posttoday
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

26 สิงหาคม 2558

โดย...รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม

โดย...รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม

ผมชอบและสนใจคำว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” เพราะผมเห็นว่ามีความหมายลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ซึ่งจิตสำนึก จิตวิญญาณ ความประพฤติปฏิบัติของมนุษย์ด้วยกัน และรัฐธรรมนูญหลายฉบับที่ผ่านมาได้บัญญัติเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้ เช่นเดียวกันกับฉบับยกร่างรัฐธรรมนูญในปัจจุบันได้บัญญัติเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้ในมาตรา 4 ดังนี้ “มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง”

ผมเข้าใจว่าการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรในรัฐธรรมนูญแบบนี้มีเจตนาและวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองประชาชน ทุกเพศทุกวัยอย่างเสมอภาค เพื่อบอกถึงวิธีการปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งในที่สุดก็ต้องพิจารณาถึงการประพฤติปฏิบัติ วิถีปฏิบัติ การบริการและการให้ความใส่ใจต่อเพื่อนมนุษย์ที่ควรจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่เน้นย้ำและให้ความสำคัญของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ลูกชายผมไปเรียนภาษาอังกฤษช่วงภาคฤดูร้อนที่ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือน ก.ค.-ส.ค. 2558 เขามาพูดคุยแลกเปลี่ยนในสิ่งที่เขาพบเห็นเกี่ยวกับที่ผ่านมาเขามีการแลกเปลี่ยนพูดคุยในสิ่งที่เขาไปพบเห็นในการจัดให้บริการสาธารณะของรถเมล์ รถไฟ ที่มีการจัดบริการที่นั่งให้กับผู้ที่มีปัญหาพิเศษทางร่างกาย เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้หญิงท้อง หรือบุคคลที่ช่วยตัวเองไม่ได้ โดยให้ได้รับการบริการอย่างเท่าเทียมกับคนทั่วไป เช่นเดียวกันกับการที่เขาได้ไปนั่งรถเมล์ที่ประเทศสวีเดน

เขาตั้งคำถามกับผมเสมอว่า ทำไมในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน รถเมล์จึงจอดชิดริมฟุตปาท ซึ่งมาทราบในภายหลังว่า การจอดชิดริมฟุตปาท เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ด้อยโอกาสอย่างผู้สูงอายุ ผู้พิการหรือคนที่มีสภาพการเดินไม่คล่องตัว เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้ผมและลูกชายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น มีข้อสรุปว่า กรณีรถเมล์เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การคุ้มครองสิทธิ และการอำนวยการให้กับผู้ที่มีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์เหมือนกับบุคคลทั่วไป และถือเป็นการเคารพความเสมอภาคของมนุษย์

ผมเองได้มีประสบการณ์ที่ไปประเทศออสเตรียที่มีการสร้างถนนและมีการคมนาคมทางถนน ซึ่งจัดช่องทางจราจรให้มีพื้นที่สำหรับทุกคนให้ได้ใช้ประโยชน์อย่างเท่าเทียม เช่น จัดให้มีทางเดินเท้า ทางคนพิการหรือผู้ไร้ความสามารถที่ต้องใช้กายอุปกรณ์ในการสัญจรถนนและการมีพื้นที่ทางจักรยาน และทางรถยนต์สัญจรทั่วไป ซึ่งทำให้มีความรู้สึกว่าแม้แต่การสร้างถนนหนทางเขาก็ให้ความสำคัญและใส่ใจในเรื่องความเท่าเทียมของมนุษย์ที่บอกอะไรต่อเพื่อนมนุษย์หลายอย่าง ซึ่งสะท้อนจิตใต้สำนึกและจิตวิญญาณของมนุษย์ด้วยกันว่า มนุษย์ไม่ควรจะเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และ “การประพฤติปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ต้องกระทำอย่างเท่าเทียม”

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ให้ต้องคิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของเพื่อนมนุษย์ทั้งในแง่ของบุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน และชุมชน สังคม ที่จะต้องพิจารณาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และจิตวิญญาณ ซึ่งผมได้พบเห็นกรณีตัวอย่างในต่างประเทศที่เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุและการให้ความใส่ใจในแง่ของการออกแบบกายอุปกรณ์ การออกแบบเตียงนอนให้เหมาะกับสรีระตามช่วงวัย รวมทั้งการออกแบบอาหารบริโภคสำหรับผู้สูงอายุก็เช่นเดียวกัน ซึ่งได้มีการตระหนักถึงช่วงวัย

สำหรับสังคมไทยดังตัวอย่างที่กล่าวมาชวนให้คิดถึงปัญหาที่เราพบทั้งการกระทำของบุคคล หน่วยงาน องค์กร ในการให้บริการที่สะท้อนถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เช่นกัน ทั้งในแง่ของการให้บริการสาธารณะต่างๆ แก่ผู้ที่ไร้ความสามารถ ผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ที่จะต้องให้หน่วยบริการใส่ใจต่อการออกแบบและการจัดบริการให้เหมาะสมกับสภาพของเพื่อนมนุษย์

“ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน เช่น การจอดรถเมล์ ให้บริการผู้โดยสารโดยทั่วไปในสังคมไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่” ผมเห็นว่าการจอดยังยึดความสะดวกไม่ใส่ใจต่อผู้ที่ไร้ความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งเด็กเล็กที่จะต้องให้บริการอย่างเท่าเทียม

“อีกตัวอย่างหนึ่ง การส่งเสริมให้คนออกกำลังกายโดยใช้จักรยาน” ที่เป็นกระแสรณรงค์ทั้งรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ อยู่ในขณะนี้มักจะสวนทางกับสภาพความเป็นจริงของการจัดให้บริการ กระทรวงคมนาคมที่มีหน้าที่จัดให้บริการไม่ค่อยจัดทำถนนที่คำนึงถึงผู้ใช้จักรยานเพราะเราไม่มีทางจักรยานให้บริการ ไม่ว่าในเขตเมืองและเขตชนบท

“ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมา ผมไม่แน่ใจว่าบุคคล หน่วยงานที่มีหน้าที่ให้บริการเกี่ยวกับสวัสดิการในเรื่องเหล่านี้ได้คิดคำนึงถึงความมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องอยู่ในจิตสำนึกและจิตวิญญาณ เพราะเห็นว่าหน่วยงานที่รับไปปฏิบัติในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้นยังเป็นเรื่องที่ต้องมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการให้บริการและการคุ้มครองสิทธิพิทักษ์ความเท่าเทียมของเพื่อนมนุษย์อยู่เสมอ

ผมสอนหนังสืออยู่ที่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เฝ้าตระหนักต่อสิ่งเหล่านี้ตลอดมา โดยเฉพาะการปลูกฝังและส่งเสริมให้กับนักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งเห็นว่า “เป็นส่วนหนึ่งของวิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์” ที่จะต้องร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตระหนักถึงความเป็นจิตวิญญาณ จิตใต้สำนึกในเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

โดยเฉพาะองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพัฒนาคนในองค์กรให้มีความเป็นวิชาชีพที่ตระหนักถึงความเสมอภาค ความเท่าเทียมของมนุษย์ที่ควรจะได้รับความคุ้มครอง “ซึ่งควรจะเป็นระดับนโยบายของรัฐในยุคปฏิรูป” เพื่อจะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ร่วมกันและเห็นว่าเป็นเสน่ห์ของคนไทยที่มีทุนในเรื่องเหล่านี้อยู่มากมายที่ไม่ควรจะหลุดหายไปจากสังคมไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท