posttoday
น้ำมานาข้าวเริ่มผุดเตือนระวังฝนทิ้งช่วง

น้ำมานาข้าวเริ่มผุดเตือนระวังฝนทิ้งช่วง

13 กรกฎาคม 2553

ฝนเริ่มเทเกษตรกรเริ่มทำนา กรมชลประทานเตือน รอถึงสิ้นเดือน ก.ค. ค่อยทำยังไม่สาย ห่วงฝนขาดช่วง ทำผลผลิตเสียหายหนัก

ฝนเริ่มเทเกษตรกรเริ่มทำนา กรมชลประทานเตือน รอถึงสิ้นเดือน ก.ค. ค่อยทำยังไม่สาย ห่วงฝนขาดช่วง ทำผลผลิตเสียหายหนัก

นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้หารือกับกรมอุตุนิยมวิทยาถึงสภาพอากาศในตอนนี้ พบว่าในหลายพื้นที่ของลุ่มเจ้าพระยา บางพื้นที่เริ่มมีการปลูกข้าวกันบ้างแล้ว เนื่องจากมีฝนตกลงมาพอสมควร ทำให้ปริมาณน้ำเริ่มมีเข้ามา แต่ยังไม่มากพอที่จะรองรับการทำนาได้อย่างที่เกษตรกรต้องการ และกรมอุตุฯ แจ้งว่าอาจจะมีภาวะฝนทิ้งช่วงไปถึงสิ้นเดือน ก.ค.ได้ จึงควรระวังความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังยืนยันในเรื่องประกาศขอความร่วมมือ เดิมที่ให้ชะลอปลูกข้าวออกไปจนสิ้นเดือน ก.ค. และกรมจะยังไม่ส่งน้ำเพื่อการเกษตรไปจนกว่าจะมีปริมาณน้ำที่เหมาะสม

“ปริมาณน้ำใน 2 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ เท่าที่มีปัจจุบันอยู่ที่ 660 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 3% เพราะฉะนั้นกรมชลฯ ขอเตือนให้เกษตรกรอย่าเพิ่งเร่งปลูกข้าวในขณะนี้ เพราะจะเสี่ยงต่อความเสียหายได้มาก ควรจะรอจนถึงสิ้นเดือน ก.ค. ตามที่ได้ขอความร่วมมือไว้ เนื่องจากปริมาณน้ำคงเพิ่มขึ้นได้บ้างจากฝนที่ตกลงมา” นายชลิต กล่าว

“พื้นที่การทำนาทั้ง 22 จังหวัดภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง อาศัยน้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิต์ ในการส่งน้ำเพื่อการสนับสนุนการปลูกข้าว แต่ในช่วงนี้จากการหารือกับกรมอุตุนิยมวิทยาถึงสภาพภูมิอากาศว่าจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงไปจนถึงปลายเดือนกรกฏาคม ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝนการทำนาในช่วงนี้อาจจะได้รับความเสียหาย เพราะกรมชลประทานไม่สามารถปล่อยน้ำในเขื่อนมาช่วยนาข้าวได้อีกเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นขอเตือนให้เกษตรกรควรเลื่อนการเพาะปลูกไปจนถึงปลายเดือนกรกฎาคม จะทำให้ได้ผลผลิตแน่นอนและไม่ประสบปัญหาขาดทุน”นายชลิต กล่าว

ขณะนี้การคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะได้น้ำฝนเข้าเขื่อนมากน้อยแค่ไหนไม่สามารถพยากรณ์ได้ล่วงหน้า เกษตรกรจึงต้องระมัดระวังให้มาก

นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์พบว่าพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด ที่ใช้น้ำจากสองเขื่อนใหญ่ ในบางพื้นที่มีฝนตกลงมาติดต่อกันหลายวัน ทำให้ชาวนาเริ่มเพาะปลูกแล้ว แต่ยังไม่ถึง 10% ของพื้นที่ทั้งหมด เนื่องจากชาวนาส่วนใหญ่ยังเชื่อคำเตือนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ขอให้เลื่อนการทำนาปีออกไปถึงสิ้นเดือน ก.ค. เพราะชาวนารู้ดีว่าหากหว่านกล้าไปแล้ว ถ้าไม่มีน้ำจะทำให้เกิดความเสียหาย และปริมาณน้ำสำรองในเขื่อนก็มีไม่มาก “ชาวนารู้ดี ทำใจไว้แล้ว จะทำนาช้าไปบ้างก็ไม่เป็นไร ซึ่งอยากให้กรมอุตุนิยมและกรมชลฯให้ความมั่นใจถ้าเมื่อไหร่มีน้ำเพียงพอให้กับเกษตรกรก็ขอให้ส่งสัญญานให้ชัด”นายประสิทธิ์ กล่าวและว่าตนคิดว่าคงไม่มีนักการเมืองคนใดคงไม่ไปกดดันให้กรมชลฯต้องปล่อยน้ำมาช่วยนาชาวบ้านในพื้นที่ตัวเองเพราะเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวเกินไป

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี