
ประสิทธิ์ เจตน์ทรงธรรม องค์กรธุรกิจยั่งยืนควบคู่พัฒนาสังคม
การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จ สร้างยอดขายมีผลกำไรพุ่งทะลุเป้า อาจเป็นแค่ธุรกิจแสวงหาผลกำไร
โดย...สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์
การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จ สร้างยอดขายมีผลกำไรพุ่งทะลุเป้า อาจเป็นแค่ธุรกิจแสวงหาผลกำไร แต่หากว่าแบ่งปั่นผลประโยชน์คืนสู่สังคม นั่นคือสุดยอดของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแท้จริง
ประสิทธิ์ เจตน์ทรงธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซียวอเตอร์มาร์ท ผู้ผลิตน้ำดื่มยี่ห้อเอเซีย ถือว่า เป็นอีกนักธุรกิจระดับต้นๆ ของ จ.สมุทรปราการ ที่ผลิตน้ำดื่มป้อนให้กับองค์กรต่างๆ เช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลศิครินทร์ โรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลสำโรง ศูนย์ราชการ โรงเรียน ร้านอาหาร และโรงงานอุตสาหกรรมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ควบคู่กับการตอบแทนสังคมต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 15 ปี
“การช่วยเหลือสังคม ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก คืนรอยยิ้มให้สังคมได้ สามารถเงยหน้ามาคุยกับเราได้ เมื่อเห็นภาพเหล่านั้นแล้วชีวิตผมมีความสุขล้น คนเราถึงแม้จะรวยล้นฟ้า ถ้ามัวแต่แสวงหาผลกำไรจากสังคมอย่างเดียว หรือเมื่อเห็นเพื่อนมนุษย์เดือดร้อนแล้วเราไม่ยื่นมือช่วยเหลือพวกเขา ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องยืนในสังคมต่อไป เมื่อได้รับผลประโยชน์จากสังคมแล้ว ก็ควรสร้างผลประโยชน์ให้กับสังคมด้วย คนในสังคมจึงมีความสำคัญยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจ หากองค์กรเอกชนไม่ใส่ใจสังคม ธุรกิจไม่สามารถเดินก้าวหน้าต่อไปได้” ประสิทธิ์ กล่าว
หลากหลายกิจกรรมที่บริษัท เอเซียวอเตอร์มาร์ท เข้าไปขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับพัฒนาสังคมให้มีศักยภาพและตอบแทนสังคม เช่น บริจาคน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและวิกฤตภัยแล้งต่อเนื่องทุกปี ตลอดทั้งตอบแทนสังคมหลากหลายรูปแบบเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ด้อยโอกาส และมอบทุนการศึกษาเยาวชนเรียนเก่งที่มีฐานะยากจน เพื่อเติมเต็มให้สังคมหรือชุมชนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
“ไม่แตกต่างกับการดำเนินธุรกิจผลิตน้ำดื่มของบริษัท เอเซียวอเตอร์มาร์ท หากสังคมไทยไม่ให้โอกาส ไม่สนับสนุนสินค้าเรา โอกาสที่บริษัทจะเจริญเติบโตมั่นคงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางคงเป็นไปได้ยาก เมื่อบริษัทประสบความสำเร็จ มีผลกำไร เราก็ต้องตอบแทนกลับคืนสู่สังคม เพื่อให้สังคมหรือชุมชนมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข”ประสิทธิ์ กล่าว
ขณะที่ผู้สูงวัยที่อาศัยอยู่ภายในชุมชนต่างๆ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซียวอเตอร์มาร์ท ไม่เคยทอดทิ้ง เช่น การไปมอบแว่นสายตาให้กับผู้สูงอายุในชุมชนตามเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลสงกรานต์ วันแม่แห่งชาติ หรือวันพ่อแห่งชาติก็ตาม ก็มักจะลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือชุมชนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากแบ่งปั่นผลกำไรตอบแทนสังคมแล้ว ประสิทธิ์ยังเสียสละเวลาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อช่วยเหลือสังคมไม่ขาดสาย เช่น รับหน้าที่ไกล่เกลี่ยในกรณีที่เกิดข้อพิพาท ฟ้องร้องของศาลแขวงจังหวัดสมุทรปราการ และยังเป็นประธานเครือข่ายผู้ปกครองของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เพื่อช่วยพัฒนาด้านการศึกษา เพราะเชื่อกว่าการศึกษาคือการสร้างปัญญาให้เยาวชนนำไปพัฒนาประเทศชาติได้
“ปัจจุบันผมสวมหมวกอยู่ 2 ใบ ใบแรกในฐานะนักธุรกิจ ส่วนใบที่ 2 ทำหน้าที่ฝ่ายประสานงานของสโมสรโรตารี หรือองค์กรพัฒนาเอกชน เข้ามามีส่วนช่วยเหลือสังคมที่ประสบปัญหาต่างๆตลอดทั้งมอบทุนการศึกษา หาเงินสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันเพื่อน้องๆ ที่อยู่พื้นที่ห่างไกลเพื่อช่วยกันเติมเต็มเยาวชนไทยได้รับการศึกษาดีๆ ผลิตคนดีๆ ออกมาสู่สังคม องค์กรธุรกิจก็จะได้คนศักยภาพทำงานด้วย ประเทศไทยก็พลอยได้รับอานิสงส์ด้วย”
ทุกวันนี้ ประสิทธิ์ มองว่า สังคมไทยกลายเป็นสังคมมีปัญหาและอ่อนแอลงกว่าอดีต เพราะองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ขาดธรรมาภิบาล มุ่งแต่ทำธุรกิจเพื่อผลกำไร และกอบโกยผลประโยชน์อย่างเดียว ความยังยื่นจึงไม่เกิดขึ้น แต่ตราบใดที่องค์กรธุรกิจหันมาใส่ใจสังคม แบ่งปั่นผลกำไรตอบแทนสังคม เมื่อสังคมไทยเข้มแข็งองค์กรธุรกิจก็ย่อมเข้มแข็งตามไปด้วย
แต่เมื่อใดองค์กรธุรกิจปล่อยให้สังคมไทยอ่อนแอ กลุ่มผู้บริโภคมีฐานะยากจน องค์กรธุรกิจก็แย่ตามไปด้วย แต่หากสังคมมีฐานะดีขึ้น กำลังซื้อมีศักยภาพ องค์กรธุรกิจก็จะมีผลกำไรตอบแทนเพิ่มสูงขึ้น ดังผู้บริหารองค์กรธุรกิจต่างต้องกล้าเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น ธุรกิจก็ยอมเติบโตอย่างมีศัยภาพ







