posttoday
ส่งเสริมสันติภาพโลกตามวิถีพุทธ (ตอนจบ)

ส่งเสริมสันติภาพโลกตามวิถีพุทธ (ตอนจบ)

30 สิงหาคม 2558

ฉบับที่แล้ว จบตอนที่ว่าด้วยแนวคิดในเรื่องสันติภาพตามวิถีเบญจศีลในพระพุทธศาสนา

โดย...ฐากูร พานิช

ฉบับที่แล้ว จบตอนที่ว่าด้วยแนวคิดในเรื่องสันติภาพตามวิถีเบญจศีลในพระพุทธศาสนา : ได้แก่ ละเว้นจากการฆ่า (killing) การลักทรัพย์ (theft) การประพฤติผิดในกาม (misconduct) การพูดเท็จ (false speech) และการมัวเมา (intoxicants) เราจะนำมโนคติของวิถีเบญจศีลมาประยุกต์ใช้อธิบายสภาพความสัมพันธ์ของประเทศต่างๆ ในยุคปัจจุบันได้อย่างไร? รายละเอียดตอนสุดท้ายมีดังนี้

1.ละเว้นจากการฆ่า (ปาณา ติบาต) หากผู้นำของชาติยึดถือศีลปฏิบัติในข้อนี้ก็จะไม่มีนโยบายรุกรานประเทศเพื่อนบ้านโดยส่งทหารของตนไปฆ่าฟันทหารของประเทศอื่น เขาจะไม่ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดหรือเครื่องบินรบเพื่อไปสังหารผู้นำประเทศอื่นที่เขาถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจ หรือเขาจะไม่ส่งสายลับไปสังหารฝ่ายค้านของตนที่หลบไปลี้ภัยอยู่ในประเทศอื่น ตัวอย่างของการกระทำผิดศีลข้อนี้ โดยประเทศต่างๆ มีให้เห็นได้ไม่ยาก มันเกิดขึ้นบ่อยเกินไปด้วยซ้ำ

2.ละเว้นจากการลักทรัพย์ (อทินนาทาน) ผู้นำโลกที่มีศีลปฏิบัติในข้อนี้จะไม่พยายามบากบั่นในการนำความมั่งคั่งและทรัพยากรของประเทศอื่นมาเป็นของตนโดยที่เขาไม่ยินยอม มันจะไม่มีข้อกล่าวหากันที่ว่าประเทศหนึ่ง “ขโมย” น้ำจากแม่น้ำร่วมกับอีกประเทศหนึ่งมากเกินไป ทำให้อีกประเทศหนึ่งได้ส่วนแบ่งน้ำที่ไม่ยุติธรรมเป็นผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงในภาคเกษตรกรรม สงครามในอดีตเกิดขึ้นหลายครั้ง เมื่อผู้นำชาติหนึ่งเพียงต้องการสมบัติหรือทรัพยากรธรรมชาติสำคัญของอีกชาติหนึ่ง จึงส่งกองทัพเข้าไป “ปล้น” เอาสิ่งที่ตนปรารถนา

3.ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม (กาเมสุมิจฉาจาร) ในความเข้าใจของข้าพเจ้า ศีลข้อนี้ครอบคลุมมากกว่าเพียงการประพฤติผิดทางโลกีย์เท่านั้น แต่หมายถึงการไปยึดเอาสิ่งอันเป็นที่รักหรือหวงแหนของผู้อื่นมาเป็นของตน โดยที่เจ้าของไม่ยินยอม ในความเป็นจริงนั้นแม้แต่ตามความหมายในทางกามโลกีย์ เราได้เรียนรู้ถึงสงครามในอดีตกาลที่เกิดขึ้น เพราะราชอาณาจักรหนึ่งประสงค์ที่จะได้เจ้าหญิงของอีกราชอาณาจักรหนึ่งมาเป็นคู่ครอง ในโลกปัจจุบันรัฐบาลของประเทศหนึ่งไม่ควรยอมให้คนสัญชาติตนครอบครองโบราณวัตถุอันเป็นที่รักหวงแหนของอีกประเทศหนึ่งโดยวิธีการอันไม่สุจริต หรือประเทศมหาอำนาจหนึ่งบีบบังคับให้ประชากรของประเทศที่อ่อนแอกว่าเลิกเชื่อและปฏิบัติตามศาสนาของพวกเขา เราได้เห็นปรากฏการณ์เช่นว่านี้เกิดขึ้นทั่วไปในยุคของการมีอาณานิคม หากผู้นำประเทศมหาอำนาจในยุคนั้นมีศีลข้อนี้ โลกของเราคงจะน่าอยู่มากกว่านี้

4.ละเว้นจากการพูดเท็จ (มุสาวาท) ผู้นำรัฐบาลที่ปฏิบัติศีลข้อนี้จะดำเนินการเจรจา หรือมีความร่วมมืออย่างจริงใจกับรัฐบาลประเทศอื่น พวกเขาจะเคารพในความตกลงหรือสนธิสัญญาที่ได้ลงนามร่วมกับผู้นำคนอื่นๆ พวกเขาจะไม่เอารัดเอาเปรียบประเทศอื่นด้วยการหลอกลวง หรือใช้เล่ห์กล หรือใช้หลุมพรางให้อีกฝ่ายตกลงไป กล่าวโดยย่อคือ ผู้นำเหล่านี้จะต้องทำความตกลงกันโดยบริสุทธิ์ใจ (in good faith) ความตกลงเหล่านี้ควรจะยุติธรรมและเป็นประโยชน์ร่วมกันต่อทั้งสองฝ่าย ความตกลงที่ไม่ยุติธรรมจะไม่จีรัง เพราะฝ่ายที่เสียเปรียบจะต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะยกเลิกมันให้ได้

5.ละเว้นจากการมัวเมา (สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน) ความมึนเมาทำให้จิตใจสับสน ไม่สามารถแยกแยะระหว่างสัมมาทิฐิกับมิจฉาทิฐิ และระหว่างการตัดสินใจที่ถูกต้องกับที่ไร้เหตุผล ผู้นำที่มึนเมาย่อมตัดสินใจไปในทางที่ไม่ถูกต้อง อันจะเป็นผลเสียต่อสันติภาพและความเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน การมัวเมานี้มิได้หมายถึงเพียงแต่ที่เกิดจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ หรือสิ่งเสพติดอื่นๆ เท่านั้น แต่หมายถึงการมัวเมาในลัทธิอุดมการณ์ และความเชื่อชนิดคลั่งไคล้อื่นๆ ด้วย

ผู้นำประเทศที่มัวเมาในลัทธิอุดมการณ์ทางศาสนา ทางเศรษฐกิจ หรือทางการเมือง อาจจะเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่าพวกเขาดีกว่าคนอื่น พวกเขามีศีลธรรมที่สูงส่งยิ่งกว่าผู้อื่นมากจนเป็นหน้าที่อันชอบธรรมของพวกเขาที่จะต้องเปลี่ยนให้ผู้อื่น หรือประเทศอื่น มาน้อมรับความเชื่อของตน ไม่ว่าจะโดยสมัครใจ หรือโดยการบังคับก็ตาม “สงครามเย็น” ที่เราเรียกกัน อาจอธิบายได้ว่าเกิดจากความมึนเมาทางอุดมการณ์ สงครามทางศาสนาหลายแห่ง ซึ่งบ่อยครั้งเกิดขึ้นภายในศาสนาเดียวกันเพียงแต่ต่างนิกาย เกิดจากความเชื่อผิดๆ ว่าตนมีศีลธรรมสูงส่งกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ผู้นำประเทศที่ไม่ยอมให้ตนเองมึนเมาไร้สติย่อมไม่มีนโยบายที่เป็นอันตรายเช่นที่กล่าวมา

จากประเด็นต่างๆ ที่ข้าพเจ้าได้สาธยายมา เบญจศีลควรจะช่วยจรรโลงให้ประเทศต่างๆ อยู่ร่วมกันอย่างสันติเป็นสุข แต่เราไม่ได้ไร้เดียงสาที่จะเชื่อว่าสภาวะอุดมคตินี้จะมีได้โดยง่าย มนุษย์เรา ชาติของเรา หรือแม้แต่โลกของเรายังไม่สมบูรณ์แบบ (perfect) และผู้นำบางประเทศที่วิกลจริตยังคงมีให้เราเห็นกันอยู่

ข้าพเจ้าขอจบคำบรรยายสั้นๆ นี้ด้วยการยกคติพจน์ที่พระอาจารย์ปิยะทัสสีผู้ล่วงลับได้เขียนไว้ คือ “สันติภาพจะได้มาก็ด้วยการดิ้นรนที่ทุ่มเทและจริงใจ มันไม่ได้มาจากเพียงการพูดถึงแต่อย่างเดียว เราจะต้องคิดเพื่อสันติภาพ พูดเพื่อสันติภาพ และดำเนินการเพื่อสันติภาพ” ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับคติพจน์ของพระอาจารย์ และข้าพเจ้าเชื่อด้วยว่า “การคิดเพื่อสันติภาพ พูดเพื่อสันติภาพ และดำเนินการเพื่อสันติภาพ” นี้เป็นวัตถุประสงค์สำคัญของมูลนิธิสันติภาพแห่งชาวพุทธโลกด้วยเช่นกัน ข้าพเจ้าจึงขอแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจต่อท่านทั้งหลาย ณ ที่นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท