
ชาวบ้านหนองจอก-มีนบุรี จิตตกแหล่งกบดานขบวนการระเบิด
ปฏิบัติการใหญ่2ครั้งตั้งแต่จนท.บุกรวบตัวผู้ต้องหาในห้องเช่าเขตหนองจอกก่อนขยายผลค้นหอพักย่านมีนบุรีทำให้2พื้นที่ถูกจับตามองมากที่สุด
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
ปฏิบัติการใหญ่ 2 ครั้ง เริ่มตั้งแต่เจ้าหน้าที่บุกรวบตัวผู้ต้องหาในห้องเช่าพูลอนันต์ อพาร์ทเมนท์ เขตหนองจอก พร้อมอุปกรณ์ประกอบระเบิดในลักษณะเดียวกันกับเหตุการณ์ราชประสงค์ ก่อนจะขยายผลจนบุกค้นห้องเช่าหอพักไมมูณา การ์เด้น โฮม เขตมีนบุรี ซึ่งมี วรรณา สวนสัน ผู้ทำสัญญาเปิดเช่าห้องพัก และพบอุปกรณ์ประกอบระเบิดเช่นกัน นำมาซึ่งความชัดเจนของคดีตามลำดับ
ขณะที่แนวทางการสืบสวนล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) สั่งการให้ “กองปราบปราม” ติดตามความเคลื่อนไหวชาวอุยกูร์ที่อยู่ในประเทศไทยประมาณ 3,000 คน เพื่อหาข่าวเพิ่มเติม
นั่นทำให้พื้นที่เขตหนองจอกและมีนบุรีถูกจับตามองมากที่สุด!!
ข้อมูลกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า ขบวนการลักลอบขนชาวอุยกูร์เข้าไทยกำลังถูกจับตาไม่ต่างไปจากปัญหาโรฮีนจา จากการตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของชาวอุยกูร์ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พบว่า การเข้ามายังประเทศไทยมีด้วยกันสองเส้นทาง
เส้นทางแรกเข้ามาทางท่าอากาศยานปกติ วิธีการนี้ชาวซินเจียงอุยกูร์จะเดินทางเข้าไทยด้วยหนังสือเดินทางจีนที่ถูกต้องในฐานะนักท่องเที่ยว จากนั้นก็จะมีขบวนการมารอรับไปรวมกลุ่มกันโดยกระจายอาศัยอยู่ย่านหนองจอก หรือลาดกระบัง เพื่อรอขั้นตอนการทำหนังสือเดินทางปลอมของประเทศตุรกี จากนั้นเมื่อขั้นตอนเสร็จสมบูรณ์กลุ่มขบวนการก็จะจัดส่งชาวอุยกูร์เดินทางไปยังตุรกี โดยผ่านท่าอากาศยานและพิธีการตรวจคนเข้าเมืองปกติ
วิธีการที่สอง คือ ชาวอุยกูร์จะเดินทางด้วยรถยนต์ลงมาทางใต้แล้วเข้าประเทศเมียนมา ก่อนที่จะลงเรือจากประเทศเมียนมาผ่านทะเลอันดามันเข้ามายังประเทศไทยด้าน จ.ระนอง คล้ายกับเส้นทางของชาวโรฮีนจา จากนั้นก็จะมีขบวนการพาตัวไปซุกซ่อนตามสวนยางพารา เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และมาเลเซีย
ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาเขตหนองจอก อธิบายว่า พื้นที่เขตหนองจอกมีขนาดกว้างถึง 236 ตารางกิโลเมตร อยู่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยในพื้นที่ย่านหนองจอกและมีนบุรี จะมีประชาชนผู้นับถือศาสนาอิสลามอยู่เป็นจำนวนมาก
ดังนั้น จึงมีชาวต่างชาติทางฝั่งประเทศตุรกีเข้ามาอาศัยในพื้นที่ เพราะจะดูปะปนกลมกลืนไม่เป็นที่แปลกหน้าแปลกตาของคนไทยมุสลิมในย่านนี้ รวมทั้งสามารถหาที่ประกอบพิธีทางศาสนา ละหมาด หาอาหารฮาลาลได้ง่าย และสามารถเดินทางเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในได้ไม่ยาก
คนในพื้นที่หนองจอก อย่าง “ปอ” พนักงานบริษัทเอกชน ยอมรับว่า ทันทีที่ทราบข่าวการจับกุมคนร้ายซุกซ่อนวัตถุประกอบระเบิดย่านหนองจอก รู้สึกกลัวมาก เพราะไม่คิดว่าคนร้ายจะอยู่ใกล้บ้านตัวเองขนาดนี้
“ส่วนตัวคิดว่าพื้นที่หนองจอกเหมาะที่จะถูกใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนตัวของคนร้ายเป็นอย่างดี เพราะเป็นพื้นที่กว้างขวาง ห่างตัวเมืองกรุงเทพฯ ไม่มาก ทั้งยังออกไปต่างจังหวัดได้ด้วย ปีก่อนก็เคยมีเหตุการณ์ระเบิดในย่านนี้” เธอ กล่าวด้วยความวิตกกังวล
ส่วน “หนึ่ง” คนในพื้นที่ ซึ่งเป็นคนไทยมุสลิม ยอมรับว่า แม้ตำรวจจะจับผู้ต้องสงสัยในขบวนการได้ แต่ก็ยังหวาดระแวงอยู่ จากนี้ต้องฝากความหวังไว้กับเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชนด้วย
“สุ” แม่ค้าขายกาแฟโบราณ ปากซอยถนนเชื่อมสัมพันธ์ 11 เล่าว่า ทันทีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวชาวต่างชาติ และมีวัตถุประกอบระเบิดอยู่ภายในห้อง ก็รู้สึกกลัวมากเพราะไม่คาดคิดว่า คนร้ายจะมากบดานอยู่ในพื้นที่ใกล้ตัวเอง ที่ผ่านมาแม้จะมีชาวต่างชาติมาให้เห็นอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์สอนภาษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ซึ่งทำให้ไม่เป็นที่แปลกตาของคนบริเวณนี้
“แมว” วินจักรยานยนต์รับจ้าง ปากซอยถนนเชื่อมสัมพันธ์ 11 กล่าวว่า เป็นปกติที่พบเห็นชาวต่างชาติในพื้นที่นี้ เพราะมีฝรั่งมาเป็นอาจารย์สอนอยู่เยอะมาก อีกทั้งบริเวณใกล้กันเป็นแหล่งห้องเช่าหอพักอาศัยหลายแห่ง
“ตอนนี้กลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างคุยกันว่า จากนี้ต้องช่วยกันสอดส่องคนที่รับส่งทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนไทยด้วยกัน เพื่อช่วยเป็นเบาะแสไม่ให้คนแปลกหน้ามาอาศัยย่านหนองจอกซุกซ่อนได้อีก ขนาดเป็นพื้นที่ห่างจากตัวเมืองมากแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”
สยุมภู ลำใหญ่ ชาวบ้านย่านหนองจอก เล่าความรู้สึกว่า กลัวมากที่คนร้ายมาซุกซ่อนระเบิดบริเวณใกล้บ้าน ใกล้มหาวิทยาลัย เพราะเป็นสถานที่ที่ตนเองชอบไปหาเพื่อนที่หอพักอยู่เป็นประจำ จากนี้เวลาทำงาน หรือไปที่ไหนในย่านหนองจอก จะคอยสอดส่องจับสังเกตคนต่างชาติมากขึ้น ที่ต้องทำแบบนี้เพราะไม่กี่ปีก่อนก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นหลายครั้งในย่านมีนบุรีและหนองจอก เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่บ้านเช่าย่านบางบัวทองมาแล้ว
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ พ.ต.อ.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล รอง ผบ.น.3 รักษาการ สน.หนองจอก ระบุว่า แบ่งออกเป็น 2 แนวทาง คือ 1.ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ลงพื้นที่ตรวจบ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ ในพื้นที่ย่านหนองจอกตลอดทั้งช่วงเช้าและเย็นทุกวัน
2.สร้างความเข้าใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุต้องสงสัยที่สามารถนำมาประกอบเป็นวัตถุระเบิดได้ เช่น สายไฟ แผงวงจรต่างๆ โดยประสานงานร่วมกับหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดมาให้ความรู้เบื้องต้นด้วย
“ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่อย่างดีที่สุด ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือกันทุกส่วน” พ.ต.อ.สุศักดิ์ กล่าว







