
สมคิดขีดเส้น3เดือนกู้ศก. สั่งพาณิชย์แก้3งานใหญ่
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการทำงานให้ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการทำงานให้ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยนายกรัฐมนตรีฝากให้กระทรวงพาณิชย์นำไปปฏิบัติเพื่อรองรับกับนโยบายใหม่ๆ ของรัฐบาลในการดูแลเศรษฐกิจ ได้แก่ ดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน เพราะอาหารยังแพงอยู่ และเรื่องสำคัญเร่งด่วนคือ ขอให้ดูแลราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าข้าว ปาล์มน้ำมัน และยางพารา เพื่อให้ราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ผิดธรรมชาติ
ส่วนเรื่องส่งออก ขอให้กระทรวงพาณิชย์จัดลำดับความสำคัญของกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพใหม่ และใช้วิธีเจาะลึกเข้าไปสร้างเครือข่ายและพัฒนาตลาดที่กำหนดไว้แล้ว เพราะบางประเทศเป็นตลาดใหญ่ แต่กลับมีทูตพาณิชย์ดูแลเพียงคนเดียว จึงต้องจัดทัพใหม่และเสริมบุคลากรเข้าไป เช่น อาเซียน ที่มองตลาดเมียนมาและลาวจะขยายตัวได้อีก ก็ต้องเพิ่มคนเข้าไปดูแล ไม่ใช่ให้รับผิดชอบเพียง 1-2 คน หรือตลาดจีนและญี่ปุ่น ที่มีความสำคัญกับไทย ก็ต้องจัดคนเข้าไปเพิ่ม รวมถึงต้องเพิ่มการเจรจาการค้ากับกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพให้มากขึ้น และต้องทำงานประสานกับกระทรวงการต่างประเทศให้เข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนนอกเหนือจากงานทางด้านการทูต
“มาตรการตามข้อสั่งการไหนที่ทำได้ก่อนก็ให้ทำทันที แต่ภายใน 3 เดือน คาดว่ามาตรการทั้งหมดจะต้องเร่งทำออกมาได้ครบถ้วน เรื่องการส่งออกนั้นคนที่เป็นแม่ทัพคือภาคเอกชน ซึ่งนายกฯ ให้ความสำคัญ จึงได้ให้ภาคเอกชนไปจัดทัพกลุ่มที่เกี่ยวข้องและมาพบนายกฯ เพราะ 10 ปีที่ผ่านมาความสามารถในการแข่งขันด้านสินค้าของไทยถดถอย” สมคิด กล่าว
สิ่งที่จะช่วยส่งเสริมการส่งออกคือ การแก้ไขปัญหาอุปสรรค โดยล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับปากว่าจะแก้ปัญหาให้การจดทะเบียนการค้า สามารถทำได้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน ขณะที่กระทรวงการคลังก็จะพิจารณาเรื่องภาษีที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน เพื่อที่จะออกมาตรการให้สอดประสานกันช่วยเหลือภาคเอกชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้
อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จะนำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีไปตีโจทย์และจะจัดประชุมเวิร์กช็อปร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแปลงออกมาเป็นภาคปฏิบัติ โดยจะเร่งแก้ไขเพื่อให้เกิดประสิทธิผลในระยะเวลาภายใน 3 เดือนตามที่กำหนดไว้
ด้านคณะกรรมการภาคเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) มีการหารือกัน บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยในฐานะประธาน กกร. ว่า กกร.กำลังจัดทำข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นมาตรการทั้งระยะสั้น 4 มาตรการ และระยะกลาง 4 มาตรการ เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลเร็วๆ นี้ และในหารือของ กกร.ยังไม่มีการปรับเป้าส่งออกจากเดิมที่ประเมินไว้เมื่อเดือน ก.ค. ที่ -2% และยังคงเป้าจีดีพีที่ 3% เช่นเดิม เนื่องจากต้องดูทิศทางการทำงานของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะหนึ่งก่อน







