
ดูแลเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีกรุงไทยปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัท กฤษดามหานคร ทำให้ธนาคารเสียหาย เป็นเหตุให้มีการสั่งจำคุกโดยไม่รอลงอาญาแก่คณะกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และพนักงานชั้นบริหารและพนักงานฝ่ายสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยเกือบ 20 คน
คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีกรุงไทยปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัท กฤษดามหานคร ทำให้ธนาคารเสียหาย เป็นเหตุให้มีการสั่งจำคุกโดยไม่รอลงอาญาแก่คณะกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และพนักงานชั้นบริหารและพนักงานฝ่ายสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยเกือบ 20 คน
คำพิพากษาได้สร้างอาฟเตอร์ช็อกให้กับพนักงานของรัฐวิสาหกิจและพนักงานธนาคารของรัฐ โดยเฉพาะพนักงานในฝ่ายสินเชื่อ ที่หมดกำลังใจในการทำงาน เพราะกลัวว่าหากทำงานผิดพลาดไป ก็อาจจะโดนดำเนินคดีตามรอยรุ่นพี่ไปได้
ความกลัวจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของพนักงานในแบงก์รัฐวิสาหกิจต่างๆ เพราะธนาคารของรัฐนั้นโดยวัตถุประสงค์ก็จัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานเฉพาะด้าน และไปเสริมเศรษฐกิจในส่วนที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ทำ จนทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา
ในช่วงที่เศรษฐกิจมีปัญหา สถาบันการเงินเอกชนไม่สามารถทำหน้าที่ผลักดันเศรษฐกิจผ่านการปล่อยสินเชื่อได้ เพราะอาจมีปัญหาด้านเงินทุน เงินสำรองหนี้สงสัยจะสูญไม่พอ จึงต้องลดการขยายตัว ช่วงดังกล่าวรัฐบาลจำเป็นต้องใช้ธนาคารของรัฐเป็นมือไม้ในการผลักดันเศรษฐกิจแทน
แต่ที่ผ่านมามักจะมีการใช้ช่องโหว่ในเชิงนโยบาย และนำเอาอำนาจทางฝ่ายการเมืองมาใช้แทรกแซงการทำงานของธนาคารรัฐผ่านการตั้งคณะกรรมการ และคณะผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามที่ต้องการ
วิธีการแทรกแซงสั่งการให้พนักงานทำคือการสั่งการด้วยวาจา ไม่มีการสั่งด้วยลายลักษณ์อักษรเป็นหลักฐาน ทำให้พนักงานทั้งหลายตกอยู่ในความเสี่ยง หากไม่ทำตามก็มีผลต่อการทำงานและปากท้องของตัวเองและครอบครัว ถ้าทำตามก็มีความเสี่ยงถูกดำเนินคดีได้ ถ้าเป็นการทำที่ผิดหลักการบริหารความเสี่ยงที่ดี
คดีธนาคารกรุงไทยถือเป็นคดีตัวอย่างและเป็นบรรทัดฐานให้กับพนักงานของรัฐที่จะต้องตั้งมั่นทำงานให้ถูกต้องตามระเบียบ และรู้จักปฏิเสธเมื่อมีคำสั่งให้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง แต่สภาพความเป็นจริงเหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง
กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ควรจะหารือกันทบทวนระเบียบและวิธีการปฏิบัติงานของข้าราชการและพนักงานของรัฐวิสาหกิจ ที่ตกเป็นเหยื่อการเมือง อยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากไม่ยอมทำยอมถูกย้ายไล่ออก หรือต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง จะมีวิธีการคุ้มครองพนักงานของรัฐได้หรือไม่
หากสถานการณ์ทำงานในรัฐวิสาหกิจและธนาคารของรัฐยังเป็นเช่นนี้ จะหาคนเก่งและคนดีเข้ามาทำงานในองค์กรได้ยาก เพราะไม่มีแนวทางการป้องกันตัวให้ระดับปฏิบัติการ ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อเป็นคดีความไม่เคยสาวถึงตัวการได้เลย ลงโทษได้แต่พนักงานระดับล่าง หัวใจขององค์กรคือคน หากคนหมดกำลังใจที่จะทำงาน องค์กรก็เดินหน้าต่อไปไม่ไหว







