
โลกมองไทย
เอเอฟพีรายงานถึงแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ของรัฐมนตรีท่องเที่ยวตากาล็อกคนใหม่ว่า ต้องการเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศให้ได้ 2 เท่าใน 6 ปี ขณะเดียวกันจะไม่เน้นจับตลาดกว้าง (massmarket) เหมือน
“ไทย” แต่จะเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพรายงานระบุว่า แม้จะเป็นดินแดนที่มีภูมิทัศน์ ประกอบไปด้วยเกาะกว่า 7,000 แห่ง และหาดทรายขาวที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ทว่าในแต่ละปีฟิลิปปินส์กลับมีรายได้จากนักท่องเที่ยวเพียงปีละ 2,250 ล้านเหรียญสหรัฐ(ราว 7.4 หมื่นล้านบาท)
ขณะที่ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.3 แสนล้านบาท)
อัลแบร์โต ลิม รัฐมนตรีการท่องเที่ยวคนใหม่ของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า การปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศอย่างไร้การควบคุม จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศ ดังนั้น ฟิลิปปินส์จึงเน้นต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือน เพื่อชื่นชมวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ ขณะเดียวกัน ฟิลิปปินส์ยังยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบสะพายเป้ ทว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายน้อยและมักทิ้งขยะเอาไว้
นอกจากนี้ รัฐมนตรีลิม ยังกล่าวอีกว่า ด้วยจุดเด่นเรื่องการสื่อสารที่ใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้ฟิลิปปินส์ได้เปรียบประเทศไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เพราะผู้ป่วยสามารถสื่อสารกับแพทย์และพยาบาลด้วยภาษาเดียวกัน
“
แม้ว่าไทยจะเหนือกว่าในด้านการให้บริการทางการแพทย์ แต่นั่นก็ยังทำให้คนไข้รู้สึกกังวลอยู่ดี เพราะอย่างน้อยคนไข้ก็อยากรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง” รัฐมนตรีการท่องเที่ยว กล่าวทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้วฟิลิปปินส์มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเยือนเพียง 3 ล้านคน ลดลงจากปี 2551 ร้อยละ 3.9 เนื่องจากวิกฤตการเงินโลก







