
ปักหมุดผังเมืองใหม่ ชี้ชะตาอนาคตบุรีรัมย์
ภาคเอกชนไม่ได้ต้องการขัดขวางการทำผังเมืองรวมของ จ.บุรีรัมย์
โดย...สุรชัย พิรักษา
ภาคเอกชนไม่ได้ต้องการขัดขวางการทำผังเมืองรวมของ จ.บุรีรัมย์ แต่อยากให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดดำเนินการตามกระบวนการและความเห็นชอบจากทุกฝ่ายหลากหลายมิติจนสามารถตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดได้ หากผังเมืองรวมฉบับใหม่ถูกประกาศเป็นกฎกระทรวงแล้ว เกรงว่าจะมีผลกระทบกับการพัฒนาจังหวัดและสร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง
เสียงรัตน์ กีรติมาศ ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานภาคเอกชนและภาคธุรกิจต่างๆ ตลอดทั้งประชาชนไม่เห็นด้วยกับการจัดทำรายงานผังเมืองรวมใหม่ของโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่กำลังจะเสนอไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อพิจารณาร่างเป็นกฎกระทรวง เนื่องจากเห็นว่าผังเมืองรวมใหม่ไม่มีความสอดคล้องกับความเป็นจริงของการพัฒนาเมืองที่แท้จริง เพราะยังไม่ได้เปิดรับความเห็นจากภาคธุรกิจทุกภาคส่วน ตลอดทั้งประชาชนบางกลุ่ม เช่น กลุ่มภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจ หรือกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลระทบจากผังเมืองรวมใหม่ครอบคลุมรอบด้านเท่าที่ควร
“ด้วยเหตุนี้ภาคเอกชนจึงอยากให้มีการปรับเปลี่ยนการจัดทำผังเมืองดังกล่าวใหม่ทั้งหมดให้เป็นไปตามกระบวนการเพราะบางพื้นที่ บางอำเภอก็ยังไม่ได้รับทราบว่ามีการจัดทำผังเมืองในครั้งนี้ โดยเฉพาะการจัดทำผังเมืองตามเส้นทางหรือพื้นที่ที่กำลังมีการพัฒนาให้เกิดความเจริญ ทำให้มีการมองว่าบางพื้นที่ที่ถูกกำหนดจัดทำผังเมืองรวมใหม่เป็นการลิดรอนสิทธิอันพึงมีพึงได้ของประชาชนเป็นส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต” เสียงรัตน์ กล่าว
ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวอีกว่า โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดจึงสมควรทบทวนและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากผังเมืองรวมใหม่ให้ครอบคลุมทุกด้านด้วยการเปิดเวทีรับความคิดเห็นใหม่ทั้งหมด เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้จัดทำและประชาชนผู้ที่มีส่วนร่วมได้เสียก่อนจะมีการจัดทำรายงานร่างผังเมืองรวมดังกล่าวส่งไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองต่อไป เนื่องจากหากมีการออกเป็นกฎกระทรวงไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
ขณะที่ มนตรี ดำรงมงคลกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่า ภาคเอกชนไม่ได้ขัดขวางการทำผังเมืองรวมของจังหวัดครั้งนี้ ทุกภาคส่วนเห็นด้วยเป็นอย่างแต่ที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านครั้งนี้ เพราะต้องการให้โยธาธิการและผังเมืองรวมมีการทบทวนจัดทำรายงานการประชุมรอบคอบทุกด้านทุกมิติ ทุกแง่มุมผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลัง
ทั้งนี้ ก่อนจะส่งไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองใหม่ตามกระบวนการและความเห็นชอบจากทุกฝ่ายในทุกๆ ด้าน เพื่อให้สามารถตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดได้ หากผังเมืองรวมฉบับดังกล่าวที่ไม่ได้ทำรายงานผลกระทบทุกด้าน เมื่อส่งไปถูกประกาศเป็นกฎกระทรวงแล้วเกรงว่าจะมีผลกระทบกับการพัฒนาจังหวัด ตลอดทั้งอาจจะสร้างความเดือดร้อนความเสียหายให้กับประชาชนและเกษตรกรได้ในภายภาคหน้า
ด้าน ผาวรินทร์ จรัสบวรพันธ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดทำผังเมืองรวมจังหวัด เมื่อครั้งล่าสุดในช่วงปี 2540 โดยมีการใช้ผังเมืองต่อเนื่องมา 5 ปี หลังจากนั้นก็มีการต่ออายุครั้งละ 1 ปี จนถึงปัจจุบัน ซึ่งการกำหนดผังเมืองก็จะยึดหลักผังเมืองเดิมมาเป็นระยะกว่า 10 ปี ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะมีการขยายตัวในเขต อ.เมือง เท่านั้น ส่วนพื้นที่รอบนอกเมืองไม่มีการขยายตัว จึงอยากทราบว่าส่วนพื้นที่อำเภออื่นๆ ของ จ.บุรีรัมย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนั้นมีการกำหนดเขตโดยยึดหลักเกณฑ์อะไร เพราะจากที่มีการกำหนดในผังเมืองรวมมองว่ายังไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน
ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวอีกว่า ในช่วงระยะเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา จ.บุรีรัมย์ มีการพัฒนาและความเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะปัจจุบันบุรีรัมย์กำลังเป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยว การกีฬาและทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นมาก หรือสร้างรายได้เข้าจังหวัดปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลายพื้นที่หลายจุดที่ทางโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดได้กำหนดเป็นผังเมืองรวมก็จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น ซึ่งนอกจากจะไม่สอดคล้องยังขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงด้วย ทำให้ภาคเอกชนออกคัดค้านการจัดทำผังเมืองรวมครั้งนี้
“อยากให้มองให้รอบด้านและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันด้วย เพราะหากมีการกำหนดผังเมืองแต่กระทบกับการพัฒนาหรือความเจริญของจังหวัดก็ควรจะมีการทบทวนและแก้ไขใหม่ก่อนที่จะมีการออกประกาศเป็นกฎกระทรวงบังคับใช้ต่อไป” ผาวรินทร์ กล่าว
ที่ผ่านมาการประชุมพิจารณาผังเมืองรวม ไม่มีการทำประชาพิจารณ์อย่างครอบคลุมรอบด้าน มีข้อบกพร่องไม่เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ไม่ได้รับประโยชน์จากร่างผังเมืองดังกล่าว หากมีการบังคับใช้อาจจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของจังหวัดที่กำลังพัฒนาไปสู่เมืองการท่องเที่ยวและกีฬา อุตสาหกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรอาจจะส่งผลกระทบกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมทั้งการค้าชายแดนในอนาคต







