
ศาลยกคำร้องทนายปูค้านเพิ่มพยานฝ่ายโจทก์นัดอีก 29 ต.ค.
ศาลฎีกาฯยกคำร้อง"ทนายยิ่งลักษณ์" กรณีให้ส่งศาลปกครองพิจารณาคดี- คัดค้านเพิ่มพยานฝ่ายโจทก์ นัดพร้อมคู่ความ 29 ต.ค.
ศาลฎีกาฯยกคำร้อง"ทนายยิ่งลักษณ์" กรณีให้ส่งศาลปกครองพิจารณาคดี- คัดค้านเพิ่มพยานฝ่ายโจทก์ นัดพร้อมคู่ความ 29 ต.ค.
เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ศาลฎีกา ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องในความผิดฐาน ปฎิบัติหน้าที่มิชอบ สร้างความเสียหายแก่รัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 กรณีละเลยไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว สร้างความเสียหาย กว่า 5 แสนล้านบาท
ซึ่งทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรอการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราว เนื่องจากเห็นว่าคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง โดยศาลฎีกาฯพิจารณาแล้วเห็นว่าศาลฎีกาฯ มีอำนาจพิจารณาคดีนี้ เนื่องจากตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 11(1) ถึง(9) ไม่มีมาตราใดที่กำหนดให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ดังนั้นจึงไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาฯจะต้องทำความเห็นเสนอไปยังศาลปกครอง ตามพระราชบัญญัติวินิจฉัยเขตอำนาจศาล ตามที่จำเลยร้องขอ จึงให้ยกคำร้อง
ส่วนที่จำเลยยื่นคำร้องขอคัดค้านบัญชีพยานโจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์เพิ่มเติมพยานโดยไม่สุจริต ไม่เป็นธรรม ขอให้ศาลไม่รับพยานดังกล่าวเข้าสู่สำนวนนั้น องค์คณะผู้พิพากษาเห็นว่า แม้ตามกฎหมายในการไต่สวนจะให้ยึดสำนวนจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นหลัก แต่ศาลฎีกาฯ ก็มีอำนาจเรียกพยานไต่สวนได้ และฝ่ายจำเลยก็สามารถนำพยานเข้าสืบเพื่อหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ จึงให้ยกคำร้อง
คดีนี้ฝ่ายโจทก์ ได้ส่งพยานเอกสารจำนวน 160 แฟ้ม ขณะที่ฝ่ายจำเลยส่งพยานเอกสาร 61 แฟ้ม และทั้งสองฝ่ายได้อ้างพยานบุคคลจำนวนหลายปาก และพยานเอกสารจำนวนมาก ศาลฎีกาฯ จึงให้คู่ความทั้งสองฝ่ายร่วมกันพิจารณาพยานหลักฐานและพยานบุคคลในคดี ทุกวันพุธ เวลา 09.00น. จนกว่าจะแล้วเสร็จ และให้นัดพร้อมคู่ความทั้งสองฝ่ายเพื่อกำหนดวันไต่สวนพยาน ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ เวลา 09.30น.







