
ขึ้นดอกเบี้ย ก.ย.?
สัปดาห์หน้าก็จะเริ่มเข้าสู่เดือน ก.ย.แล้ว เป็นเดือนที่บรรดานักลงทุนจะต้องจับตาดูว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มกระบวนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้หรือไม่ ซึ่งหากพิจารณากันแล้วต้องบอกว่าสถานการณ์ในขณะนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยที่สหรัฐไม่อาจจะใช้มาตรวัดจากปัจจัยเศรษฐกิจภายในของแต่สหรัฐเองได้
สัปดาห์หน้าก็จะเริ่มเข้าสู่เดือน ก.ย.แล้ว เป็นเดือนที่บรรดานักลงทุนจะต้องจับตาดูว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มกระบวนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้หรือไม่ ซึ่งหากพิจารณากันแล้วต้องบอกว่าสถานการณ์ในขณะนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยที่สหรัฐไม่อาจจะใช้มาตรวัดจากปัจจัยเศรษฐกิจภายในของแต่สหรัฐเองได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับลดค่าเงินหยวนของจีนหลายครั้งติดต่อกัน ซึ่งจะทำให้เงินสหรัฐอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินของจีน ทำให้สินค้าสหรัฐแพงขึ้น ต้นทุนของสหรัฐแพงขึ้น ซึ่งจะสร้างความเสียเปรียบให้กับเศรษฐกิจสหรัฐอย่างยิ่ง
สิ่งที่น่าวิตกกังวลมากที่สุดก็คือการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ เมื่อไหร่ที่อัตราดอกเบี้ยเริ่มขยับ เมื่อนั้นเงินสหรัฐก็จะแข็งค่าขึ้นมากทันทีเมื่อกระแสทุนจะหลั่งไหลกลับเข้าสู่ตลาดสหรัฐ
เป็นความเสี่ยงที่เฟดต้องชั่งใจให้ดีก่อนจะขยับตัวใดๆ ครับ
ล่าสุด วิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ได้ออกมาส่งสัญญาณว่าการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.นั้นอาจจะเร็วเกินไป เนื่องจากภาวะปั่นป่วนที่เกิดกับตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมานั้นกลายป็นความเสี่ยงที่อันตรายต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น
นอกเหนือจากปัจจัยภายนอกเองที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของเฟดแล้ว ปัจจัยภายในอีกประการที่สำคัญที่อาจจะทำให้เฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หรือเลื่อนออกไปก็คือปัญหาเงินเฟ้อชะลอตัวภายในสหรัฐ
ดัชนีเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ 0.2% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.1% แม้ว่าจะอยู่ในทิศทางขาขึ้น (ที่เล็กน้อยมาก) แต่ทว่าก็ยังห่างไกลกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 2% ครับ
แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอื่นๆ จะดีขึ้นมาก รวมไปถึงดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ถีบตัวขึ้นไปอยู่ที่ 101 จุดในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้วซึ่งอยู่ที่ประมาณ 90 จุด แต่กระนั้นดัชนีเงินเฟ้อของสหรัฐก็ยังอยู่ในระดับต่ำที่ผิดปกติ
เหตุผลสำคัญก็คือการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันที่ฉุดเอาดัชนีราคาสินค้าตกต่ำลงไปด้วยครับ และหากพิจารณาแนวโน้มในระยะยาวราคาน้ำมันไม่น่าจะสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่งนัก
ในภาพรวมแล้ว แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะดีขึ้น แต่ทว่าปัจจัยจากการอ่อนค่าลงของเงินหยวน ประกอบกับดัชนีเงินเฟ้อที่ต่ำของสหรัฐ อาจจะทำให้การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดกลายเป็นการทำร้ายเศรษฐกิจสหรัฐเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยที่สินค้าของสหรัฐจะยิ่งแพงขึ้น สหรัฐจะยิ่งขาดดุลจีนมากขึ้น บริษัทสหรัฐจะมีศักยภาพการแข่งขันลดน้อยลง และการขึ้นดอกเบี้ยก็จะยิ่งทำให้การกู้ยืมเกิดการชะลอตัวลง และยิ่งซ้ำเติมดัชนีเงินเฟ้อที่ซบเซาอยู่แล้วครับ







