
สุเทพหนุนรธน. ชมเปาะเหมาะกับไทย
ยิ่งใกล้วันลงคะแนนโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
ยิ่งใกล้วันลงคะแนนโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่ 6 ก.ย. กลุ่มต้านและสนับสนุนทั้งในและนอกสภา ต่างเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก ล่าสุด “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย เปิดแถลงจุดยืนสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมองว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้การปฏิรูปประเทศเกิดขึ้นได้ และดีพอที่จะนำไปให้ประชาชนทำประชามติ
“ผมย้ำว่า ร่างรัฐธรรมนูญดีพอนำไปให้ประชาชนลงประชามติ เพราะคนตัดสินใจขั้นสุดท้าย คือ ประชาชนทั้งประเทศ สำหรับมวลมหาประชาชนเราเรียกร้องแสดงเจตนารมณ์เพื่อปฏิรูปประเทศ บางเรื่องทำทันทีก่อนเลือกตั้ง บางเรื่องต้องใช้เวลาทำต่อเนื่อง ซึ่งความต่อเนื่องเป็นหัวใจสำคัญที่มวลมหาประชาชนคาดหวังไว้ ทำอย่างไรให้กระบวนการปฏิรูปดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน” สุเทพ ระบุ
ทั้งนี้ การปฏิรูปที่เดินมาก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่นับว่าตอบโจทย์ แต่ที่ยังไม่ได้รับการปฏิรูปเด่นชัด คือ การปฏิรูปตำรวจ เพื่อทำให้ตำรวจเป็นของประชาชน ดังนั้นเมื่อรัฐยังมีอำนาจจึงอยากเสนอให้ใช้มาตรา 44 ทำเรื่องดังกล่าวแล้วเสร็จ
สุเทพ ย้ำว่า การปฏิรูปต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย แต่ปัญหาสำคัญใครจะเป็นเจ้าภาพในการปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ประชาชน แต่รัฐธรรมนูญนี้มีคำตอบให้ประชาชนมั่นใจ คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น แต่เชื่อมั่นว่าการปฏิรูปจะดำเนินการต่อไปได้
“คนไม่เคยอยู่ในภาวะวิกฤตจะคิดไม่ถึงว่ารุนแรงได้ขนาดนั้น ทำให้วันนี้พอใจร่างรัฐธรรมนูญที่มีการระบุองค์กร บุคคลที่จะเข้ามาแก้ไขวิกฤตหากเกิดปัญหาในอนาคต เพราะในร่างกำหนดทางออกเอาไว้ โดยให้ คปป.ใช้อำนาจทางกฎหมายในเวลาจำเป็น เพื่อป้องกันเหตุและระงับความรุนแรง เมื่อทำเสร็จแล้วต้องรายงานให้ทุกภาคส่วนทราบ”
สุเทพ ยอมรับไม่สามารถคาดเดาอะไรในทางร้ายได้ว่า คปป.จะไม่ใช้อำนาจเกินจำเป็น แต่บทเรียนที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ก็เห็นกันหมดแล้ว และอนาคตคนเข้ามาทำหน้าที่ต้องมีสำนึก เพราะต้องแบกภาระช่วยแก้ไขปัญหาประเทศ คนที่เข้ามา อาทิ ประธานสภา อดีตนายกฯ ประธานศาลฎีกา เป็นคนน่าเชื่อถือได้ ดังนั้นคงไม่มีใครเที่ยวเขียนนิรโทษสุดซอย เพราะประชาชนก็จะออกมาอีก
สำหรับข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญ สุเทพ มองว่า เป็นร่างที่เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศไทย แม้จะมีความบกพร่องก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่สาระสำคัญคือ เป็นหลักประกันว่าอนาคตประเทศไทยเห็นแสงสว่าง ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น และยืนยันการออกมาแสดงจุดยืนครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อโน้มน้าวสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ
ส่วนแนวคิดที่จะให้มีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติเพื่อเดินหน้าประเทศ สุเทพ ให้มุมมองส่วนตัวว่า ไม่ค่อยเชื่อ เพราะยังไม่ชัดเจน และไม่คิดว่าต้องไปถึงขนาดนั้น เพราะเคยเห็นรัฐบาลผสมมาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งเป็นนามธรรมมากไป
สุเทพ ย้ำจุดยืนมวลมหาประชาชนไม่คิดจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อชิงอำนาจกับใครทั้งสิ้น และไม่คิดกลับไปพรรคประชาธิปัตย์อีก
จุดยืนของสุเทพและ กปปส.ครั้งนี้้ สวนทางกับจุดยืนของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึง “สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์” ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมืองสปช. ผู้ซึ่งยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสุเทพเมื่อครั้งชุมนุมของ กปปส. จะทำให้พลังของสุเทพเข้มแข็งมีพลัง จนอุ้มร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ผ่านหรือไม่ อีกไม่นานรู้กัน







