
จัดทัพแบงก์รัฐ สู่เครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
สิ่งที่ต้องจับตาทิศทางการทำงานของทีมเศรษฐกิจใหม่ นำโดย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หลังเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ ว่า จะมีการจัดทัพการทำงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจกันอย่างไร เพราะหัวใจของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังจากนี้ได้เทน้ำหนักมาที่เรื่องการกระตุ้นกำลังซื้อจากในประเทศก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งหมายถึงจะมีการใช้กลไกของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเข้ามาเป็นตัวอัดเงินลงสู่คนระดับฐานรากก่อน
จะเห็นว่าในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล็อตแรกนี้ มีการใส่เงินผ่านโครงการกองทุนหมู่บ้านระดับเอและบีแห่งละ 1 ล้านบาท คิดเป็นวงเงินถึง 5.9 หมื่นล้านบาท โดยจะเป็นการปล่อยกู้ 0% เป็นเวลา 2 ปี ผ่านกองทุนหมู่บ้านให้ชาวบ้านนำไปประกอบอาชีพ และห้ามนำไปใช้หนี้เดิม (รีไฟแนนซ์) เพื่อให้เงินดังกล่าวถูกนำมาใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ
เหตุผลที่ต้องจับตาเรื่องการจัดทัพสถาบันการเงินเฉพาะกิจใหม่ เพราะการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังจะออกมาและเตรียมจะทยอยออกมาเพิ่มเติมอีกจากนี้ไป เชื่อแน่ว่าจะใช้เงินนอกงบประมาณตามสไตล์ถนัดของรองนายกฯ สมคิด ที่กล้าดำเนินนโยบายเชิงรุก
ดังนั้น การเปลี่ยนตัวประธานกรรมการแบงก์รัฐจึงเป็นระเด็นที่น่าจับตามอง โดยมารยาททางการเมืองไม่แน่ว่าจะมีประธานกรรมการหรือกรรมการที่ถูกแต่งตั้งขึ้นในสมัยทีมเศรษฐกิจชุดก่อนแสดงสปิริตขอลาออกเองหรือไม่ เพื่อเปิดทางให้ทีมเศรษฐกิจใหม่ได้หาทีมงานที่พร้อมเข้ามาขับเคลื่อนตามนโยบายที่วางไว้ใหม่
การถือโอกาสรื้อโครงสร้างบอร์ดแบงก์รัฐในช่วงเวลานี้ อาจจะเหมาะสมสำหรับ ครม.ประยุทธ์ 3
หลังการเข้ามาบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการเปลี่ยนตำแหน่งประธานและกรรมการรัฐวิสาหกิจมากมายหลายแห่ง รวมไปถึงการเปลี่ยนตัวประธานของแบงก์รัฐเกือบทั้งยวง
รวมทั้งอาจต้องมีการเปลี่ยนตัวประธานแบงก์รัฐเพื่อความเหมาะสม ที่ต้องจับตาคือกรณีของธนาคารออมสิน เพราะหลังจากที่ สมชัย สัจจพงษ์ ได้เข้ามาเป็นปลัดคลังแล้ว จะถูกโยกจากประธานธนาคารออมสินให้ไปเป็นประธานธนาคารกรุงไทยหรือไม่
และจากการบริหารกว่า 1 ปีที่ผ่านมา บางธนาคารมีความคืบหน้า เช่น ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ล่าสุดผลดำเนินงาน 7 เดือน มีกำไรหลายร้อยล้าน ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เกือบ 2 หมื่นล้านบาท และปีนี้คาดว่าแก้หนี้ได้เป็นหมื่นล้านบาท และบางธนาคาร เช่น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ ยังแก้ปัญหาแบบวัวพันหลัก มีหนี้ตกชั้นเพิ่ม สินเชื่อหดตัว และขาดทุนสะสมเป็นหมื่นล้านบาท
ประกอบกับผลจากการแก้กฎหมายกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจจะส่งผลให้คนที่จะมาเป็นประธานหรือกรรมการก็ต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ มากกว่า การส่งคนมาเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ซึ่งต่อไปในอนาคตประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็จะไม่ใช่ รมว.คลัง โดยตำแหน่งอีกต่อไป
นอกจากนี้ “การจัดทัพแบงก์รัฐ“ ที่ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนของ รมว.คลังครั้งนี้ เนื่องจากมีกรรมการผู้จัดการของแบงก์รัฐที่ต้องหาคนมาทำงานใหม่ถึง 5 คน แยกเป็นการเร่งหากรรมการผู้จัดการคนใหม่แทนคนเก่าที่ว่างมานานแล้ว ได้แก่ การสรรหากรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยที่ว่างมานานกว่า 2 ปี โดยคนรักษาการปัจจุบันก็รักษาการมานานเกือบครบ 1 ปี โดยการเปิดสรรหารอบที่ผ่านมาก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะคนที่สมัครคุณสมบัติยังไม่เข้าตากรรมการ ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดรับสมัครรอบที่ 2 ออกไปแบบไม่มีกำหนด
รวมถึงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ที่ว่างมานานกว่า 1 ปี หากไม่เร่งสรรหาเชื่อว่าภารกิจในการปล่อยกู้เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนให้เอสเอ็มอีรายเล็ก รายกลาง อาจสะดุดได้ ทั้งนี้คาดว่าการสรรหารอบแรกน่าจะไม่สำเร็จเพราะผู้สมัครคุณสมบัติไม่ครบ ซึ่งทางกระทรวงการคลังต้องเร่งรัดการสรรหารอบใหม่ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
ประกอบกับล่าสุด สุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ยื่นใบลาออกกะทันหันโดยใช้เหตุผลเรื่องสุขภาพ ให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2558 ซึ่งคณะกรรมการธนาคารได้มีมติแต่งตั้ง อินทิรา โภคปุณยารักษ์ รองกรรมการผู้จัดการ ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้จัดการแทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. 2558 เป็นต้นไป ส่งผลให้เอสเอ็มอีแบงก์ต้องเร่งเปิดรับสมัครสรรหากรรมการผู้จัดการคนใหม่เร็วๆ นี้
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังต้องเตรียมสรรหากรรมการผู้จัดการคนใหม่มาแทนคนที่กำลังเกษียณ เช่นที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ล่าสุดเปิดรับสมัครรอบแรกมีผู้สมัคร 5 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมเรียกผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ เพื่อสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ในช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้ต่อไป
ขณะที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ประกาศขยายเวลาเปิดรับสมัครกรรมการและผู้จัดการทั่วไปออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมที่ปิดรับสมัครวันที่ 29 ก.ค. ให้เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 28 ส.ค. 2558 นี้ โดยคาดว่าวันที่ 4 ก.ย.นี้ จะมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครทั้งหมดให้สาธารณะได้รับทราบ
อย่างไรก็ดี จะเห็นว่าการจัดทัพการทำงานของแบงก์รัฐใหม่ เป้าหมายเพื่อให้ได้คนคอเดียวกันมาทำงาน จะได้เสริมการทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายที่ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่วางไว้ไม่สะดุด
แต่มีประเด็นที่ทีมเศรษฐกิจและ รมว.คลัง ต้องคิดให้ตกในการที่จะเปลี่ยนม้ากลางศึก คือหากจะหาคนใหม่เข้ามาต้องได้คนที่มีฝีมือจริงๆ เพราะคำตัดสินของศาลกรณีธนาคารกรุงไทย ได้ทำให้คนดีมีความสามารถหลายคนไม่อยากเข้ามาเป็นผู้บริหารหรือกรรมการในสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ตราบใดที่การเมืองยังแทรกแซงได้อยู่แบบนี้ ทำให้น่าจะเหลือคนแค่หยิบมือเดียวที่จะเสียสละเข้ามาแก้ปัญหาช่วยชาติได้
ประกอบกับปัญหาของแบงก์รัฐแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน จึงถือเป็นโจทย์สำคัญที่ รมว.คลัง คนใหม่จะต้องจัดตราทัพให้เข้มแข็งเพื่อเตรียมความพร้อมของแบงก์รัฐในการกู้ภาวะเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวให้ได้







