posttoday
อุ้มประกันท่องเที่ยว

อุ้มประกันท่องเที่ยว

27 สิงหาคม 2558

เป็นแนวคิดที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย เมื่อนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เสนอให้นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยด้วยตัวเอง จะต้องถูกบังคับให้ทำประกันภัยเต็มรูปแบบตามหลักเกณฑ์ของการประกัน ซึ่งจะครอบคลุมอุบัติเหตุต่างๆ ตลอดจนเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น เหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา

เป็นแนวคิดที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย เมื่อนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เสนอให้นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยด้วยตัวเอง จะต้องถูกบังคับให้ทำประกันภัยเต็มรูปแบบตามหลักเกณฑ์ของการประกัน ซึ่งจะครอบคลุมอุบัติเหตุต่างๆ ตลอดจนเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น เหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา

ปัจจุบันประเทศไทยมีการบังคับให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเมืองไทยแบบกรุ๊ปทัวร์จะต้องทำประกันภัยอยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้ปรากฏว่านักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยด้วยตัวเองมากขึ้น และนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่ได้ทำประกันภัย เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่นำไปสู่การสูญเสียต่างๆ ภาระดังกล่าวจะตกเป็นของกองทุนเยียวยานักท่องเที่ยว และในบางกรณีอาจมีหน่วยงานของภาครัฐต้องเข้ามาจ่ายเงินเยียวยาร่วมด้วย

ทั้งนี้ แม้ว่าการบังคับให้นักท่องเที่ยวต้องทำประกันภัยเป็นแนวทางที่หลายประเทศนำมาใช้ และประเทศไทยซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของโลก เพราะแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 25 ล้านคน ส่วนปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 29-30 ล้านคน จึงสมควรที่จะบังคับการทำประกันภัยนักท่องเที่ยวเช่นกัน แต่การที่จะไปบังคับทำประกันภัยเต็มรูปแบบ เป็นการเพิ่มภาระและสร้างความไม่สะดวกให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้พอสมควร เช่น การติดต่อซื้อประกันภัย อัตราเบี้ยประกันที่สมเหตุสมผล และความครอบคลุมในการคุ้มครองภัยให้กับนักท่องเที่ยว

ดังนั้น รัฐบาลไทยสมควรจะรับภาระในการจัดหากรมธรรม์ประกันภัย รวมไปถึงการจัดสรรงบประมาณบางส่วนเพื่อนำมาจ่ายเบี้ยประกันภัยแทนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เพราะการจัดซื้อกรมธรรม์ประกันภัยนักท่องเที่ยวในปริมาณมากๆ จะทำให้ต้นทุนกรมธรรม์ถูกลง และป้องกันปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกซื้อกรมธรรม์อีกด้วย ส่วนภาระที่รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณมาจ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันภัย จะพบว่างบที่จัดสรรไปซื้อเบี้ยประกันคาดว่าจะไม่ได้สูงมากมายนัก โดยอยู่ที่ระดับ 100 ล้านบาท/ปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับรายได้จากภาคการท่องเที่ยวที่สูงถึง 2 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี

นอกจากนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ช่วยดูแลเกี่ยวกับการทำประกันภัยและสนับสนุนเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ระบาดของโรคซาร์สเมื่อปี 2546 เหตุการณ์จลาจลในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2552-2553 เป็นต้น และค่าใช้จ่ายในการซื้อกรมธรรม์ก็อยู่ที่ไม่เกิน 100 ล้านบาท อีกทั้งการซื้อกรมธรรม์ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลจะจัดซื้อกรมธรรม์จากบริษัท ทิพยประกันภัย ซึ่งมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จึงเท่ากับเป็นการหมุนเงินจากกระเป๋าซ้ายเข้ากระเป๋าขวา และเงินก็ไม่ได้รั่วไหลไปไหน

หากรัฐบาลจะบังคับให้นักท่องเที่ยวทำประกันภัย รัฐบาลควรต้องเข้ามารับภาระในส่วนนี้ เพราะนอกจากจะลดภาระให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการลดภาระการเยียวยาของภาครัฐ หากเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุที่ไม่คาดฝันได้ด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท