posttoday
นึกถึงฮอบส์

นึกถึงฮอบส์

28 สิงหาคม 2558

โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์

โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์

สิ่งใดที่เกิดขึ้นตามปกติ สิ่งนั้นไม่ค่อยถูกตั้งคำถาม และเมื่อไม่มีใครคอยถามก็ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวหาเหตุผลรองรับหรืออธิบาย เหมือนทุกเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ต้องออกไปทำงาน ไม่มีใครถามใครว่าทำไมต้องไป แต่ถ้าไม่ไปวันไหนก็ต้องเตรียมตอบคำถามที่จะมีขึ้นมา

การไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นเป็นบรรทัดฐานปกติของสังคมระหว่างประเทศ ใครไม่แทรกแซงก็จะไม่ถูกถามว่าทำไมถึงไม่เข้าไปแทรกแซง แต่เมื่อใดที่ประเทศไหนหรือองค์การระหว่างประเทศใดคิดจะเข้าแทรกแซงประเทศอื่นขึ้นมา ก็ต้องเตรียมเหตุผลรองรับสำหรับตอบประชาคมระหว่างประเทศให้ได้ว่า การกระทำที่ขัดหรือละเมิดหลักการอันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปนี้ เกิดขึ้นเพราะเหตุความจำเป็นอะไร เหตุผลนั้นฟังขึ้นหรือไม่ การแทรกแซงผ่านกระบวนการที่ถูกต้องยอมรับได้เพียงใด

เช่นเดียวกัน การแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพอันทำให้วิถีประชาธิปไตยของประเทศต้องสะดุดหยุดลงไม่ใช่วิถีที่ยอมรับกันตามปกติ ผู้ที่ทำก็จำเป็นต้องมีเหตุผลอธิบาย ทั้งส่วนที่เป็นแรงผลักดันหรือเหตุความจำเป็น และส่วนที่เป็นเป้าหมายของการยึดอำนาจ เป็นธรรมดาของเหตุการณ์ผิดปกติแบบนี้ ที่ย่อมก่อให้เกิดข้อถกเถียงตามมาอีกมาก ระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และแม้ในฝ่ายที่เห็นด้วยกับเหตุผลที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดการยึดอำนาจ ก็ยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับเป้าหมายว่า เมื่อยึดแล้ว คณะที่สถาปนาตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ควรจะทำอะไรอย่างไรต่อไป ดังที่พูดๆ กันว่า “เพื่อไม่ให้เสียของ”

นักวิชาการบางคนไม่คัดค้านการยึดอำนาจ และเหตุผลที่เขายกประกอบการไม่คัดค้านฟังได้ความว่าเป็นเหตุผลเชิงเครื่องมือแบบมองหาวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการแก้ไขปัญหา อะไรคือปัญหาที่เขาเห็น ที่ทำให้เขามองว่าการยึดอำนาจเป็นวิธีการที่เหมาะสมแล้วสำหรับแก้สถานการณ์ที่เขาเห็นว่าเป็นวิกฤต

นักวิชาการฝ่ายนี้บางคนเห็นว่าในสถานการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา ระดับความขัดแย้งทวีขึ้นจนเกิดการใช้ความรุนแรงต่อกัน มีการใช้กำลังอาวุธกระทำต่อคู่ต่อสู้ทางการเมืองต่างฝ่ายเป็นระลอก จนมีความเสี่ยงที่จะสร้างเงื่อนไขให้เกิดสงครามกลางเมืองได้ในที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้คนพลเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมต้องตกอยู่ในสภาวะเลวร้ายของการรบพุ่งกันเองเพราะความแตกแยกทางความคิดความเชื่อและอุดมการณ์ของมวลชนตามการชี้นำชักจูงของแกนนำที่แสวงหาอำนาจโดยปราศจากความรับผิดชอบต่อชีวิตมวลชนของตน นักวิชาการบางคนจึงเลือกที่จะไม่คัดค้านการยึดอำนาจ เพราะเห็นว่านี่เป็นเป็นวิธีที่ชะงัดที่สุดในการถอดสลักเงื่อนไขความรุนแรงที่ก่อตัวขึ้นมาจากความแตกแยกดังกล่าว ก่อนที่มันจะลากพาเราทั้งหมดติดหล่มสงคราม

เหตุผลของนักวิชาการที่ไม่คัดค้านการยึดอำนาจข้างต้น ที่อนุญาตให้เกิดการถ่ายโอนอำนาจอธิปไตยของปวงชนไปไว้ในมือของคณะรัฏฐาธิปัตย์ผู้ถือกำลังไว้ในมือ ด้วยหวังจะหลีกเลี่ยงสภาวะสงครามกลางเมือง เพื่อรักษาสวัสดิภาพของชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อจัดการกับความแตกแยกที่เห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง เพื่อป้องกันมิให้ชีวิตผู้คนในสังคมต้องตกอยู่ในความหวาดกลัวไม่รู้จบ ตกอยู่ในอันตรายของการตายเพราะความรุนแรง เหตุผลตามตรรกะวิธีคิดอย่างนี้ชวนให้นึกถึงความคิดทางการเมืองเพื่อหาทางสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ชีวิตคนของ โธมัส ฮอบส์ ที่พูดโดยรวบรัดคือให้เราแลกการได้รับความมั่นคงปลอดภัยจากความรุนแรงของสงครามกลางเมือง กับการมอบอำนาจที่เกือบจะไม่จำกัดให้แก่รัฏฐาธิปัตย์

ถึงตรงนี้แล้วก็อยากยกมือถามผู้มีความเห็นเช่นที่กล่าวมาเท่าที่เนื้อที่จะอำนวยสักสองสามข้อ ดังนี้

ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นก่อนหน้าการยึดอำนาจเปิดความเป็นไปได้ที่มีความน่าจะเป็นเพียงใดที่จะเกิดสงครามกลางเมืองและความรุนแรงระดับมิคสัญญีที่จะนำมาใช้เป็นเหตุผลรองรับการยึดอำนาจ เราจะจำแนกได้อย่างไรระหว่างการเมืองที่เกิดขึ้นมาจากพื้นฐานของความกลัวตายและการหาอำนาจมาปกป้องชีวิตให้พ้นจากการตายด้วยความรุนแรง กับการอาศัยความกลัวอันนั้นมาสร้างเงื่อนไขสถานการณ์ที่เปิดทางไปสู่การยึดอำนาจ และมอบให้คณะรัฏฐาธิปัตย์เพียงผู้เดียวเข้าถืออาชญาสิทธิ์ในการควบคุมพลเมือง และเป็นผู้เดียวที่ใช้เหตุผลเพื่อออกกฎหมายที่เขาเห็นว่าเหมาะสมสำหรับการรักษาความสงบเรียบร้อย

การให้น้ำหนักของเหตุผลไปที่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของชีวิตคนเป็นสิ่งที่ฮอบส์ให้ความสำคัญสูงสุดในความคิดทางการเมืองของเขา เพราะเขาเห็นว่ามีเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่จะทำให้มนุษย์อันมีธรรมชาติที่เห็นแก่ตัวและใช้เหตุผลที่แต่ละคนมีไปในทางสนองความเห็นแก่ตัวของตน จะเกิดเห็นพ้องต้องกันได้ในการแสวงหาสภาวะที่จะช่วยรักษาสันติภาพเอาไว้ ด้วยการสละสิทธิโดยธรรมชาติที่จะทำอะไรตามใจตนเองยกไปให้แก่รัฏฐาธิปัตย์ แล้วพร้อมที่จะเชื่อฟังเขา ปฏิบัติตามกฎต่างๆ ของเขาโดยไม่บิดพลิ้วตราบเท่าที่เขาสร้างเงื่อนไขให้เกิดสันติและความมั่นคงต่อชีวิตมนุษย์

แต่โดยเหตุผลเดียวกันนี้ที่ฮอบส์จะเปิดโอกาสให้คนต่อต้านอำนาจรัฐได้ นั่นคือเมื่อใดที่การกระทำของรัฐเป็นการคุกคามต่อการมีชีวิตรอดของเขา เป็นเหตุผลเพียงข้อเดียวเท่านั้นที่ฮอบส์เห็นว่าการต่อต้านรัฐทำได้และพึงทำในสถานการณ์เช่นนี้

เหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา มีเหตุอันทำให้พลเมืองบางกลุ่มที่ลุกขึ้นต่อต้านอำนาจรัฐคิดเช่นนั้นได้หรือไม่

หรือว่าเราต้องควบคุมความคิดของเราเองเก็บไว้ในใจไม่พึงแสดงออกมา ด้วยเหตุผลที่ฮอบส์เชื่อว่ามันช่วยลดความขัดแย้งได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท