
กองปราบฯรื้อคดี‘ชูวงษ์’
กองปราบปรามเตรียมเรียกตั้งคณะทำงานขึ้นใหม่อีกหนึ่งชุด เพื่อทำคดีการเสียชีวิตปริศนาของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง
กองปราบปรามเตรียมเรียกตั้งคณะทำงานขึ้นใหม่อีกหนึ่งชุด เพื่อทำคดีการเสียชีวิตปริศนาของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และนักเล่นหุ้นรายใหญ่ หลังรับโอนคดีมาจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ทั้งนี้ จะเป็นการเริ่มทำคดีใหม่ตั้งแต่ต้น
“การตรวจสอบคดีจะเริ่มนับหนึ่งใหม่ ตั้งแต่การหาจุดเริ่มต้นของอุบัติเหตุทางรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ที่นายชูวงษ์ และ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ที่เป็นผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์โดยสารมาด้วยกัน ทั้งนี้ กองปราบปรามยังไม่ได้สรุปผลการเสียชีวิตว่าเกิดจากอุบัติเหตุหรือเป็นการฆาตกรรม คงต้องให้คณะทำงานดูสำนวนของ บช.น.ที่ส่งมาให้ก่อน” พล.ต.ต.อัครเดช พิมลศรี ผู้บังคับการปราบปราม ย้ำ และระบุอีกว่าจะเชิญบริษัท โตโยต้า มาร่วมตรวจสอบอุบัติเหตุด้วย
ทั้งนี้ สำนวนคดีดังกล่าวมีจำนวนกว่า 100 หน้า โดย บช.น. โอนคดีและส่งมอบสำนวนการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ให้ตำรวจกองปราบปรามเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.อัครเดช กล่าวว่า กรณีที่ญาติของนายชูวงษ์ร้องขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจสอบการเสียชีวิตด้วยนั้น ยืนยันว่ากองปราบปรามสามารถทำคดีได้เอง และคงไม่จำเป็นต้องให้หน่วยงานอื่นเข้ามาทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ คดีการโอนหุ้นเบื้องต้นยังไม่มีการออกหมายจับผู้ใดเพิ่มเติม
พล.ต.ต.อัครเดช ยังกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับคดีการโอนหุ้นที่กองปราบปรามรับผิดชอบ และกรณีตำรวจค้นบ้านพักของลูกสาว พ.ต.ท.บรรยิน ย่านรามอินทรา ว่า เรื่องนี้ยืนยันได้ว่าตำรวจดำเนินการตามปกติและมีขั้นตอนการปฏิบัติงานอยู่แล้ว ส่วนการตรวจค้นบ้านพักนั้นก็เป็นไปตามอำนาจหน้าที่และอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย
“ไม่หนักใจเพราะ พ.ต.ท.บรรยินก็มีสิทธิจะเรียกร้องอยู่แล้ว การทำคดีของนายชูวงษ์ยังคงเป็นขั้นตอนตามปกติ แต่ทั้งนี้ หากผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาสั่งการมาอย่างไร ผมก็พร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งทุกอย่าง” ผู้บังคับการปราบปราม กล่าว







