
กม.คุ้มครองลิขสิทธิ์ออนไลน์ ในออสเตรเลีย
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ปีนี้ รัฐสภาออสเตรเลีย ผ่านกฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่ 2015 ว่าด้วย การละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ โดยให้สิทธิแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ไปศาล เพื่อขอให้ศาลสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ที่มี “วัตถุประสงค์พื้นฐาน” ที่จะละเมิดลิขสิทธิ์งานของผู้อื่น...ไม่ว่าเว็บนั้นจะอยู่ในหรือนอกออสเตรเลีย!
พูดง่ายๆ คือ...เว็บดูหนัง...ฟรี...มีค่าสมาชิกบ้าง ไม่มีค่าสมาชิกบ้างนั่นแหละ...ทั้งๆ ที่ประเทศออสเตรเลียนั้น หากจะว่าไปแล้ว...คงมีคนไทยไม่มากนักที่ติดตามดูหนัง และละครซีรี่ส์ของออสเตรเลีย...และก็ขอเดาด้วยว่า...อาจมีชาวโลกไม่มากขนาดนั้นที่เป็นแฟนหนังแฟนละคร แฟนรายการจากออสเตรเลีย
ไม่ใช่คุณภาพหนัง คุณภาพรายการทีวีของออสเตรเลียไม่ดีนะครับ...ตรงกันข้าม...ขอบอกว่าดีมาก...และเค้าเน้นให้น้ำหนัก กับการสร้างรายการที่เหมาะแก่พัฒนาการของเด็กในแทบทุกช่วงวัย...เอาไว้เยอะมาก
พวกเลยก๊อบกันแหลก...ตั้งแต่เอาไปดัดแปลงแล้วทำรายการเอง หรือเอาไปแปลเป็นภาษาท้องถิ่นในประเทศของตัวแล้วฉาย...ออกอากาศทางออนไลน์ เก็บค่าโฆษณา...หน้าตาเฉย!
พรรคการเมืองในออสเตรเลีย จึงถกเถียงกันถึงผลประโยชน์ของชาวออสเตรเลีย ที่เสียไปจากการกระทำของพวกนักก๊อบปี้ นักแชร์ ผู้ปราศจากอุดมการณ์ในการยกย่องความคิดสร้างสรรค์ของผู้อื่น...แล้วผลักดันจนออกกหมายข้างต้นมา...
แต่สังคมและวัฒนธรรมทางการเมืองของออสเตรเลียเป็นแนวเสรีนิยมสูง การที่รัฐออกกฎหมายให้อำนาจศาล สั่งปิดกั้นเว็บไซต์ที่ “จงใจ” สร้างมาเพื่อละเมิดลิขสิทธิ์ของเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา เหล่านี้ ก็ปรากฏว่าได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยา “ตอบโต้” จากนักนิยม “สิทธิ” จำนวนไม่น้อย
ไม่ใช่สิทธิที่จะได้ดูหนังฟรีนะครับ...เปล่าเลย เค้าไม่มีใครเถียงกันในประเด็นว่าควรได้ดูฟรีแฮะ... เค้าเถียงกันคร่ำเครียดว่า...อำนาจรัฐผ่านศาลของออสเตรเลีย อาจถูกใช้เพื่อการเซ็นเซอร์ข้อมูลข่าวสาร
อื่นๆ ที่สาธารณะพึงมีสิทธิเข้าถึง...เช่น ข้อมูลจาก “วิกิลีคส์” ซึ่งเป็นความน่าอับอายของรัฐบาลเกือบจะทั่วโลก ที่แม้รายงานเอกสารของราชการต่างๆ ที่ถูกนำมาเปิดโปงนั้น... ถือเป็นข้อเขียนที่มีลิขสิทธิ์และกฎหมายลิขสิทธิ์ก็คุ้มครองเช่นกัน แต่สังคมเกรงว่าจะถูกปิดไปน่ะสิ...
นัก “สิทธิ” เห็นว่า...แม้อาจละเมิดเจ้าของงาน คือ หน่วยราชการเจ้าของบันทึกรายงานนั้นๆ...แต่มันมีสาระที่ประชาชนควรมีสิทธิรู้ว่ารัฐบาลของเขา และรัฐบาลของที่ไหนๆ ไปทำอะไรที่พวกเขาควรระแวงและระวังบ้าง...
งานกฎหมายคุ้มครองป้องกันลิขสิทธิ์ออนไลน์ในออสเตรเลียฉบับนี้ เป็นผลงานการผลักดันกฎหมายร่วมกัน จากทั้งพรรคเสรีนิยม (Liberal Party) และพรรคแรงงาน (Labour Party) มีเพียงพรรคกรีน (Green Party) เท่านั้นที่คัดค้านร่างกฎหมายที่ว่า
สาระบางท่อนของการอภิปรายในสภาล่างและสภาบนของออสเตรเลียในระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายนี้ ก็คือว่า จริงหรือไม่ที่อ้างว่า เว็บละเมิดหนังอย่างนี้ได้ทำให้ชาวออสเตรเลียตกงานมากถึง 6,100 ตำแหน่งงาน/ปี โดยผู้อภิปรายค้านระบุว่า ถ้าจริงอย่างที่อ้าง...ทำไมรายงานจำนวนบุคลากรในอุตสาหกรรมนี้จึงยังโตขึ้น จาก 24,000 ตำแหน่งงาน ในปี 2011 มาเป็น 31,000 ตำแหน่งงานในสี่ปีต่อมาเล่า! ....
อีกข้อโต้แย้งที่อภิปรายกัน ก็คือว่า...ต่อให้รัฐออสเตรเลียใส่เทคโนโลยีปิดกั้นเว็บละเมิดเหล่านี้ แต่บรรดาเซียนคอมพิวเตอร์ก็จะสามารถสร้าง Proxy หรือคอมพิวเตอร์บริการที่ตั้งไว้ เพื่อจ่ายข้อมูลให้ผู้ที่ค้นหาข้อมูลนั้นใหม่ โดยอาจโยกย้ายสถานีปลายทางหรือต้นทางไปอยู่นอกประเทศ เพื่อหลอกล่อให้ระบบปิดกั้น ปิดได้ไม่หมดจด
ในการอภิปรายตอบจึงมีการแสดงรายงานวิจัยหลายๆ ชิ้นว่า...ปกติคนจำนวนมากที่คลิกดูหนังละเมิดลิขสิทธิ์จะไม่พยายามมากขนาดนั้น เขาแค่ตอบสนองต่อความหาเจอง่ายๆ ก็คลิกเข้าไปดู ถ้าหาไม่เจอง่ายๆ ก็ไม่ดู...งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่า เมื่อเทียบระหว่างการปิดกั้นเพียงไม่กี่เว็บที่ละเมิดกับปิดคราวละมากๆ พร้อมกัน...จะได้ผลตอบสนองจากทางผู้บริโภคไม่เหมือนกัน กล่าวคือ ถ้าปิดทีละเว็บสองเว็บ แม้เป็นเว็บขนาดใหญ่ แต่ผู้ชมก็จะเพียงย้ายการชมจากเว็บละเมิดหนึ่งไปหาอีกเว็บละเมิดหนึ่งที่ยังไม่ถูกปิดกั้น...ไม่ได้ผลอะไร...เพราะหาง่าย...
แต่ถ้าสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในกรณีที่มีการปิดกั้นทีละเป็นร้อยๆ เว็บที่ผิดกฎหมายเหล่านี้พร้อมกัน...ปรากฏว่า พฤติกรรมของผู้ชมหนังละเมิดเปลี่ยนไปมาก... คือ หันไปหาเว็บฉายหนังที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์...เพียงแต่ขอให้ราคาค่าชม...ไม่สูงนัก...คือ อย่าเอาเปรียบกันเป็นใช้ได้...และควรหาเจอ รวมทั้งใช้งานได้ง่ายๆ หน่อย ผู้บริโภคก็รับได้...
พฤติกรรมก็คล้ายๆ กับการที่ปัจจุบันคนเล่นเกมออนไลน์ หันมาเล่นเกมมีลิขสิทธิ์มากกว่า...เวลาโหลดแอพโหลดซอฟต์แวร์ ก็เลือกชนิดที่มีลิขสิทธิ์มาลงเครื่องอุปกรณ์ของตัวเอง...เพราะสบายใจกว่า...ถ้าไม่แพงนัก...และถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์เข้าใจกลไกนี้ ก็จะตั้งราคาขายที่ไม่สูง คือ ทำให้ไม่คุ้มที่ลูกค้าจะไปขวนขวายหาโปรแกรมก๊อบปี้
ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อจะบอกว่า...กฎหมายที่ให้อำนาจรัฐปิดกั้นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์นั้น อันที่จริงมีตัวอย่างให้ดูทั้งในอังกฤษ ทั้งในสหรัฐ และปัจจุบันมีในออสเตรเลีย ส่วนจีนนั้นไม่ต้องพูดถึง... ได้ผลเด็ดขาดหรือไม่...คงเถียงกันได้ แต่เขาก็ทำกันนะครับ...สู้เท่าที่สู้ได้...มีงานวิจัยมากมายที่ชี้ให้เห็นว่า...เราควรเคารพในวิจารณญาณของผู้ชม...ว่าถ้ามีสิ่งที่ถูกต้อง สบายใจให้เขาเลือกใช้ได้ ในราคาที่ไม่รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ...เขาก็ย่อมสนใจ...แต่ขอให้เข้าถึงได้ง่ายๆ...
วันนี้ผู้ชมคลิกค้นหาหนังดู...ปรากฏว่า ผลของคำค้น...เจอแต่เว็บละเมิดยอดนิยม...ที่ไม่ถูกปิดเลย...และมีเยอะจนผู้ชมสืบค้นหาเว็บที่มันถูกต้องแทบไม่เจอ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ฉบับใหม่ 2558 ของรัฐบาลนี้...ได้สร้างความตื่นตัวให้แก่วงการออนไลน์พอสมควร ก็ดีครับ...สังคมออนไลน์และสังคมของทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสังคมที่ต้องการข้อมูล ความรู้ และความ
สมเหตุสมผล...รัฐและประชาสังคมช่วยกันจัดระบบกำหนดระเบียบไปสักพัก...สังคมโซเชียลมีเดียก็จะเป็นสังคมที่แบ่งมุม ปันพื้นที่กันได้ดีขึ้น
ที่จริงมือถือ 97 ล้านเครื่องในมือคนไทย ทำอะไรได้แยะทีเดียว...ทั้งการปฏิรูปการเรียนรู้...ซึ่งยิ่งใหญ่กว่าการปฏิรูปการศึกษาเสียแล้ว...วินัยยุคดิจิทัล...ความรู้รอบตัวยุคดิจิทัล...ความมีน้ำใจผ่านดิจิทัล...อาจเป็นอีกเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสังคมของเราให้ก้าวพ้นบริบทแบบเดิมๆ ได้ไม่น้อยครับ







