posttoday
ก่อการร้ายรูปแบบใหม่

ก่อการร้ายรูปแบบใหม่

03 กันยายน 2558

การก่อการร้ายได้ขยายมิติไปมาก โดยการปรากฏว่ามีกลุ่มที่เห็นใจหรือชื่นชอบกลุ่มหนึ่งก็ทำให้กลุ่มนั้นได้

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

รัฐบาลพยายามปฏิเสธตลอดว่า เบื้องหลังการวางระเบิดที่ราชประสงค์ไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้าย และชาวอุยกูร์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง กระทั่งให้กระทรวงมหาดไทยออกหนังสือเวียนถึงผู้ว่าราการจังหวัดสั่งห้ามเรียกเหตุระเบิดครั้งนี้ว่า การก่อการร้าย หรือวินาศกรรม หรือเชื่อมโยงกับชาวอุยกูร์เด็ดขาด

ทว่า จากหลักฐานการจับกุมผู้ต้องสงสัย รวมถึงหมายจับขบวนการบึ้มที่ออกมาจนถึงขณะนี้ร่วม 8 ราย พบว่าเป็นชาวตุรกีเป็นส่วนใหญ่

แจ่มชัดว่า ชาวอุยกูร์น่าจะเป็นผู้วางระเบิดและทำกันเป็นขบวนการ

ผู้นำรัฐบาลและบิ๊กตำรวจ ยอมรับต่อมาว่า เหตุที่ชาวอุยกูร์ก่อเหตุ เป็นผลพวงจากการลักลอบเข้าเมืองของคนกลุ่มนี้ที่รัฐบาลไทยได้ทลายขบวนการค้ามนุษย์และส่งกลับยังจีน จึงเกิดความโกรธแค้นและตอบโต้อย่างที่เห็น

การจับกุม อาเดม การาดัค ผู้ต้องหาชาวอุยกูร์ ที่เชื่อว่าเป็นสัญชาติตุรกีได้ที่อพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก พร้อมพาสปอร์ตปลอมหลายร้อยเล่ม ตอกย้ำให้เห็นว่า มีขบวนการลักลอบเดินทางเข้าประเทศและออกนอกประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย

ข่าวบางกระแสระบุว่า อาเดมที่เชื่อว่าได้สัญชาติตุรกี ผู้ต้องหาคนสำคัญนี้เป็น “นายหน้า” คอยวิ่งเต้นช่วยเหลือชาวอุยกูร์ที่หนีมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ และใช้ไทยเป็นทางผ่านลงไปมาเลเซียเพื่อบินต่อไปยังตุรกี และยังมีหน้าที่ดูแลด้านการเงินสำหรับช่วยเหลือชาวอุยกูร์ที่ถูกคุมตัวตามห้องกักขังของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ย้อนเหตุการณ์ที่ชาวอุยกูร์ประเทศตุรกีไม่พอใจรัฐบาลไทย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.ค. หลังจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจส่งกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวมุสลิมอุยกูร์กลับไปให้กับรัฐบาลจีน จำนวน 109 คน จนเกิดแรงประท้วงของชาวอุยกูร์ในประเทศตุรกี ที่บุกพังทำลายสถานกงสุลไทยในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี จนได้รับความเสียหาย

ชาวอุยกูร์ที่ตรุกีส่วนหนึ่งยังไปชุมนุมปิดล้อมสถานทูตไทยประจำตุรกีที่กรุงอังการา นอกจากนี้รัฐบาลตุรกียังได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของรัฐบาลไทย และเหตุการณ์ลุกลามบานปลายไปยังประเทศเยอรมนี เพราะมีผู้เตรียมจะชุมนุมประท้วงจากเหตุเดียวกันนี้ที่สถานทูตไทยในกรุงเบอร์ลินและนครแฟรงก์เฟิร์ตด้วย

ผ่านมาเดือนกว่าเหตุเกิดที่ไทยโดยตรงจากระเบิดราชประสงค์ คร่าชีวิตนักท่องเที่ยวจีน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ และชาวไทยรวม 20 ชีวิต พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับตรงๆ ว่า “ผู้ต้องสงสัยที่จับได้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนส่งชาวอุยกูร์”

หลักฐานชัดเช่นนี้ แต่เหตุที่รัฐบาลไม่อยากให้สรุปว่าเป็นการก่อการร้าย หรือเป็นฝีมือของชาวอุยกูร์ ก็เพราะกลัวผลกระทบระดับนานาชาติและการท่องเที่ยว รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน จึงพยายามบอกว่า ไม่ใช่การก่อการร้าย แต่เป็นความแค้นส่วนตัว

จรัญ มะลูลีม อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า การจับกุมชาวต่างชาติ 2 คน มีความเชื่อมโยงกับชาวอุยกูร์แน่นอน อาจมาจากความรู้สึกร่วมเห็นใจพวกพ้องในชะตากรรมของเพื่อนชาวอุยกูร์ และจากเหตุการณ์ครั้งนี้รับรู้ได้เลยว่า 1.ประเทศไทยเป็นจุดรวมการทำพาสปอร์ตปลอม 2.มิติของการก่อการร้ายเริ่มหลากหลายมากขึ้น ตัวอย่างการก่อการร้ายอาจมีการติดต่อโดยตรงกับกลุ่มคนที่ออกคำสั่ง ซึ่งเกิดหลายครั้งในยุโรป

3.การก่อการร้ายเป็นการกระทำของคนในพื้นที่ที่ให้ความช่วยเหลือที่มาจากภายนอก เนื่องจากความสัมพันธ์ เช่น ความรัก คู่สามีภรรยา แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือประเทศไทยเป็นจุดหนึ่งของการก่อการ้าย ดังนั้นการหามาตรการที่ดีไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นสำคัญกว่า และมากกว่าที่่จะปฏิเสธว่าไม่ใชการ่ก่อการร้าย

“เหตุการณ์ครั้งนี้เราอย่าไปหลีกเลี่ยงว่าไม่ใช่การก่อการร้าย เป็นการก่อการร้ายแน่นอน ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดว่าไม่ใช่การก่อการร้าย แม้มันเป็นการก่อการร้ายด้วยจุดมุ่งหมายอะไรก็ตาม นั่นแสดงให้เห็นว่า การก่อการร้ายได้ขยายมิติไปมาก ตั้งแต่การเข้ามาของกลุ่มต่างๆ โดยการปรากฏว่ามีกลุ่มที่เห็นใจหรือชื่นชอบกลุ่มหนึ่งก็ทำให้กลุ่มนั้นได้ หรือการร่วมมือกันระหว่างคนในประเทศไทยกับนอกประเทศ หรือภายนอกประเทศที่มีอุดมการณ์เดียวกันแต่ว่าเชื้อชาติต่างกัน” จรัญ กล่าว

เปิดสถิติทั่วโลก

ในรายงานของ National Consortium for the Study of Terrorism and Responses to Terrorism หรือสมาคมแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาเกี่ยวกับภัยก่อการร้ายและผลพวงทั่วโลก (www.start.umd.edu)

มีสถิติด้านการก่อการร้ายของปี 2555 ที่ผ่านมาอย่างน่าสนใจ โดยตลอดปี 2555 ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีจำนวนผู้ก่อการร้ายทั้งสิ้น 6,671 ราย ผลคือมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1.1 หมื่นราย และบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 2.16 หมื่นราย นอกจากนี้มี 1,280 คน ที่ถูกลักพาตัวหรือถูกจับเป็นตัวประกัน

ช่วงเดือนที่มีการก่อการร้ายมากที่สุดในโลกคือ เดือน ม.ค. และเกิดในประเทศอิรัก ตามมาด้วยไนจีเรียมากที่สุด ขณะที่รูปแบบก่อการร้ายที่เกิดขึ้นมากที่สุดคือ การก่อเหตุด้วยระเบิดอยู่ที่ 62% การใช้อาวุธ 25% อื่นๆ อาทิ การลอบสังหาร การจับตัวประกัน และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน-สิ่งอำนวยความสะดวก

รูปแบบการก่อการร้ายพุ่งเป้าผู้ตกเป็นเหยื่อไปที่ทรัพย์สินและตัวพลเรือนประชาชนทั่วไป 2,073 ครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1,699 ครั้ง หน่วยงานรัฐ 971 ครั้ง ภาคธุรกิจ 480 ครั้ง ทหาร-กองทัพ 379 ครั้ง สถาบันการศึกษา 325 ครั้ง เป็นต้น

สำหรับ 10 ประเทศ ที่มีภัยก่อการร้ายสูงสุดในปี 2555 ที่ผ่านมา คือ 1.ปากีสถาน 2.อิรัก 3.อัฟกานิสถาน 4.อินเดีย 5.ไนจีเรีย 6.ไทย 7.เยเมน 8.โซมาเลีย 9.ฟิลิปปินส์ 10.ซีเรีย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท