posttoday
พรบ.ต้านโกง

พรบ.ต้านโกง

31 สิงหาคม 2558

โดย...พิษณุ พรหมจรรยา

โดย...พิษณุ พรหมจรรยา

ช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจไทยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องความโปร่งใสและธรรมาภิบาลมากขึ้นจนเกิดเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการทำธุรกิจ ขณะที่ส่วนของภาครัฐได้มีการกำหนดนโยบายและดำเนินการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ได้รับเกียรติจาก ศ. (พิเศษ) วิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาบรรยายเรื่อง “พ.ร.บ.ต่อต้านคอร์รัปชั่นที่คณะกรรมการควรทราบ” ซึ่ง IOD เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ จึงได้นำสาระสำคัญมาสรุปให้ท่านผู้อ่านได้ทราบดังนี้

ไทยได้แก้ไข “พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต” ครั้งใหญ่ไปเมื่อปี 2554 แต่เนื้อหายังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์จึงมีการแก้ไขอีกครั้ง ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2558 โดยประเด็นสำคัญของการปรับแก้กฎหมายฉบับนี้สามารถสรุปได้ดังนี้

1.เรื่องอายุความ

ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. ที่แก้ไขใหม่ มาตรา 74/1 กำหนดว่าถ้าผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีไปในระหว่างถูกดำเนินคดีอาญา หรือระหว่างการพิจารณาของศาล หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลยแล้ว อายุความจะหยุดลงจนกว่าจะได้ตัวกลับมารับโทษ โดยไม่นำเรื่องอายุความคดีอาญา (ม.98) มาใช้บังคับ การแก้ไขนี้ไม่ได้เป็นการขยายอายุความของคดีทุจริต แต่เป็นการยกเว้นไม่นับอายุความในกรณีที่ผู้กระทำความผิดหลบหนีเท่านั้น การแก้ไขกฎหมายใหม่ได้เพิ่มเติมข้อความให้ครอบคลุมถึงการดำเนินคดีอาญาในทุกขั้นตอน ทั้งในกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริง กระบวนการฟ้องคดี กระบวนการพิจารณาของศาล รวมถึงกระบวนการภายหลังศาลมีคำพิพากษาด้วย

น่าเสียดายที่กฎหมายนี้ไม่ได้มีผลย้อนหลัง ดังนั้นผู้ที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาทุจริตในอดีตก่อนหน้าที่กฎหมายฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับ และหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ ก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมาลอยนวลในประเทศหลังอายุความสิ้นสุดลง

2.กำหนดฐานความผิดนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ

ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ มาตรา 123/5 วรรค 2 กำหนดให้มีฐานความผิดเฉพาะสำหรับนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้สินบนเจ้าหน้าที่ เนื่องจากนิติบุคคลคือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ที่เกิดจากการให้สินบน เช่น การได้รับสัมปทาน ดังนั้นจึงกำหนดให้นิติบุคคลมีความผิดถ้าคนที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล เช่น ลูกจ้าง หรือตัวแทน  หรือบริษัทในเครือทำการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นของไทยหรือต่างประเทศ และเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคล โดยที่นิติบุคคลไม่มีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการติดสินบน การกำหนดโทษเป็นโทษปรับ โดยอิงจากค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่นิติบุคคลนั้นได้รับ 

3.บทกำหนดโทษสำหรับความผิดกรณีเรียกรับสินบน

ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ มาตรา 123/2 กำหนดบทลงโทษกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐไทย เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศเรียกรับสินบน โดยมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1-4 แสนบาท หรือประหารชีวิต ในส่วนของกฎหมายที่แก้ไขใหม่กำหนดตัวผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ และยกบทกำหนดโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาใช้ โดยเพิ่มโทษปรับเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

4.ฐานความผิดเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศเรียกรับสินบน

ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ มาตรา 123/2 ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ มีความผิดหากเรียกรับสินบน ซึ่งเป็นการกำหนดฐานความผิดเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญา UNCAC และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินคดีทุจริตระหว่างประเทศตามหลักความผิดอาญาสองรัฐ

5.การริบทรัพย์ตามมูลค่า

ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ มาตรา 123/6-123/8 กำหนดให้ศาลสามารถสั่งริบทรัพย์ได้ทุกประเภท โดยครอบคลุมถึงทรัพย์สินที่ได้มาแทนเนื่องจากมีการจำหน่าย จ่าย โอน หรือแปลงสภาพทรัพย์ไป ในกรณีที่ไม่สามารถติดตามทรัพย์คืนมาได้ หรือการติดตามเป็นไปได้โดยยาก ศาลสามารถกำหนดมูลค่าของทรัพย์สิน และให้มีการชำระเป็นเงินหรือริบทรัพย์อื่นที่มีมูลค่าเท่ากันได้ หลักการนี้จะเป็นการสกัดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน และจะเพิ่มโอกาสในการที่จะติดตามทรัพย์สินคืนได้ครบถ้วน

จะเห็นว่ากฎหมายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในปัจจุบันมีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการจะเอาคนผิดมาลงโทษ ซึ่งเท่ากับเพิ่มต้นทุนในการทุจริตและทำให้ผู้คิดจะทุจริตต้องคิดหนักมากขึ้น

สำหรับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจปกติและไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตก็ต้องพยายามป้องกันตัวเอง วิธีหนึ่งที่บริษัททำได้คือ การร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการที่จะไม่รับ-ไม่จ่ายสินบน และวางกลไกภายในเพื่อป้องกันการทุจริตให้ครบตามเกณฑ์เพื่อให้ผ่านการรับรองจากแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งบริษัทและผู้บริหารหากเกิดกรณีเกี่ยวพันกับคดีคอร์รัปชั่นในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท