
งานกับชีวิต : เสียงเรียกร้อง
คืนวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา โศกนาฏกรรมระเบิดกลางเมืองบริเวณหน้าศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ได้พรากชีวิตผู้คน
โดย...ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ เครือข่ายพุทธิกา www.budnet.org
คืนวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา โศกนาฏกรรมระเบิดกลางเมืองบริเวณหน้าศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ได้พรากชีวิตผู้คนร่วม 20 ชีวิต และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เพียงไม่นานความตื่นตกใจและโกลาหลก็แผ่ลามไปทั่ว ทันทีที่เกิดเหตุร้าย สำนึกรู้ที่เกิดขึ้นกับทุกผู้คน คือ ความห่วงใยต่อคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง โทรศัพท์ถูกใช้งานอย่างหนักเพื่อแจ้งข่าว ถามไถ่ความปลอดภัย กล่าวเตือนให้ระมัดระวังภัยอันตราย และสิ่งสำคัญคือ กลับบ้าน หากเราสามารถเดินทางเข้าไปในจิตใจของเราแต่ละคนได้ ไม่ยากเลยที่จะพบว่า เราต่างปรารถนาความปลอดภัย ความรักและการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ยามเมื่อเกิดภัยพิบัติสำนึกรู้ของความรัก ความใส่ใจก็ทำงานโดยอิสระ
ท่ามกลางเหตุร้ายแรงนี้ ความน่ายินดีที่เราพบคือ ทันทีที่เสียงเรียกร้องขอความช่วยเหลือเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความต้องการคลังเลือดเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ความต้องการบุคลากรการแพทย์ อาสาสมัครด้านภาษาเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บต่างชาติก็ถูกขานรับ อาสาสมัครจำนวนมากพร้อมกันช่วยเหลือโดยไม่หวั่นกลัวอันตราย
ในอีกทางตำรวจในฐานะผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับสังคมบ้านเมืองก็ต้องรีบเร่งทำหน้าที่ทั้งรีบเร่งจับคนร้าย ทำหน้าที่คืนความสงบปลอดภัย เก็บกู้ซากระเบิดที่อาจตกค้าง ภาพที่ผู้เขียนสะดุดใจคือ เจ้าหน้าที่กอบกู้ระเบิดที่เข้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้อื่น หลายคนมีอาชีพการงานที่เหน็ดเหนื่อย เสียสละ และปิดทองหลังพระ หลายคนทำงานห่างไกลครอบครัว หลายคนทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้กับคนอยู่ใกล้ พร้อมกับที่หลายคนเลือกทำงานที่ให้ความสุขทางใจ และหลายคนเลือกทำงานที่บั่นทอนคุณค่า คุณภาพชีวิต จิตใจ
เวลาที่เราเผชิญกับคำถามที่ว่า “เราคือใคร” บทบาทหน้าที่และอาชีพการงานเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยบอกเราว่าเราเป็นใคร แม้บทบาทหน้าที่อาชีพการงานจะเป็นส่วนหนึ่งที่บอกความเป็นตัวเรา แต่สิ่งเหล่านี้ก็คือแหล่งพลังชีวิตที่สามารถเสริมสร้างและเติมเต็มความหมายชีวิตให้กับเรา งานจิตอาสากลายเป็นกระแสสังคมที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมปัจจุบัน ท่ามกลางภัยพิบัติงานจิตอาสาก่อเกิดภายใต้เสียงเรียกร้องจากภายในของตนเองในหลายๆ คนที่เลือกลุกขึ้นมาหยิบจับ ขับเคลื่อน ลงมือกระทำบางสิ่งเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยาก เพื่อแบ่งเบาภาระหรือเพื่อช่วยเหลือก่อเกิดการเปลี่ยนแปลง การสร้างสรรค์สิ่งดีงาม มีความหมายให้กับคนอื่น
งานจิตอาสา คือ ส่วนหนึ่งของงานที่ช่วยต่อเติม เติมเต็มให้กับชีวิต งานส่วนนี้มีความหมายที่ช่วยให้ผู้คนจำนวนมากได้เรียนรู้เรื่องการเสียสละ การช่วยเหลือแบ่งปัน เหมือนอาชีพการงานหลากหลายอาชีพที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น งานช่วยเหลือคนอื่นทำให้หลายคนได้เป็นอิสระจากภาวะหมกมุ่นในตนเอง แน่นอนว่าหลายตนทำงานนี้ให้กับครอบครัวด้วยการดูแลสุข ทุกข์ ใส่ใจ หลายคนทำงานนี้ในฐานะ พ่อ แม่ ญาติผู้ใหญ่ พี่น้อง
หลายคนเลือกทำงานเนื่องด้วยเสียงเรียกร้อง อาชีพการงานถูกเลือกด้วยเสียงเรียกร้องจากภายนอกที่กดดันหรืออาจร้องขอ เช่น พ่อแม่ สังคม อยากให้เราเป็นหมอ วิศวกร ฯลฯ อยากให้เราทำงานที่มีค่าตอบแทนสูง หรือเสียงร้องขอความช่วยเหลือของคนไข้ ความเจ็บป่วยก็ทำให้หมอ พยาบาลต้องทำหน้าที่ ภัยอันตราย อาชญากรรมในสังคมเรียกร้องให้ตำรวจ ระบบความยุติธรรมต้องทำงานและแสดงความรับผิดชอบ ระบบการประเมินผลเรียกร้องให้เราต้องระมัดระวังการทำงาน การถูกประเมินผลงาน เสียงเรียกร้องของกระแสแฟชั่น ทำให้เราวิ่งตามความทันสมัย เสียงเรียกร้องภายนอกอาจทำให้หลายๆ คนตัดสินใจไปตามปัจจัยภายนอก ซึ่งหมายถึงการมีชีวิตที่วิ่งตามกระแสสังคม
แต่ในตัวเรายังมีเสียงเรียกร้องจากภายในเองด้วย ความชอบ ความถนัด มุมมอง ทัศนคติ ฯลฯ เสียงเรียกร้องภายในทำหน้าที่เหมือนผู้ตรวจสอบ ผู้ตัดสิน และเป็นผู้ขับเคลื่อนชีวิตในตัวเรา และเมื่อเราทำตามกระแสเสียงภายนอกโดยขัดแย้งกับเสียงเรียกร้องภายใน ความทุกข์ใจย่อมเกิดขึ้น หลายคนจึงเลือกที่จะทำงานที่ตอบสนองเสียงเรียกร้องภายในยากลงไปกว่านั้น การเท่าทันเสียงภายในนั้นๆ ว่าไม่ได้มาจากเสียงความไม่รู้ ความเขลาภายใน มุมมองที่คับแคบ ฯลฯ
การรู้จักตนเอง การมีความสามารถเท่าทันกระแสสังคม เท่าทันเสียงเรียกร้องจากภายนอกจึงเป็นการงานชีวิตสำคัญที่เราต้องทำให้กับตนเอง เพื่อไม่ให้เราถูกเสียงเรียกร้องภายในของความไม่รู้ ไม่เข้าใจชีวิตหลอกลวงได้ หากเราเดินทางเข้าไปลึกๆ ในจิตใจตนเอง ไม่ยากเลยที่จะพบว่าเราทุกคนต่างปรารถนา ความมีคุณค่า การมีความหมาย และเสียงเรียกร้องจากภายในที่มาจากความเข้าใจในตนเอง ในพลังชีวิตที่ทำให้เราตัดสินใจภายใต้สำนึกรู้ในตนเอง
การเชื่อมโยงกับเสียงเรียกร้องภายใน จึงมีความหมายและทำให้เราตระหนักรู้ว่า เราคือใคร เมื่อนั้นเสียงเรียกร้องจากภายนอก เสียงเรียกร้องภายในจากความเขลาก็จะมีฐานะเป็นเพียงสิ่งรับรู้ที่เข้ามาทำร้ายเราไม่ได้ ไม่ใช่แรงกดดันที่บีบบังคับเรา เมื่อนั้นการมีความสุขจากภายใน จากการงานที่เรารักก็เป็นสิ่งใกล้ตัวในชีวิตเราเอง







