
ชงนายกฯฟันตร.ระดับผู้บัญชาการเซ่นคุมสถานบันเทิงไม่ได้
"ไพบูลย์" เสนอนายกฯเช็กบิลตำรวจระดับผู้บัญชาการเซ่นแก้ คุมสถานบันเทิงไม่ได้ ชี้สั่งย้ายแล้วห้ามย้ายกลับที่เดิม
"ไพบูลย์" เสนอนายกฯเช็กบิลตำรวจระดับผู้บัญชาการเซ่นแก้ คุมสถานบันเทิงไม่ได้ ชี้สั่งย้ายแล้วห้ามย้ายกลับที่เดิม
เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่ากรกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการแก้ไขปัญหามาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะ และควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการ ในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ตามคำสั่งคสช.ที่ 22/2558 ว่า ตนต้องเรียนว่ากฎหมายที่ใช้ในการปราบปรามเด็กแว้นหรือสถานประกอบการที่จำหน่ายสุรานั้น ไม่ได้เป็นกฎหมายใหม่ แต่มันเป็นเรื่องเก่า เมื่อเป็นเรื่องเก่า ในวันที่มีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ก็ได้ระบุว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปบังคับใช้กฎหมายให้จริงจังขึ้น ทั้งนี้ ตนมองว่า สิ่งสำคัญที่จะไม่ให้ปัญหาเก่าเหล่านี้เกิดขึ้นก็คือตัวของเจ้าหน้าที่เอง เพราะฉะนั้น เมื่อในที่ประชุมต้องการให้ใช้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อบังคับใช้กับประชาชน ตนจึงบอกว่า จะบังคับใช้กับประชาชนอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องออกกฎเกณฑ์มาบังคับใช้กับเจ้าหน้าที่ด้วย
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า วันนี้กฎหมายออกแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ต้องนำไปปฏิบัติ ถ้าไม่ทำ ตนก็จะต้องเสนอนายกรัฐมนตรีให้มีคำสั่งไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อให้ย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนได้ระบุให้นายกรัฐมนตรีทราบด้วยว่า เมื่อมีคำสั่งย้ายตำรวจแล้ว ก็ไม่ควรให้กลับมานพื้นที่เดิมอีก เพราะถ้าย้ายไปเพียง 5 วัน หรือ 10 วัน ก็จะไม่มีประโยชน์ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ดังนั้น ตนจะติดตามดูว่ามีการย้ายกลับมาหรือไม่ ซึ่งถ้าใครย้ายกลับมา ก็จะทำเรื่องถึงนายกรัฐมนตรีให้ทราบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากเจ้าหน้าที่อ้างว่าไม่รู้กฎระเบียบหรือกฎหมาย
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะในวันที่มีการประชุมแก้ไขปัญหาดังกล่าว หน่วยงานที่ขอกติกามากที่สุดคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตนก็ได้สั่งแล้วว่าให้ดำเนินการกระจายคำสั่งไปให้ทั่วพื้นที่ เพราะฉะนั้น จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะกฎหมายที่บังคับใช้ตอนนี้ก็เป็นกฎหมายเก่าทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง สถานประกอบการที่ขายสุราต่างๆ ก็เริ่มมีการปรับตัวมากขึ้น เท่าที่ตรวจสอบผู้ประกอบการส่วนใหญ่ร้อยละ90ให้ความร่วมมือดี
"กฎหมายดังกล่าว เป็นกฎหมายเก่า ถ้าคุณไม่ทำตามกฏหมายผมก็จะปิดสถานประกอบการของคุณ 5 ปี หรือปิดตลอดไป และถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ไปตรวจสอบดูแล ผมก็จะย้ายเจ้าหน้าที่ เพราะได้มีการเตือนไปตั้งแต่วันประชุมแล้ว เพราะสถานบริการพวกนี้ไม่ได้เปิดอยู่ในซอกหลืบจนหาไม่เจอ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก อีกทั้ง การตรวจก็ตรวจได้ง่าย เพราะอยู่รอบบริเวณถนน ไม่ใช่สถานที่ยากต่อการตรวจสอบ ปัญหาต่างๆพวกคุณละเลยมานานแล้ว ถ้าคุณไม่ทำแล้วจะไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร ก็ต้องให้คนอื่นไปทำหน้าที่แทน ทั้งนี้ ผมสงสัยว่า อาจจะต้องดำเนินการกับระดับผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับการจังหวัด และพวกนี้ขอตัวลูกน้องที่ปล่อยปละละเลย ให้เกิดปัญหา กลับมาช่วยงานตำแหน่งเดิม พวกนี้ก็น่าจะต้องย้ายด้วย แต่ผมไม่สามารถย้ายตำรวจได้ออก ผมก็ต้องรายงานนายกฯให้ทราบต่อไป"พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ได้รายงาน ข้อมูลเรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะ และควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการ ในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ตามคำสั่งคสช.ที่ 22/2558 ผ่านแอพพิเคชั่น ไลน์ ชื่อ คสช. 22/2558 ว่า ช่วงตั้งแต่งวันที่ 22 -23 ก.ค. 2558 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและสั่งปิดสถานบริการ ตามคำสั่งหัวหัวหน้าคสช. ไปแล้ว 5 จังหวัดหวัด ประกอบด้วย จังหวัดปทุมธานี ชื่อร้านบังกะโล ร้านม3/2 จัวหวัดชลบุรี ร้านเฟชคลับ จังหวัดเชียงราย ร้านอนุบาน ร้านคลายเครียดคาราโอเกะ ร้านล่าฝัน จังหวัดพิษณุโลก ร้านไม้หมอน ร้าน ZEUS Bar จังหวัด กรุงเทพ ร้านโกดัง เล่า เขตบางกะปิ และอยู่ระหว่างรอการดำเนินการออกคำสั่งจากทางจังหวัด จำนวน 3 จังหวัด ประกอบด้วน จังหวัดเชียงใหม่ ร้านวิธทู คลับ ร้านฉลุยค่าเฟ่ ร้ายมาลิน คลับ ร้านเติม เติม จังงหวัดพะเยา ร้านฟอร์เก็ต มีน็อต จังหวัดสตูล ร้าน 2 B Club & Restaurant รวมในรอบ 1 เดือน ดำเนินการไปแล้ว16 แห่ง 8 จังหวัด ออกคำสั่งปิดแล้ว 5 จังหวัด อีก 3 จังหวัด รอคำสั่ง และย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว 35 นาย







