
"วิษณุ"แจงกระทู้ยันฟ้องแพ่งจำนำข้าวเสร็จอย่างช้าต้นปีหน้า
วิษณุ แจงกระทู้ สนช.ยันไม่นิ่งนอนใจฟ้องแพ่งจำนำข้าว ต้องยึดหลักนิติธรรม ยันเสร็จอย่างช้าต้นปีหน้า
วิษณุ แจงกระทู้ สนช.ยันไม่นิ่งนอนใจฟ้องแพ่งจำนำข้าว ต้องยึดหลักนิติธรรม ยันเสร็จอย่างช้าต้นปีหน้า
วันที่ 3 ก.ย. นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาต (สนช.) ตั้งกระทู้ถามสด ในการประชุมสนช. เรื่อง”ความคืบหน้าการดำเนินคดีทางแพ่งต่อผู้กระทำความผิดโครงการรับจำนำข้าว" โดยระบุว่า จากความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวสร้างมูลค่ามากมาย จนมีชาวนาฆ่าตัวตาย 17 ราย ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นคนไทยต้องแบกรับภาระหนี้จำนวนมากนี้ จึงอยากถามว่า รัฐบาล มีแนวทางการดำเนินการทางแพ่งต่อผู้กระทำผู้กระทำความผิด อย่างไร และคดีจะหมดอายุความเมื่อไหร่
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า โครการทุจริตคดีจำนำข้าวแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ 1. คดีทางการเมือง คือเรื่อง ถอดถอน ซึ่ ป.ป.ช. และ สนช. ทำเสร็จเส้ินกระบวนการนั้นแล้ว 2. การส่งเรื่องฟ้องศาลอาญาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งดำเนินการแล้ว และ 3 การฟ้องทางทางแพ่ง เพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับผิดชอบ
สำหรับในส่วนการฟ้องแพ่ง ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ต้องใช้หลักนิติธรรม ไม่ใช้อารมรณ์ ต้องใช้หลักกฎหมายดำเนินการ ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สองฉบับคือ พ.ร.บ.ควารับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับความผิดเกี่ยวข้อบเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจะต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพื่อป้องกันคข้อครหา และป้องกันไม่ให้เสียรูปคดีในอนาคต
นายวิษณุ กล่าวว่า ตามหลักกฎหมายแล้วขั้นตอนแรก จะต้องตั้งกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงและส่งเรื่องต่อไปยังชุดที่สองที่ คือคณะกรรมการรับผิดทางแพ่ง โดยคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องสอง กลุ่มกลุ่มแรกน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนเดียว และ สอง เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ 6 คน ส่วนเอกชนที่เกี่ยวข้องแยกฟ้องออกไปต่างหากไม่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งทั้งสองชุดนี้เดิมต้องทำให้เสร็จภายในสิ้นกเดือน ก.ย.แต่มีการขอต่อเวลาออกไป เนื่องจากผู้ที่ต้องให้ถ้อยคำขอขยายเวลา หากเสร็จก็จะส่งต่อไปยังคณะกรรมการชุดที่สองเพื่อที่จะพิจารณาว่าจะฟ้องใครเป็นเงินเท่าไหร่
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น เมื่อกก.ชุดที่สองพิจารณาเสร็จ ก็จะส่งเรื่องคืนไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐนตรีการคลัง รัฐมนตรีพาณิชย์ ในฐานะที่เซ็นตั้งกรรมการสอบ สมมติว่าหากเห็นชอบให้เรียกค่าสินไหมทดแทน ก็ระบุชื่อว่ามีใครบ้าง ทั้งอดีตนายกฯ และ เจ้าหน้าที่รัฐ 6 คน ซึ่งอายุความคดีนี้อยู่ที่ 2 ปี ครบ ก.พ. 2560 แต่เชื่อว่าจะเสร็จสิ้นได้ภายในปลายปี 2558 หรือ อย่างช้าต้นปี 2559 ทั้งนี้ ถ้าพบว่ามีบุคคลดังกล่าวมีความผิด รัฐจะไม่ฟ้องแต่รัฐจะสั่งให้ชำระหนี้เหมือนคำสั่งยึดทรัพย์ ตรงนี้ ผู้ที่ทำผิดสามารถไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ ซึ่จะไม่กระทบอายุความ ส่วนเอกชนแยกออกไปฟ้องต่างหากแม้อายุความจะน้อยกว่าแค่ 1 ปี แต่ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบยกเว้นจะพบความผิดเชื่อมโยงกับสองกลุ่มก็ค่อยเรียกมาสอบเพิ่มเติมได้ ดังนั้นเชื่อว่าจะไม่กระทบอายุความเช่นกัน







