
กทม.แจงจ้างซ่อมบำรุงระบบซีซีทีวี22ล้านบาทไม่แพงเกินจริง
กทม.แจงราคาจ้างซ่อมบำรุงระบบกล้องซีซีทีวี 22 ล้านบาทโปร่งใส ชี้ราคาสูงเพราะฮาร์ดแวร์เป็นประเภทพิเศษแตกต่างจากที่จำหน่ายในท้องตลาด
กทม.แจงราคาจ้างซ่อมบำรุงระบบกล้องซีซีทีวี 22 ล้านบาทโปร่งใส ชี้ราคาสูงเพราะฮาร์ดแวร์เป็นประเภทพิเศษแตกต่างจากที่จำหน่ายในท้องตลาด
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ใบประมาณราคางานจ้างเหมาบำรุงรักษาระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือกล้องซีซีทีวี รวมอุปกรณ์ทำงาน พร้อมเชื่อมโยงระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เข้าศูนย์บริหารจัดการ พื้นที่2 ของกองพัฒนาระบบจราจร สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. มาเผยแพร่ ซึ่งระบุวันกำหนดราคากลางไว้เมื่อ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นจำนวนเงินงบประมาณ 22,900,000 บาท โดยเฉพาะการจัดจ้างบำรุงรักษาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีราคาสูงกว่าท้องตลาดเป็นอย่างมาก อาทิ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก ขนาดไม่น้อยกว่า 4 TB ถูกตั้งราคาไว้ 800,000 บาทต่อหน่วย และมีการจัดซื้อจัดจ้างซ่อมบำรุง ถึง 19 ตัว รวมเป็นเงิน 15,200,000 บาท
นายอมร กล่าวว่า ใบประมาณราคางานจ้างเหมาบำรุงรักษาระบบกล้องซีซีทีวีดังกล่าว เป็นประกาศเพื่อเตรียมการจัดจ้างผู้รับจ้างในการบำรุงรักษาในปี 2559 ซึ่งกทม.ได้ดำเนินการจัดจ้างทุกปี ซึ่งใช้งบประมาณปีละราว 22 ล้านบาท สำหรับการซ่อมบำรุง 6 รายการ อาทิ การบำรุงรักษาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก อุปกรณ์ทำงานพร้อมเชื่อมโยงระบบกล้อง อุปกรณ์หุ้มกล้อง การเปลี่ยนและติดตั้งสายเคเบิลเส้นใยนำแสง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบกล้อง เป็นต้น ซึ่งเป็นการกำหนดราคาและคุณสมบัติที่อ้างอิงตามประกาศของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) โดยผ่านการตรวจสอบกระบวนการตามระเบียบข้าราชการทำขั้นตอน
สำหรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกที่เป็นประเด็นว่ามีการจัดซื้อราคาแพง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 TB ราคา 800,000 บาทนั้น อุปกรณ์ชุดนี้ทั้งหมด กทม.จัดซื้อมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งในขณะนั้นก็ได้เกิดประเด็นข้อร้องเรียนว่ากทม. จัดซื้อในราคาที่สูงเกินไป โดยทางสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมาตรวจสอบ รวมทั้งมีการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งได้ชี้แจงและผ่านการตรวจสอบแล้วทั้งหมด
"อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกที่กทม.จัดซื้อ เป็นการทำงานระบบ SAN หรือ Storage Area Network ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความแตกต่างกับการใช้งานทั่วไป เป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่สั่งซื้อเพื่อนำไปใช้ในหน่วยงานต่างๆในการใช้จัดเก็บข้อมูล ดังนั้นราคาจึงแตกต่างจากอุปกรณ์ในท้องตลาด ซึ่งกทม."นายอมรกล่าว
ทั้งนี้โดยเฉพาะรายการสินค้าฮาร์ดแวร์ ขนาดไม่น้อยกว่า 4 TB ที่ได้จัดซื้อ จำนวน 19 ชุดชุดละ 800,000 บาท หรือราว 15 ล้านบาท ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ว่าแพงมากเพราะในท้องตลาดมีขายที่ชุดละเพียง6 พันบาทเท่านั้น บอกได้เลยว่าเป็นฮาร์ดแวร์คนละประเภทกันเลย เพราะฮาร์ดแวร์ที่กทม.จัดซื้อนั้นสามารถจัดเก็บข้อมูลได้มากกว่า 50 ชุดข้อมูลที่เรียกว่าเป็นประเภทพิเศษเป็นสินค้าอุตสาหกรรม ขณะที่สินค้าราคาหกพันบาทนั้นเป็นสินค้าท้องตลาดไม่ได้มีความละเอียดการบันทึกข้อมูลแต่อย่างใด
นอกจากนี้ที่ต้องระบุราคาจัดซื้อไว้ในใบประมาณราคาซ่อมบำรุง เนื่องจากต้องมีการระบุแนบด้วยว่าแต่ละรายการต้องมีราคาซ่อมบำรุงไม่เกินร้อยละ 8-11 ตามระเบียบการจัดซื้อและซ่อมแซมพัสดุภัณฑ์ ซึ่งกทม.กำหนดไว้ต่ำสุดคือร้อยละ 8 หรือประมาณ 100,000 บาทต่อชุดต่อเดือน ทั้งนี้ในสัญญาการจัดซื้อจะมีการประกันสินค้าในระยะ 3 ปีแรก หลังจากนั้นกทม.ต้องทำการซ่อมบำรุงเอง จึงได้มีการประกาศหาผู้รับจ้างเพื่อซ่อมบำรุง
อย่างไรก็ตาม กทม.ไม่ได้เป็นกังวลเรื่องที่สังคมให้การตรวจสอบ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ประกาศเผยแพร่ต่อสาธารณะอยู่แล้ว ดังนั้นหากประชาชนมีข้อสงสัย กทม.ก็พร้อมชี้แจงให้ข้อมูล จึงอยากข้อความเป็นธรรมให้กทม.ด้วย เนื่องจากทุกขั้นตอนได้ดำเนินการตามระเบียบราชการทุกอย่าง







