
ฉลุยงบ 59 วงเงิน 2.72 ล้านล้านบาท
สนช มีมติเอกฉันท์ ผ่านวาระ 3 งบปี 59 วงเงิน 2.72 ล้านล้านบาท สนช.ติงงบกลางเบิกจ่ายน้อย วิษณุ แจง ใช้ทุกบาทคุ้มค่า
สนช มีมติเอกฉันท์ ผ่านวาระ 3 งบปี 59 วงเงิน 2.72 ล้านล้านบาท สนช.ติงงบกลางเบิกจ่ายน้อย วิษณุ แจง ใช้ทุกบาทคุ้มค่า
ที่ประชุมสภาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 184 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง เห็นชอบวาระ 3 ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2559 วงเงิน 2.72 ล้านล้านบาท เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยใช้เวลาการพิจารณาประมาณ 4 ชม.
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.การกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 ชี้แจงว่า กมธ.ได้ให้ความสำคัญ สอดคล้อง เชื่อมโยง กับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และการบูรณาการ กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งนี้จากงบประมาณที่ตั้งไว้จำนวน 2.72 ล้านล้านบาท ได้มีการปรับลดทั้งสิ้น 20,582 ล้านบาท โดยพิจารณาจากรายการงบประมาณต่างๆ ที่สามารถประหยัดได้ ทั้งโครงการงบประมาณที่สามารถใช้จากแหล่งอื่นได้
สำหรับการงบประมาณที่ปรับลดทางกมธ.วิสามัญฯ ได้พิจารณาเพิ่มเติมให้กับงบกลาง จำนวน 20,582 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เท่ากับ จำนวนที่ได้ปรับลดลง เพื่อสำรองจ่ายกรณีที่จำเป็น ฉุกเฉิน และรองรับการดำเนินงานยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทั้งนี้หน่วยงานที่ถูกปรับลดงบประมารนั้น ทางกมธ.วิสามัญฯ ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ถึงความพร้อม ศักยภาพของการทำงาน และผลการทำงานที่ผ่านมาเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามงบประมาณ
นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สนช. ซึ่งแปรญัตติขอปรับลดงบกลาง ในส่วนของเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้าง 2.57 % จากวงเงิน 1,000 ล้านบาท เนื่องจากหากย้อนหลังไปดูงบประมาณปี 56 ตั้งงบส่วนนี้ไว้ 3,000 ล้านบาท แต่ใช้จ่ายไป 99.27 % ปี 57 ตั้งงบ 1,100 ล้านบาท ใช้จ่ายไป 94.81% และล่าสุดปี 58 ตั้ง 1,000 ล้านบาท แต่ใช้จ่ายไปเพียง 30 % ดังนั้น ปี59 ที่ตั้งงบไว้ 1,000 ล้านบาท เกรงว่าจะไม่มีโอกาสได้ใช้เท่ากับที่ตั้งไว้จึงเสนอปรับลด
เช่นเดียวกับ เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 82,963 ล้านบาท ที่ได้เสนอแปรญัตติปรับลดงบประมาณ 0.004 % เพราะ ปี56 ตั้งงบไว้ 73,700 ล้านบาท ใช้จ่ายไป 99.87 % ปี 57 ตั้งงบ 72,500 ล้านบาท ใช้จ่ายไป 84.01% ล่าสุดปี 58 ตั้งงบไว้ 88,823 ล้านบาท ใช้แต่จ่ายแค่ 18.66 % ดังนั้น งบปี 59 ที่ตั้งไว้ 82,963 ล้านบาท และนำมาจากส่วนอื่นๆอีก 2 หมื่นล้านบาท รวมเป็นหนึ่งแสนล้านบาท นั้น จะเห็นว่าไม่มีรายละเอียดแผนการใช้จ่าย จึงเห็นควรจะนำเงินที่ไม่ได้เบิกจ่ายมาเก็บไว้เป็นเงินคงคลัง
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ติดภารกิจไปราชการที่ประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ขอบคุณสมาชิกสนช. ที่ให้ความเห็นชอบ และคณะกรรมาธิการฯ ที่พิจารณาร่างพ.ร.บ.นี้ด้วยความเหนื่อยยากตลอด 3 เดือน และเท่าที่ดูเนื้อหา เห็นว่าเป็นการทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่มีเสียงค่อนขอด ว่าสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งไม่ได้ทำหน้าที่แตกต่างจากสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง
"กฎหมายงบประมาณ ถือเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ เพราะไม่ได้เกี่ยวกับกฎหมายการเงินเท่านั้น แต่เกี่ยวกับความเป็นความตายของประเทศ เป็นเครื่องมือใช้ขับเคลื่อนนโยบายประเทศ เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ศักยภาพการแข่งขันกับต่างประเทศ รวมทั้งวางรากฐานเพื่อพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์ 20 ปี"
นายวิษณุ กล่าวว่า จะนำข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯและสมาชิกเข้าที่ประชุมครม. ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1. เตรียมสำหรับใช้ทำงบประมาณในปีต่อไป 2 . เป็นการลงลึกรายกระทรวง และ 3. ควรประหยัดตัดทอนลดค่าใช้จ่ายอย่าง ซึ่งถ้าทำได้ ก็จะเป็นผลดีของประเทศ ซึ่งข้อสังเกตนี้ จะส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา
“ครั้งนี้เป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณครั้ง 2 และมีโอกาสที่จะทำอีกเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งนายกฯฝากว่า รัฐบาลขอให้ความมั่นใจ ว่าจะนำเงินงบประมาณไปใช้จ่ายให้ตรงกับความประสงค์ของสมาชิก และตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติต่อไป”นายวิษณุ กล่าว







