
บอลโลกปิดฉาก ทวงหนี้โหดเริ่มขยับ
ใครก็ตามที่พาตัวเองเข้าไปสู่วงจร “อบายมุข” ย่อมต้องพบกับความวิบัติอันเกิดมาจากความโลภทั้งสิ้น ดูจะเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินเลยความจริงแม้แต่น้อย โดยเฉพาะการนำ “กีฬา” มาเป็นตัวพนันขันต่อ เมื่อกีฬากลายเป็นการพนัน ไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้คนเป็นคน ไม่รู้จักแพ้ ไม่รู้จักชนะ ไม่รู้จักอภัย งานนี้ก็มีแต่ “หนี้สิน” ที่ต้องชำระเท่านั้น
ใครก็ตามที่พาตัวเองเข้าไปสู่วงจร “อบายมุข” ย่อมต้องพบกับความวิบัติอันเกิดมาจากความโลภทั้งสิ้น ดูจะเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินเลยความจริงแม้แต่น้อย โดยเฉพาะการนำ “กีฬา” มาเป็นตัวพนันขันต่อ เมื่อกีฬากลายเป็นการพนัน ไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้คนเป็นคน ไม่รู้จักแพ้ ไม่รู้จักชนะ ไม่รู้จักอภัย งานนี้ก็มีแต่ “หนี้สิน” ที่ต้องชำระเท่านั้น
เช่นเดียวกับมหกรรมฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ที่เพิ่งปิดฉากไป ก็เริ่มมีมหกรรมจี้ปล้นทวงหนี้ค่าพนันบอลให้เห็นกันแล้วตั้งแต่ฟุตบอลยังไม่ปิดฉาก ปฏิเสธไม่ได้ว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้มีการเล่นพนันบอลกันอย่างกว้างขวาง เพิ่มขึ้นจากที่มีการเล่นพนันบอลในช่วงปกติหลายเท่าตัว วงเงินได้เสียไม่ต้องพูดถึง นับร้อยนับพันล้าน
จึงคาดการณ์ว่าเมื่อฟุตบอลโลกปิดฉากลง การ “ทวงหนี้” พนันบอลจะตามมาอย่างมากมาย และจะนำมาสู่ปัญหาสังคมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะกันในครอบครัว การปล้นชิงหรือลักทรัพย์ การค้ายาเสพติดหรือค้าประเวณีเพื่อนำเงินมาใช้หนี้พนันบอล หรือแม้แต่การฆ่าตัวตายเพื่อหนีหนี้
สดๆ ร้อนๆ เมื่อคืนวันเสาร์ “อุรุกวัย” ลับแข้งกับ “เยอรมนี” แข่งกันที่แอฟริกาใต้ แต่คนไทยถูกยิงตายที่ถนนพุทธมณฑลสาย 5 อ.สามพราน จ.นครปฐม “วีระชัย แสนเนตร” พนักงานห้างสรรพสินค้า อายุเพียง 22 ปี พร้อมเพื่อนเข้าไปเที่ยวผับละแวกพุทธมณฑลสาย 4 แทงพนันฟุตบอลโลกคู่ชิงอันดับ 3
นรกมาเยือนทันที เพราะแทงเสีย ไม่มีเงินจ่าย หน้ามืดรีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี แต่ก็ช้าไปแล้ว เพราะคู่อริตามมาทวงได้ทัน สารภาพทันทีไม่มีเงินจ่าย เลยถูกเจ้าหนี้ใช้ปืนยิงเข้าที่หน้าอก 1 นัด เสียชีวิตกลางถนนอย่างอเนจอนาถ ตรวจสอบในร่างของผู้ตายและรถจักรยานยนต์ไม่พบกระเป๋าเงิน พบเพียงสมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม เชื่อว่าคนร้ายน่าจะชิงกระเป๋าเงินไป
หรือกรณี 4 โจรวัยรุ่นบุกปล้นปั๊มน้ำมันย่านถนนกำแพงเพชร ได้เงินไป 6,000 กว่าบาท ก่อนไปก็บอกกับเด็กปั๊มว่าจะนำไปใช้หนี้พนันบอล
แม้ก่อนหน้านี้มีหลายหน่วยงานออกมาป่าวประกาศเตือนเหล่านักเรียนนักศึกษา หรือแม้แต่คนทำงานทั่วไปว่าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันฟุตบอลโลกอย่างเด็ดขาด แต่ทาสพนันก็ไม่เคยฟัง พอเจอเข้ากับตัวเองถูกทวงหนี้โหดกลับออกมาร้องขอชีวิต และเชื่อว่าหลังจบศึกฟุตบอลโลกคราวนี้ก็จะถึงเวลาของมหกรรมการทวงหนี้โหดได้เริ่มต้น
สถิติฟุตบอลโลกปี 2006 ครั้งที่แล้ว น่าสนใจตรงที่มีข้อมูลระบุว่า มีผู้ตั้งใจจะเบี้ยวหนี้การพนันครั้งนั้นรวมแล้ว 6,000 ล้านบาท และมีการทวงหนี้โหดต่อเนื่องยาวนานถึง 3 ปี
มาคราวนี้ “พล.ต.ต.จตุรงค์ ภุมรินทร์” ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ยืนยันว่าพร้อมให้ประชาชนผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อการคุกคามจากเจ้าหนี้โหดมาร้องทุกข์ได้ทันที
แม้ว่า ผู้การฯ จตุรงค์ จะบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการที่มีผู้เล่นการพนันฟุตบอลจนเป็นหนี้เป็นสิน แต่เมื่อพลาดพลั้งแล้วถูกทำร้าย ก็ให้เดินทางเข้ามาร้องทุกข์ ปคบ.ได้ทันที หรือสายด่วน 1135
“เรายินดีรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนที่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินหรือถูกรังแก ให้มาแจ้งความที่ ปคบ.ตรงข้ามโรงเรียนหอวังได้ทันที เพื่อสืบสวนติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และถ้าให้ดีให้เตรียมเอกสารหลักฐานมาด้วย เราพร้อมที่จะให้บริการกับประชาชนทั่วประเทศ”
และเนื่องจาก ปคบ.เป็นหน่วยงานที่ทำเรื่องติดตามการทวงหนี้โหดมาตั้งแต่ต้น จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ จ.ปทุมธานี จำคุก 8 เดือน โดยผู้ต้องหารับสารภาพจึงลดโทษเหลือจำคุก 4 เดือน ถือเป็นการทำงานด้านจับกุมปราบปรามได้เป็นครั้งแรก
“ผมไม่หนักใจเลย เพียงแต่ขอให้ตรงไปตรงมา ผมขอฝากว่าไม่อยากให้เล่นการพนัน เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ถ้าหากพลาดพลั้งไปแล้ว เกิดความเสียหาย ถูกข่มเหงรังแกทำร้าย ผมเน้นคำว่าทำร้าย ถ้าถูกทำร้ายแล้วให้มาแจ้งเลย เพราะผมถือว่าเป็นเรื่องโหดร้ายเกินไป” พล.ต.ต.จตุรงค์ บอก
นอกจากนี้ ในส่วนของผลการจับกุมที่ผ่านมาต้องยกนิ้วให้ “พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ” ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) หลังระดมกวาดล้างผู้ลักลอบเล่นทายผลพนันฟุตบอลโลก 2010 ในพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดอีสานตอนล่าง
ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร และอุบลราชธานี จนถึงขณะนี้สามารถจับกุมผู้ลักลอบเล่นพนันทายผลฟุตบอลได้แล้วมากกว่า 200 ราย ทำสถิติจับกุมมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล จังหวัดที่มีสถิติการจับกุมเป็นจำนว
นมากสุด คือ นครราชสีมา และอุบลราชธานี
สำหรับสถานการณ์เล่นพนันบอลในกรุงเทพฯ ก็รุนแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในสถานศึกษาส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ข้อมูลจากสถานศึกษาหลายแห่งระบุว่า การพนันบอลทั้งในการแข่งขันที่มีอยู่แล้วทั้งปีและในเทศกาล ขณะนี้มีแก๊งทวงหนี้แฝงตัวเข้าไปติดต่อขอพบเด็กในสถานศึกษา อ้างว่าเก็บกระเป๋าหรือสิ่งของมีค่าของเด็กได้ แต่เมื่อพบตัวจะข่มขู่ทวงหนี้ทันที
จากการตรวจสอบพบว่ามีนักเรียนบางรายเป็นหนี้จำนวนมากถึงหลักแสนบาท เป็นนักเรียนอายุระหว่าง 1617 ปี ในโรงเรียนระดับมัธยม ตำรวจได้เข้าไปประสานกับสถานศึกษาและผู้ปกครองแล้ว หากใครสงสัยพฤติกรรมสามารถแจ้งตำรวจได้
ส่วนที่กลัวกันว่าหากไปแจ้งความว่าถูกทวงหนี้โหดเพราะเล่นพนันฟุตบอลแล้ว จะถูกตำรวจจับในข้อหาลักลอบเล่นการพนัน ก็ขออย่าเป็นกังวล เนื่องจากการจะจับในข้อหานี้ต้องจับกุมในขณะที่กำลังก่อเหตุเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การเล่นพนันไม่เคยทำให้ใครรวย มีแต่ซวยเท่านั้น แปลกที่วัฒนธรรมแบบไทยๆ นิยมเล่นการพนันทุกเทศกาล ไม่เว้นแม้แต่งานศพ ตราบใดที่ยังไม่เลิก ตราบนั้นชีวิตก็ไม่มีความสุข มีแต่โลภขึ้นไปทุกวัน!!!
...ธนก บังผล







