
คสช.ไม่ยืนยันระเบิดราชประสงค์ฝีมือกลุ่มใด
โฆษก คสช. แถลง ไม่ยืนยันเหตุระเบิดราชประสงค์ฝีมือกลุ่มใด เผยต่างชาติยังมั่นใจไทยน่าเที่ยว เตรียมหารือปรับจ่ายเงินเยียวยา 28 ส.ค.
โฆษก คสช. แถลง ไม่ยืนยันเหตุระเบิดราชประสงค์ฝีมือกลุ่มใด เผยต่างชาติยังมั่นใจไทยน่าเที่ยว เตรียมหารือปรับจ่ายเงินเยียวยา 28 ส.ค.
เวลา 12.00 น. วันที่ 27 ส.ค. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ติดตามสถานการณ์การความคืบหน้าเหตุที่ราชประสงค์ ว่า สถานการณ์ในห้วงเวลาเป็นปกติ ทั้งนี้องค์การท่องเที่ยวโลก ได้ออกมาแสดงความชื่นชมรัฐบาลและภาคเอกชนของไทยที่สามารถจัดการต่อปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังคงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวเช่นเดิม
สำหรับในด้านการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ขอยืนยันว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด และด้วยสาเหตุใด เนื่องจากต้องการให้การสืบสวนครอบคลุมในทุกมิติ
สำหรับการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่เสียชีวิต เมื่อวานนี้ (26ส.ค.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดให้มีการประชุมหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปรับอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตกับเหตุการณ์ที่แยกราชประสงค์ให้มีความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันยิ่งขึ้น โดยในชั้นต้นที่ประชุมมีมติให้นำข้อมูลอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากหลายๆประเทศมาประกอบการพิจารณา โดยการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิตจะต้องเป็นไปอย่างเหมาะสมและรวดเร็วภายใต้กรอบของกฎหมาย ทั้งนี้ ที่ประชุมกำหนดให้มีการหารือกันอีกครั้ง ในวันศุกร์ที่28 ส.ค. 58
สำหรับผลความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิตจำนวน 20 รายนั้น ปัจจุบันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือจำนวน 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร มูลนิธิ
สิริวัฒนภักดี สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว และเงินพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 20 ราย ได้รับการติดต่อ เพื่อมาขอรับเงินตามสิทธิที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว
ส่วน การขอความร่วมมือ ปัจจุบันประชาชนยังคงให้ความสนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ทั้งในและต่างประเทศได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ในหลายมุมมอง รวมถึงจัดทำสื่อเผยแพร่ในลักษณะของแผนผังหรือคลิปวีดีโอเหตุการณ์จำลอง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าว มักถูกจัดทำขึ้นบนพื้นฐานความคิดเห็นส่วนบุคคลและการสืบค้นข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่งอาจมีแหล่งอ้างอิงไม่ครบถ้วน ก่อให้เกิดการชี้นำหรือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลที่ถูกเผยแพร่โดยหน่วยงานของทางราชการเท่านั้น







