มีใครนำใคร และจะไม่ทิ้งประเทศใดประเทศหนึ่งไว้แต่จะเดินไปพร้อมกันในอาเซียนทั้งหมด และภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ถือเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สิ่งสำคัญของโลก แต่สิ่งสำคัญทำอย่างไรไม่ให้สินค้าเกษตรราคาไม่ตกต่ำไปมากกว่านี้ จึงต้องมีการบุรณาการร่วมกัน มีการร่วมมือกันไปพร้อมๆ เพราะถ้าวันหน้าราคายังเป็นอย่างนี้ ทุกคนก็จะออกจากภาคเกษตรไปทั้งหมด ออกไปอยู่ภาคบริการ ภาคท่องเที่ยวและโรงงานต่างๆ อย่างนี้แล้วใครจะปลูกข้าวให้กิน มีแต่อาวุธยุทโธปกรณ์จะอยู่กันอย่างไร
กลุ่มประเทศของเรามีเอกลักษณ์ สามารถดึงดูใจ แต่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย มีการหลอกหลวงเรื่องการท่องเที่ยวซึ่งประเทศเราต้องไม่เกิดขึ้นอีก เรื่องภูมิศาสตร์ ไม่มีใครเป็นศูนย์กลาง แต่เราต้องเชื่อมโยงกันหมด การค้าการลงทุน แรงงานต้องเชื่อมกันหมด
และต้องเป็นเศรษฐกิจเดียวมีความยั่งยืน วันนี้มีการประชุมด้านแรงงานที่เราต้องยกระดับแรงงานคุณภาพ และดูแกลดการอพยพและการจ้างงาน ทั้งนี้ตนทราบว่าทางประเทศฟิลิปปินส์มีการจัดทำแผนและระบบการดูแลแรงงานเป็นอย่างดีทั้งแรงงานต่างชาติที่เข้าไปทำงานและแรงงานของตนเองที่ไปทำงานในประเทศอื่นๆ ขอให้ไปหาข้อมูลและศึกษามาเพราะเป็นแผนงานที่ดี ซึ่งเพื่อนเรามีอะไรด็เราก็ไปรับของเขามา และหากประเทศไทยมีอะไรดีก็ให้รับไปเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และการประชุมวันนี้ถือเหมาะสมหัวสถานการณ์และทันกระแส เราต้องบูรณาการร่วมกันเพื่อให้แรงงานทุกคนมีความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ทั้งนี้ไทยถือว่ารับแรงงานมากที่สุดเข้ามาในประเทศ ขอบคุณที่ได้รับความไว้วางใจ
การพัฒนากำลังคนให้มีประสิทธิภาพต้องอาศัยความร่วมมือกัน ซึ่งไม่ใช่ภาระของประเทศใดประเทศหนึ่ง เราจะต้องดูแลตั้งแต่ต้นทางไปยังปลายทาง โดยต้องคำนึงแรงงานทุกประเภททั้งแรงงานตามฤดูกาล แรงงานรายปี แรงงานที่มีฝีมือ แรงงานที่ไปเช้า เย็นกลับ ไม่เช่นนั้นภาระหนักจะตกอยู่ในความมั่นคงของทุกประเทศอย่างเดียว ซึ่งเรื่องดังกล่าวนำไปสู่การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษและการค้าชายแดน
นายกฯ กล่าวว่า แรงงานตามฤดูกาลเพราะในแต่ละปีมีการทำการเกษตรแตกต่างกันตามฤดูกาลซึ่งจะมีแรงงานส่วนใหญ่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนแรงงาน ตนคิดว่าหลายประเทศก็คงเคยประสบปัญหามาเช่นเดียวกัน จะทำอย่างไรให้คนพวกนี้เป็นกลุ่มการจัดเตรียมความต้องการของโรงงาน ซึ่งโรงงานจะต้องมีการทำแผนตามข้อตกลงตั้งแต่เท่าไรถึงเท่าไรเพราะแรงงานแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากันบางทีก็เข้ามาไม่ถูกกฎหมาย แต่พอเราทำตรงนี้เสร็จก็มีการเคลื่อนย้ายแล้วก็ไปทำที่อื่นมันก็เป็นบ่อเกิดของการทุจริตผิดกฎหมายของเจ้าหน้าที่ หรือเป็นการหลอกลวงการไม่จ่ายเงินนี่คือสิ่งที่เราจะต้องดูแลมิตรประเทศเขาที่เข้ามา เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้จะต้องไม่เกิดขึ้นไทยยินดีและรับรองว่าเราจะทำให้ให้ดีที่สุดเพียงแต่ว่าขอให้เข้ามาให้ถูกต้อง ในส่วนแรงงานรายปีมีหลายอย่างที่เราได้มีการพัฒนาไปแล้วไม่ว่าจะเป็นการดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชนในเรื่องการประกันตนการขึ้นทะเบียนทั้งหมดจะได้ไม่เกิดปัญหา ถ้าหากแรงงานขึ้นทะเบียนถูกต้องเราพร้อมดูแล แต่ถ้าไม่ขึ้นทำเบียนและเข้ามาไม่ถูกต้อง ตนคืดว่าอแต่ละประเทศคงไม่อยากให้เกิดขึ้นเพราะฉะนั้นทุกประเทศต้องทำให้เหมือนกัน เราดูแลอยู่แล้วเพราะรู้ว่าทุกคนมีรายได้น้อย
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนในเรื่องการจัดส่งแรงงานที่ถูกกฎหมายเป็นเรื่องที่เกี่ยวจ้องกับรัฐบาลภาคเอกชนโดยเฉพาะบริษัทจัดหางานที่ต้องปรับปรุงมาตรฐานเพราะที่ผ่านมายังไม่ได้มาตรฐายเท่าที่ควร จึงเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ทุจริตซึ่งต้องไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีกและต้องไม่ให้มีการค้ามนุษย์โดนเด็ดขาด
ซึ่งเราไม่ได้อยากเอาเปรียบและสำนึกถึงแต่เราต้องมองถึงความมั่นคงในประเทศ ซึ่งการเคลื่อนย้ายคนไปมามีทั้งถูกและผิดกฎหมายจึงต้องระมัดระวังในความมั่นคงดังกล่าว ทั้งนี้ประเด็นที่เราให้ความสำคัญคือหนึ่งการเพิ่มศักยภาพแรงงานในภูมิภาคโดนชยการจัดตั้งสถานฝึกฝีมือแรงงานอย่างที่ได้ไปตั้งไว้ที่จ.ตากเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจพิเศษ โดยสถานฝึกฝีมือแรงงานอาจพัฒนาในสถานประกอบเหมือนการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) โดยกำหนดให้เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐกับสถานประกอบการซึ่งไทยกำลังเร่งรัดอยู่ บอกจากนี้จะให้มีการศึกภาษาโดยเฉพาะเรื่องของศัพท์เทคนิคเนื่องจากจะนำไปสู่การพัฒนาจากแรงงานสู่หัวหน้า และไทยเองพยายามส่งเสริมเรื่องภาษาเมื่อเปิดอาเซียนจะต้องพูดได้อย่างน้อย 2-3 ภาษา
นายกฯ กล่าวว่า การพิสูจน์สัญชาติที่ต้องเร่งรัดให้ได้โดยเร็วเพราะหากรอมารวมจะเกิดปัญหา ขอให้ทุกประเทศเตรียมการเรื่องพิสูจน์สัญชาติ โดยขณะนี้ผู้นำของหลายประเทศได้ขอเวลาในเรื่องนี้ ซึ่งเราก็ยินดีแต่สุดท้ายภาระก็จะตกมาที่ไทย เนื่องจากเราต้องเตียมความพร้อมดูแลทั้งเรื่องสาธารณสุขและการศึกษา เมื่อเราให้เวลาไปแล้วก็ขออย่าให้มีปัญหา ทั้งนี้ภายหลังจากปี 2559 จะไม่อนุญาตให้แรงงานต่างชาตินำญาติติดตามเข้ามาทำงาน พร้อมเสนอให้จัดทำฐานข้อมูลแรงงานบนพื้นฐานเดียวกันของกลุ่มลุ่มน้ำโขง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเด็นที่ 3 ด้านความร่วมมือด้านแรงงาน ข้อเสนอของรัฐาลไทยคือ อยากให้ทุกประเทศร่วมมือในคราเดียวกัน เพื่อความสะดวกของทุกประเทศ หรืออย่างน้อยๆ ก็อาจเป็นข้อตกลงร่วมกันที่ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศ ส่วนประเด็นที่ 4 เรามีความหวังถึงการต่อเนื่องที่จะมีการประชุมร่วมกันแบบนี้ทุกปี ซึ่งรัฐบาลไทยพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เนื่องจากขณะนี้โลกเราไร้พรมแดน เราจึงต้องวาดอนาคตให้คนและแรงงานได้เห็น
วันนี้ตนกับผู้นำอาเซียนทั้ว 10 ประเทศมีความเข้าใจกันดี ร่วมมือกันทึกอย่างไม่มีความขัดแย้งเลย และปัญหาตามแนวชายแดนก็ไม่เกิดขึ้น เราขัดแย้งกันไม่ได้อยู่แล้วในทุกเรื่อง ฉะนั้นการพัฒนาในช่วงที่รัฐบาลนี้ยังอยู่ ยืนยันว่าจะทำให้ทุกอย่างให้เกิดความเท่าเทียมกัน โดนใช้กฎกติกาของประชาคมโลกต่างๆ และที่สำคัญคือการลดการทุจริต คอรัปชันในทุกมิติและเจ้าหน้าที่ต้องถูกลงโทษทุกเรื่อง ซึ่งตนเห็นใจในเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายที่เป็นปัญหามาโดยตลอดหากเราปล่อยปะละเลยมากแล้วมาเข้มงวดก็เป็นปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น แต่ต้องขอร้องให้เข้าใจ ถ้าเราไม่จัดระเบียบ วันหน้าเหตุการณ์ความขัดแย้งตามซีกโลกอื่นๆ จะเกิดขึ้นในแถบประเทศอาเซียน ฉะนั้นต้องระมัดระวังและขอให้มีการตรวจสอบแรงงานเหล่านี้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หวังว่าการประชุมครั้งนี้จะเกิดความสำเร็จเป็นรูปธรรมเพื่อเป็นรากฐานต่อการพัฒนาเศรษฐกิจความมั่นคงและความผาสุขของประชาชนในประเทศลุ่มน้ำโขง และขอบคุณผู้เข้าร่วมประบุมที่ให้เกียรติประเทศไทยและอยากให้มาท่องเที่ยวบ่อยๆ ส่วนโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายตอนนี้เรากำลังเร่งให้ ไม่ใช่เพื่อตนหรือประธานาธิบดีเมียรมาร์แต่เพื่อประชาชนทั้งสองประเทศ และตนได้พาญี่ปุ่นมาร่วมมือ รวมถึงอินเดียก็ตามมา เราต้องร่วมมือกันแบบนี้ จากศักยภาพที่มีอยู่แล้วอย่างประเทศเวียดนามที่มีการท่องเที่ยวทางเรือซึ่งตนเคยพูดไปแล้วว่าภายในปีนี้หรือปีหน้าต้องขับรถไปโฮจิมินให้ได้และวันนี้ไทยก็กำลังทำเรือคลุยขนาดใหญ่ที่ จ.ภูเก็ตเพื่อจะได้เชื่อมต่อกันโดยการท่องเที่ยว
"อย่ามาระแวงกัน อย่ามาโกรธกัน ทุกอย่างทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนของทุกประเทศ ผมมีกำลังใจที่เห็นทุกคนร่วมมือโดยเฉพาะมิตรประเทศ ต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน ประเทศไทยไม่ใช่ศัตรูของใครทั้งสิ้น วันนี้ขอเวลาเราเดินหน้าไปหน่อย ถ้าเอามาตรฐานเดียวกันมาดูทั้งหมดมันไปไม่ได้ ประชาชนก็เดือดร้อนแต่เราเคารพทุกประเทศในโลก" นายกรัฐมนตรี กล่าว







