posttoday
กกต.ถกร่างประกาศทำประชามติก่อนส่งให้สนช.

กกต.ถกร่างประกาศทำประชามติก่อนส่งให้สนช.

03 กันยายน 2558

กกต.พิจารณาร่างประกาศหลักเกณฑ์การทำประชามติร่างรธน.ครั้งสุดท้ายก่อนส่ง สนช. 7 ก.ย.

กกต.พิจารณาร่างประกาศหลักเกณฑ์การทำประชามติร่างรธน.ครั้งสุดท้ายก่อนส่ง สนช. 7 ก.ย.

นายประวิช รัตนเพียร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการมีส่วนร่วมฯ กล่าวภายหลังการประชุมกกต.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศหลักเกณฑ์การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการลงมติในวันที่ 6 ก.ย.นี้ โดยเป็นการตรวจสอบร่างประกาศครั้งสุดท้ายก่อนที่ประธานกกต.จะได้นำไปส่งให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 7 ก.ย.นี้ 

ส่วนข้อกังวลของรองนายกรัฐมนตรี เรื่องการแสดงความเห็นผ่านโซเซียลมีเดียต่างๆ ที่ประชุมเห็นว่า กกต. คงไม่สามารถไปจำกัดความคิดเห็นเหล่านั้นได้ แต่ได้วางหลักเกณฑ์การแสดงความคิดเห็นที่ไว้ในร่างประกาศฯ 3 ข้อ คือ 1.สิ่งที่พูดออกไปถ้าเป็นข้อเท็จจริงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญสามารถทำได้  2.ห้ามใช้ถ้อยคำหยาบคายหรือใส่ร้ายป้ายสี และ 3.ห้ามยุยงปลุกปั่น  ถ้ายึดหลัก 3 ข้อนี้ก็ควรปล่อยให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่  

ส่วนประเด็นเรื่องวันลงประชามติจากเดิมที่ระบุว่าจะเป็นวันที่ 10 ม.ค. 2559 นั้น เป็นเพียงกรอบการทำงานของกกต.ในเบื้องต้น เพราะเงื่อนไขในการกำหนดวันลงประชามติ  กกต.จะประกาศอีกครั้งหลังจากจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญและสาระสำคัญไปยังผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติไม่น้อยกว่า 80%  หรือประมาณ 13 ล้านครัวเรือน จาก 17 ล้านครัวเรือนที่มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติ ให้แล้วเสร็จเสียก่อน

"กกต.กำหนดแผนงานที่จะจัดส่งให้แล้วเสร็จปลายเดือนพ.ย. แต่ทั้งนี้กระบวนการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ กกต.ต้องการให้มีความโปร่งใสมากที่สุด จึงไม่สามารถที่จะมีการจัดซื้อจัดจ้างหรือพิมพ์ไว้ล่วงหน้าได้ เนื่องจากต้องรอผลการลงมติของสปช.ในวันที่ 6 ก.ย. จึงอาจทำให้การจัดส่งไปยังครัวเรือนต่างๆล่าช้าไปกว่าที่กำหนด หากแล้วเสร็จกลางเดือนธ.ค. วันออกเสียงประชามติก็ต้องเลื่อนจากวันที่ 10 ม.ค. 2559 ออกไปอีก 2 สัปดาห์"นายประวิช กล่าว

สำหรับข้อถกเถียงเรื่องหลักเกณฑ์คะแนนที่จะผ่านประชามติ นายประวิช กล่าวว่า ร่างประกาศที่เตรียมจะส่ง สนช.ไม่ได้มีการกำหนดในเรื่องนี้ และ กกต.เห็นว่า การกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ใช่ส่วนที่ กกต.ได้รับมอบหมาย กกต.จึงไม่ต้องไปตีความ โดยมีหน้าที่เพียงจัดทำประชามติและประกาศผลคะแนนออกเสียง จำนวนผู้มาออกเสียงและรายงานไปยังนายกรัฐมนตรี  ซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์จะยึดจากจำนวนผู้มาออกเสียงหรือผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเป็นดุลพินิจของนายกฯ

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า กกต.เห็นว่าจำนวนเสียงที่จะผ่านประชามติต้องยึกหลักเกณฑ์ใด นายประวิช กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2552 ให้ใช้เสียงข้างมากของผู้ออกมาใช้สิทธิ์ และการออกเสียงประชามติทั่วโลกก็ใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าว แต่ในกรณีนี้เป็นกติกาใหญ่อยู่ในรัฐธรรมนูญ  จึงเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกับกกต.และไม่ขอกล่าวถึง

รายงานข่าวแจ้งว่าในการประชุมกกต.วันนี้ นายประวิชได้เชิญนายสุรพล นิติไกรพจน์ หนึ่งในที่ปรึกษากฎหมายของกกต.มาให้ความเห็นในประเด็นความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนเสียงที่ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติ ซึ่งนายสุรพล มีความเห็นว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 แก้ไขเพิ่มเติม ให้ยึดเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าตอนยกร่างฯ เหตุใดผู้ยกร่างจึงต้องเขียนถ้อยคำให้วกวนและทำให้เกิดการตีความ

โดยในที่ประชุมได้มีการเสนอว่า จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีหนังสือไปยังหน่วยงานทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความให้ชัดเจน แต่ที่ประชุมก็เห็นว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ถือเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กรที่กกต.จะเสนอศาลรัฐธรรมนูญได้เหมือนตอนที่มีปัญหาเรื่องการเลื่อนวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. ที่กกต.เห็นแย้งกับรัฐบาล ขณะเดียวกันตามรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ กกต.มีหน้าที่เพียงผู้ดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติเท่านั้น ฉะนั้นก็ไม่จำเป็นที่กกต.จะต้องเป็นผู้ทำเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท