
ราชประสงค์ยังหลอนชีวิตคนกรุง
เหตุการณ์ระเบิดใจกลางเมืองย่านราชประสงค์ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงในเรื่องความปลอดภัย และยังเป็นการจุดความรู้สึกกลัวขึ้นในหมู่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
เหตุการณ์ระเบิดใจกลางเมืองย่านราชประสงค์ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงในเรื่องความปลอดภัย และยังเป็นการจุดความรู้สึกกลัวขึ้นในหมู่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
ถึงแม้เหตุการณ์จะผ่านมาแล้ว 2 สัปดาห์ แต่ประชาชนและนักท่องเที่ยวบางราย ยังคงรู้สึกหวาดกลัว และไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตน ขณะเดียวกันบางรายได้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติแล้ว
ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศเอพีได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้คนในกรุงเทพฯ ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยส่วนใหญ่แล้วยังรู้สึกกังวลและหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แม้เวลาจะผ่านมานานนับ 2 สัปดาห์แล้วก็ตาม
เอก ชิมคำ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง วินตรงข้ามศาลท้าวมหาพรหม ซึ่งอยู่ในระหว่างเกิดเหตุ กล่าวว่า สองคืนแรกนอนไม่หลับเลยหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
“แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ผมยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี ตอนนี้ผมกังวลว่าจะมีระเบิดอีกลูกหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมจะพยายามเลี่ยงไม่ขอจอดติดไฟแดงตรงนั้นดีกว่า” เอก กล่าว
ด้าน ฤดี เจียมใจรัตน์ แม่ค้าแผงดอกไม้หน้าศาลท้าวมหาพรหม กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดครั้งนั้นไม่ได้ทำให้หวาดกลัว เพราะเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของท้าวมหาพรหมที่จะปกป้องคุ้มครอง
นอกจากนี้ ฤดี ยังระบุว่า เวลามาขายของก็พยายามมองหาชายต่างชาติที่มีลักษณะเหมือนผู้ต้องสงสัย หากใครยืนในบริเวณนี้นานเกินไปจนน่าสงสัย ก็จะเดินไปบอกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ช่วยดูแล
แม้จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น แต่ประชาชนก็ยังจำเป็นต้องทำมาหากินกันต่อไป โดยเฉพาะ วิธิตา สิงหารัตน์ นางรำประจำศาลท้าวมหาพรหม กล่าวว่า ยังจำเป็นต้องมาที่ศาลท้าวมหาพรหม เอราวัณ เพื่อประกอบอาชีพต่อไป และยังคงหวาดหวั่น กลัวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
เช่นเดียวกับ คริสติน่า รุ่งอรุณวศิน นักแสดงลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณศาลขณะเกิดเหตุ ยอมรับว่า ยังรู้สึกกังวลอยู่ โดยเฉพาะบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว ทุกครั้งที่ต้องหยุดรอไฟแดง ไม่ว่าจะบนทางเท้าหรือนั่งอยู่ในรถ ก็จะคิดเสมอว่า ถ้าเกิดระเบิดขึ้น ต้องหนีไปทางไหน
ในขณะเดียวกัน ณกุล พรพิริยะกุลชัย ผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณศาลขณะเกิดเหตุ กล่าวว่า รู้สึกหวาดระแวงในช่วงสองวันแรกหลังจากเหตุการณ์ระเบิด แต่เมื่อผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติ
“ผมก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนลงมือ ผมยังอยากรู้แรงจูงใจในการก่อเหตุ” ณกุล กล่าว
อย่างไรก็ตาม กัลย์ยุทธพงศ์ นพคุณ ซึ่งอยู่ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ขณะเกิดเหตุ กล่าวว่า คนไทยมีนิสัยลืมง่าย และแม้ทุกอย่างจะกลับมาสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ก็มีโอกาสสูงที่เหตุการณ์ในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีก รวมถึงไม่มีความมั่นใจต่อระบบรักษาความปลอดภัยอีกด้วย
ทั้งนี้ ถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับตัวผู้ต้องสงสัยได้หลายราย แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครคือมือระเบิด และแรงจูงใจในการก่อเหตุยังคงเป็นปริศนา







