
เร่งมือเมกะโปรเจกต์1.4ล้านล้าน
ครม.เศรษฐกิจไล่บี้เมกะโปรเจกต์ลงทุนอืด หลังอนุมัติโครงการไปแล้ว นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์ ทั้งในส่วนโครงการที่ ครม. เคยอนุมัติไปแล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างจัดเตรียมความพร้อมเพื่อเสนอให้ ครม.อนุมัติ
ครม.เศรษฐกิจไล่บี้เมกะโปรเจกต์ลงทุนอืด หลังอนุมัติโครงการไปแล้ว
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์ ทั้งในส่วนโครงการที่ ครม. เคยอนุมัติไปแล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างจัดเตรียมความพร้อมเพื่อเสนอให้ ครม.อนุมัติ
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า โครงการที่ ครม.อนุมัติไปแล้ว มีจำนวน 54 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 7.87 แสนล้านบาท ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างจัดเตรียมความพร้อมเพื่อเสนอให้ ครม.อนุมัติตามขั้นตอนมี 40 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 6.61 แสนล้านบาท รวมทั้งสองส่วน 1.4 ล้านล้านบาท
ดังนั้น เงินที่ใช้ลงทุนจะมาจากรายได้ของรัฐวิสาหกิจ 9.2 หมื่นล้านบาท งบประมาณ 2.42 แสนล้านบาท เงินกู้ภายในประเทศ 2.11 แสนล้านบาท เงินกู้ต่างประเทศ 1.79 แสนล้านบาท และการร่วมทุนรัฐกับเอกชน 5.9 หมื่นล้านบาท
โครงการลงทุนสำคัญที่ ครม.เศรษฐกิจมีมติให้เร่งรัด อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิตสะพานใหม่, แอร์พอร์ตลิงก์ และการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต
สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างจัดเตรียมเสนอ ครม. ที่ต้องเร่งรัดด้วยเช่นกัน ได้แก่ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่2 เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคนต่อปี เป็น 60 ล้านคนต่อปี โครงการก่อสร้างทางคู่ ช่วงลพบุรีปากน้ำโพ ช่วงมาบกะเบานครราชสีมา เป็นต้น
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงการก่อสร้างท่าเรือปากบารา โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำรายละเอียด พร้อมกับดำเนินการชี้แจงประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจ
ที่ประชุมฯ ยังได้มอบหมายให้มีการติดตามโครงการไทยเข้มแข็ง (SP2) ที่เน้นการสร้างความเข้มแข็งให้ตำบล เช่น โครงการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล และโครงการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์ เป็นต้น
แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เปิดเผยว่านายอภิสิทธิ์มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและ กทม. ไปตกลงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิตสะพานใหม่ เร่งหาข้อยุติเรื่องหน่วยงานเจ้าของโครงการ การเชื่อมต่อเส้นทางกับโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ หากไม่สามารถตกลงกันได้ที่ประชุม ครม.จะเป็นผู้พิจารณาเองทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปเร่งสรุปแนวทางนโยบายสนามบินเดียว (Single Airport)ของสนามบินดอนเมืองตามที่เคยได้มอบหมายไปก่อนหน้านี้ สำหรับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอนั้น ใช้เงินลงทุนที่สูงราว 57 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องผ่านการศึกษาด้วยว่าโครงการระยะที่ 1 สามารถรองรับการให้บริการได้มากน้อยเพียงใดก่อนที่จะมีการลงทุนใหม่ในระยะที่ 2 ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก







