
หนี้ทะลักครัว
สัญญาณร้าย หนี้นอกระบบทะลัก แซงหน้าในระบบครั้งแรกในรอบ 10 ปี
สัญญาณร้าย หนี้นอกระบบทะลัก แซงหน้าในระบบครั้งแรกในรอบ 10 ปี
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลสำรวจสภาพหนี้ครัวเรือนระหว่างวันที่ 20-28 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2549 โดยหนี้สินเฉลี่ยอยู่ที่ 2.48 แสนบาท/ครัวเรือน
ผลสำรวจพบว่า สัดส่วนหนี้สินนอกระบบสูงกว่าหนี้สินในระบบเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการสำรวจ โดยในปี 2551 หนี้สินนอกระบบมีสัดส่วนแค่ 35% หนี้สินในระบบ 65% แต่ในปี 2558 พบว่าหนี้สินนอกระบบเพิ่มขึ้นเป็น 51.3% และหนี้สินในระบบมีเพียง 48.7% ที่สำคัญครัวเรือน 67.3% ระบุว่า ไม่มีเงินออม
สาเหตุที่ทำให้หนี้สินเพิ่มขึ้น 37.1% ระบุว่า กู้มาเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 22.7% ระบุว่า กู้มาจ่ายหนี้นอกระบบ 11.3% ระบุว่า กู้มาเพื่อซื้อยานพาหนะ 10.2% ระบุว่า กู้มาลงทุนธุรกิจ และ 8.5% ระบุว่า กู้มาซื้อที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ ครัวเรือนส่วนใหญ่ ระบุว่า สาเหตุที่หนี้สินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เพราะรายได้ลดลง ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น เก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้ มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมาก ค่าเล่าเรียนของบุตรหลาน และผ่อนสินค้ามากเกินไป
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ครัวเรือน 80.8% ระบุว่า มีปัญหารายได้ไม่พอกับรายจ่าย สาเหตุอันดับ 1 มาจากราคาสินค้าแพงขึ้น 66.5% รองลงมา 25.7% มาจากการชำระหนี้สินเพิ่มขึ้น และ 5.5% เกิดจากสาเหตุที่ไม่คาดคิด
ด้านผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน ส.ค. พบว่าอยู่ที่ 72.3 ต่ำสุดในรอบ 15 เดือน สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น การบริโภคไม่ฟื้นตัว การส่งออกหดตัว ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และค่าครองชีพสูง อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคคาดหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล 1.36 แสนล้านบาท จะทำให้การบริโภคเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า หนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้มาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาลอาจได้ผลไม่มากนัก แต่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ปีหน้าหากมีปัญหาภัยแล้งจะทำให้หนี้สินครัวเรือนเกษตรกรเพิ่มขึ้น กำลังซื้อลดลง และส่งผลให้หนี้นอกระบบเพิ่มขึ้นอีก
นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเน้นชัดเจนว่าให้นำเงินไปใช้จ่าย หากนำเงินไปใช้ลงทุนและมีรายได้เพิ่มก็จะทำให้หนี้สินครัวเรือนลดลง







