posttoday
คัมภีร์ใบลาน แหล่งเชื่อมความรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน

คัมภีร์ใบลาน แหล่งเชื่อมความรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน

30 สิงหาคม 2558

“สมาคมอนุรักษ์เอกสารโบราณ ประเทศไทย” จัดงานสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “ความสำคัญของคัมภีร์ใบลานต่อพุทธศาสตร์ศึกษา”

โดย...สมาน สุดโต

“สมาคมอนุรักษ์เอกสารโบราณ ประเทศไทย” จัดงานสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “ความสำคัญของคัมภีร์ใบลานต่อพุทธศาสตร์ศึกษา” โดยระดมนักวิชาการที่ศึกษาคัมภีร์ใบลานมาร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อจุดประกายสังคมพุทธในไทยให้ความสนใจศึกษา ค้นหาขุมทรัพย์ในคัมภีร์ใบลานให้ลึกซึ้ง สมกับที่นักวิชาการยกย่องว่าไทยเป็นแหล่งขุมทรัพย์ในคัมภีร์ใบลาน มหาศาล แต่ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเป็นระบบ

ขุมทรัพย์ทางปัญญา

“คัมภีร์ใบลาน” จัดว่าเป็นแหล่งความรู้ในอดีตที่มีเนื้อหาสาระมากมายหลายแขนงวิชา เช่น ความรู้ด้านพระไตรปิฎก ภาษาโบราณ ตำรายา ตำราโหราศาสตร์ ตำราการคำนวณค่าเงิน เรื่องพระภิกษุในอดีต ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การสอนปฏิบัติสมาธิ บทสวดมนต์ต่างๆ การใช้เวทมนตร์คาถาอาคมต่างๆ ความรู้ในการประยุกต์พุทธศาสนากับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านธาตุ ด้านจิตใจ ด้านคณิตศาสตร์ เป็นต้น จึงถือได้ว่า “คัมภีร์ใบลาน” เป็นแหล่งรวมความรู้ที่ทรงคุณค่าและควรค่าแก่การศึกษาค้นคว้าวิจัยเป็นอย่างยิ่ง

ความรู้ดังกล่าวนี้เป็นมรดกสืบทอดอันล้ำค่าของบรรพบุรุษต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในโลกตะวันตก สะท้อนให้เห็นว่าอารยธรรมชาวพุทธมิได้น้อยหน้ากว่าโลกตะวันตก และมีมาก่อนที่โลกตะวันตกจะสร้างองค์ความรู้มาให้เราศึกษา

แต่น่าเสียดายที่ความรู้ในคัมภีร์ไม่อยู่ในกระแส ขาดความสนใจและศึกษาเพื่อเจาะเอาขุมทรัพย์ทางปัญญาในคัมภีร์ออกมา รวมทั้งยังมีอุปสรรคนานาประการ เช่น เจ้าของหวงแหน ปัญหาด้านภาษาในคัมภีร์ ที่ยากทั้งตัวเขียนและสำนวน แต่ทั้งหมดไม่เหลือความพยายาม โดยเฉพาะเมื่อมีการตั้งสมาคมอนุรักษ์เอกสารโบราณขึ้นมา

คัมภีร์ใบลาน แหล่งเชื่อมความรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน ถ่ายภาพร่วมกับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์

 

สมาคมอนุรักษ์

บุญเลิศ เสนานนท์ นายกสมาคมอนุรักษ์เอกสารโบราณ คนแรกกล่าวถึงสมาคม ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2558 ว่าตนและกรรมการพยายามจัดตั้งเพราะรักและสนใจในภาษาโบราณ โดยตัวบุญเลิศเองทำงานในเรื่องนี้ตั้งแต่รับราชการที่สำนักหอสมุด แห่งชาติ 30 ปีที่ผ่านมา ได้สำรวจและพบเห็นคัมภีร์โบราณตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศจำนวนมาก หากจะให้ราชการทำงานฝ่ายเดียวคงไม่ทันเวลาที่ล่วงไป เพราะเจ้าหน้าที่ด้านนี้มีเพียง 15 คน และเมื่อพูดคุยกับ พิบูลย์ ชุมพลไพศาล อาจารย์มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเจล ลอนดอน ก็ทราบว่าประเทศเพื่อนบ้านจัดระบบการศึกษาและอนุรักษ์คัมภีร์ใบลานอย่างเป็นระบบ มีความก้าวหน้ามาก จึงตกลงใจจัดตั้งสมาคมแห่งนี้ขึ้น

วันที่ 28 ส.ค. 2558 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ได้เมตตาทำพิธีเจิมป้ายสมาคมเพื่อความเป็นมงคล พร้อมกันนั้นก็ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างสมาคมกับมหาวิทยาลัยคิงส์คอลลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่ง บุญเลิศ เสนานนท์ เป็นผู้ลงนามในนามสมาคมและ ศ.เคท ครอสบี้ ลงนามในนามมหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ ลอนดอน

ศ.เคท กล่าวถึงความสำคัญคัมภีร์ใบลานว่า มีค่ามหาศาล เป็นแหล่งความรู้ซึ่งมีมากทั้งในศรีลังกา เมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว และไทย ที่กัมพูชาเหลือประมาณ 10% เพราะสูญเสียในระหว่างสงคราม ส่วนของไทยมีอยู่จำนวนมาก แต่ขาดการศึษาอย่างเป็นระบบ เมื่อมีสมาคมและลงนามความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กร จะทำให้การศึกษาค้นคว้าเป็นระบบต่อไป

พระมหาโพธิวงศาจารย์ ราชบัณฑิต บอกว่า เมื่ออนุรักษ์ต้องรู้ว่าจะทำอะไร ขอแนะนำว่าอย่าตั้งเป้าหมายให้กว้าง แต่ทำให้ชัดเจน จึงจะทำงานสำเร็จ โดยท่านสรุปว่างานอนุรักษ์ คือการแสวงหา รวบรวม และแยกแยะ (จัดหมวดหมู่) และสุดท้ายคือจัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ 

คัมภีร์ใบลาน แหล่งเชื่อมความรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน อนันต์ ชูโชติ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เคท ครอสบี้ และบุญเลิศเสนานนท์ ร่วมตัดริบบิ้นเปิดงานสัมมนาทางวิชาการ ที่หอประชุมอาคารพุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

 

10 ประเทศทั่วโลกร่วมงาน

การจัดงานสัมมนาที่มหาวิทลัยราชภัฏพระนคร วันที่ 28 ส.ค. 2558 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวงการวิชาการงานคัมภีร์ใบลาน เมื่อมีนักวิชาการร่วมงานจากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศไทย ผสมผสานกับนักวิชาการต่างประเทศ ที่สังกัดสถาบันต่างๆ จาก 10 ประเทศทั่วโลก เช่น อังกฤษ เยอรมนี แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ลาว กัมพูชา เมียนมา และศรีลังกา จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ไทยแหล่งรวมคัมภีร์แต่ยังไม่พัฒนา

“คัมภีร์ใบลาน” ในไทยมีมาก แต่ยังไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง แม้ว่านักวิชาการจากทั่วโลกเชื่อตรงกันว่าประเทศไทย คือ “ขุมทรัพย์ หรือขุมสมบัติทางปัญญา” เป็นแหล่งรวบรวม “คัมภีร์ใบลาน” ที่ใหญ่และมากที่สุดในโลก และยังไม่มีผู้ทำการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง

ประมาณการว่าคัมภีร์ใบลานในประเทศไทยมีมากถึงแสน หรือหนึ่งล้านผูก แต่นักวิชาการมีจำกัด ถ้าจะให้งานเปิดขุมทรัพย์จากคัมภีร์ใบลานทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องมีการรวมกลุ่มนักวิชาการที่มีแนวคิดเดียวกันมาทำงาน

“สมาคมอนุรักษ์เอกสารโบราณ” จึงเป็นแกนในการทำงานในการสร้างองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อบุคคลทั่วไปจะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจพระพุทธศาสนา เป็นการสืบทอดความรู้จากยุคอดีตสู่ยุคปัจจุบัน นำไปสู่บุคคลรุ่นถัดไปในอนาคตอีกด้วย

สมาคมแม้จะตั้งขึ้นใหม่ แต่ก็ได้รับการสนับสนุนและร่วมมือจากนักวิชาการทั้งในและนอกประเทศ โดยในเบื้องต้น “ทีมงานพุทธศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ” ได้ร่วมดำเนินการทำหน้าที่ช่วยเหลือและสนับสนุนในการจัดตั้งสมาคม โดยเชิญนักวิชาการและองค์กรระดับนานาชาติให้ได้เข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาและช่วยสนับสนุนงาน เช่น คณะนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในซีกโลกตะวันตก และคณะนักวิชาการนานาชาติที่ สปป.ลาว เป็นต้น

ในการนี้ สมาคมจึงขอเรียนเชิญนักวิชาการทุกท่าน รวมทั้งเยาวชน ที่มีความสนใจในงานเอกสารโบราณ เช่น งานปริวรรตและงานแปล การลงพื้นที่สำรวจใบลาน รวมทั้งการถ่ายภาพระบบดิจิทัล เชิญสมัครเป็นสมาชิก ทำงานเป็นอาสาสมัคร หรือทำงานร่วมกันในรูปแบบระหว่างองค์กรกับองค์กรก็ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท