posttoday
ประชามติ รธน. ชนวนร้อนจุดกระแสป่วน

ประชามติ รธน. ชนวนร้อนจุดกระแสป่วน

31 สิงหาคม 2558

ยังต้องลุ้นกันอีกยาวสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เส้นทางข้างหน้าเต็มไปด้วยขวากหนาม

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ยังต้องลุ้นกันอีกยาวสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เส้นทางข้างหน้าเต็มไปด้วยขวากหนาม

ด่านแรก 6 ก.ย. ที่จะชี้ขาดกันที่เสียงขั้นต่ำ 124 จาก 248 ของที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่าจะ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

อย่างไรก็ตาม หากประเมินทิศทางลมเวลานี้ คงเป็นเรื่องยากที่ร่างรัฐธรรมนูญจะถูกตีตกในชั้น สปช. แม้จะเสียงวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาในหลายส่วน หรือมีความพยายามปลุกกระแสคว่ำรัฐธรรมนูญอยู่เป็นระยะก็ตาม

แต่เมื่อพิจารณาดูรายละเอียดแล้วจะเห็นว่าสัดส่วน สปช. ที่ออกมาส่งเสียง “ไม่เห็นด้วย” กับประเด็นต่างๆ ในร่างรัฐธรรมนูญยังเป็นเพียงส่วนน้อยจากจำนวน สปช.ทั้งหมด

แต่ด้วยสถานะและการเป็นที่รู้จักของสังคม ทำให้เสียงสะท้อนความไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญดูจะดังกลบเสียงที่สนับสนุน อาทิ  สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สปช. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง หรือ เสรี สุวรรณภานนท์ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

อีกทั้ง เรื่องการปฏิรูปการเมือง กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ล้วนแต่เป็นที่จับจ้องของสังคมอยู่แล้ว การออกมาชี้แจงประเด็นจุดอ่อน หรือแสดงความเป็นห่วง ตั้งแต่ระบบการเลือกตั้ง ที่มา สส. สว. จึงดูจะได้รับความสนใจมากกว่าด้านอื่นๆ

ยิ่งในช่วงโค้งสุดท้ายกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีการดันประเด็นร้อนเข้ามาใส่ในร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ” ที่ถูกโจมตีว่าให้อำนาจพิเศษเหนือฝ่ายบริหาร เสมือนเปิดช่องต่อท่ออำนาจในอนาคต

ทำให้กระแสคว่ำรัฐธรรมนูญขยายวงมากขึ้น แต่กระนั้นก็ยังไม่มีพลังมากพอ   สุดท้ายจึงนำมาสู่การขยับระลอกใหม่ ทั้งความพยายามยกประเด็นความไม่สมบูรณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ กรณีไม่มี “คำปรารภ” ขึ้นมาเป็นประเด็นพร้อมเรียกร้องให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญตีความ

ต่อด้วยล่าสุดการจุดประเด็น ของนิรันดร์ พันทรกิจ กมธ.ปฏิรูปการเมือง ที่เรียกร้องให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน ที่เป็นสมาชิก สปช.งดออกเสียงในการลงมติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะห่วงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

ประเด็นนี่ถูกมองว่าเป็นความพยายามตัดตอนเสียง “เห็นชอบ” ร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อทั้ง 21 เสียง ของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ชัดเจนว่าเป็นเสียงที่ต้องลงมติฝั่งเห็นชอบอยู่แล้ว ดังนั้น ถึงจะหาเสียงสนับสนุนฝั่ง “ไม่เห็นชอบ” เพิ่มเติมได้ ทางที่ง่ายกว่าอาจเป็นการตัดเสียงฝั่ง “เห็นชอบ” แทน

ประเด็นนี้ ร้อนจนถึงขั้น เทียนฉายกีระนันทน์ วิษณุ เครืองาม และบวรศักดิ์ อุวรรณโณ หัวเรือใหญ่จากแม่น้ำ 3 สาย ออกมาชี้แจงว่าไม่มีข้อกฎหมายห้ามในเรื่องนี้เอาไว้

ยิ่งหากดูเสียงส่วนใหญ่แล้ว สปช.หลายคนจากหลายด้านที่ร่วมทำงานขบคิด และผลักดัน 37 วาระปฏิรูป เข้าไปอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกแล้ว ย่อมต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบและเดินหน้าสานต่อภารกิจนี้ต่อไป

ดังนั้น การชี้ขาดร่างรัฐธรรมนูญจึงน่าจะอยู่ที่ “ดาบสอง” คือการออกเสียงประชามติ ที่ยังคาดเดาได้ยากว่าจะออกหัวออกก้อย แต่ที่ชัดเจนคือประเด็นความร้อนแรงและวุ่นวาย

โดยเฉพาะหลังจากสองพรรคการเมืองใหญ่ทั้ังเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ ประสานเสียงคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ อย่างพร้อมเพรียง งานนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายหากฝั่งสนับสนุนจะพยายามผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปจนสุดทาง

ทั้งที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อดีอยู่หลายส่วน ทั้งประเด็นพลเมืองเป็นใหญ่หรือประเด็นการปฏิรูปที่หลายเรื่องมีความชัดเจน

ที่สำคัญหากเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญ ปี 2550 แล้ว จะเห็นว่า รอบนี้มีเสียงคัดค้านรุนแรงมากกว่า จากเดิมที่มีเพียงแค่เพื่อไทยที่ออกมาคัดค้าน แต่รอบนี้ยังมีแรงหนุนจากประชาธิปัตย์อีกทาง

คำนวณคร่าวๆ จากฐานมวลชนเหนียวแน่น เทียบเคียงกับคะแนนเลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ของทั้งสองพรรครวมกันแล้ว หากเพื่อไทยและประชาธิปัตย์เปิดหน้ารณรงค์คว่ำรัฐธรรมนูญจริงๆ โอกาสสะดุดที่รอบนี้ย่อมเป็นไปได้สูง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่จะตามมามากกว่านั้นคือเรื่องความปั่นป่วนวุ่นวาย ที่จะกระตุ้นความรุนแรงให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เพราะในช่วงก่อนทำประชามติ คสช.จำเป็นต้องผ่อนคลายระเบียบ เปิดช่องให้ฝ่ายต่างๆ ได้เคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็น นำเสนอข้อดีข้อเสียร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้นจะทำให้การทำประชามติไม่เป็นที่ยอมรับ

แต่อีกด้านหนึ่งย่อมทำให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีจ้องจะสร้างสถานการณ์ หรือกลุ่มการเมืองออกมาผสมโรงเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช. ย่อมมีแต่จะซ้ำเติมสถานการณ์นำไปสู่ความโกลาหล

ยิ่งบรรยากาศในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่างทางก่อนถึงวันลงประชามติที่คาดว่าจะเป็นช่วงต้นปีหน้านั้น จึงเต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยง ซึ่ง คสช.ต้องเผชิญอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ที่สำคัญหากตั้งรับไม่ดี ย่อมอาจทำให้ทุกอย่างต้องสะดุดและพังทลายก่อนจะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายตามโรดแมปที่วางเอาไว้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน