
กกร.ชง ‘สมคิด’ อุ้มเอกชนฝ่าวิกฤต
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย เตรียมข้อเสนอของภาคเอกชนให้สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ช่วยเหลือแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า วันที่ 27 ส.ค.นี้ สมคิดจะกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นโยบายเศรษฐกิจและทิศทางประเทศไทย” ที่โรงแรมดุสิตธานี ให้สมาชิก กกร.รับทราบ ในโอกาสนี้ กกร.จะเสนอให้รื้อฟื้นคณะกรรมการพัฒนาการส่งออก หรือทีมไทยแลนด์ขึ้นมาโดยเร็ว เพื่อให้เกิดการบูรณาการทำงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรขยายการลงนามเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือเอฟทีเอ กับประเทศอื่นๆ เช่น ปากีสถาน อินเดีย ตุรกี หลังจากไทยไม่สามารถลงนามเอฟทีเอกับกลุ่มยุโรปได้ โดยเฉพาะประเทศตุรกี เพื่อเป็นประตูการค้าในการส่งสินค้าไปยังกลุ่มประเทศยุโรป รวมทั้งการแก้ปัญหาการค้าชายแดนกับกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี เนื่องจากขณะนี้สินค้ายังติดค้างอยู่ที่ด่านหลายวัน ทำให้เสียโอกาสในการส่งออก หากแก้ปัญหาดังกล่าวได้จะช่วยส่งออกสินค้าชายแดนได้มากขึ้น
สำหรับ ส.อ.ท.จะเสนอให้ปรับโครงสร้างภาษีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อจูงใจให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบภาษีที่ถูกต้องมากขึ้น ได้แก่ การยกเลิกการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีรายได้ไม่เกิน 200 ล้านบาท จากปัจจุบันที่เก็บอยู่ 20% การไม่สอบภาษีย้อนหลัง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาลงทะเบียนทำธุรกิจให้ถูกต้องมากขึ้น เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถึง 80% หลีกเลี่ยงภาษี ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ จะให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ เพราะเมื่อเกษตรกรขายผลิตผลทางการเกษตรได้รายได้ลดลง ได้ส่งผลให้เงินที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อการบริโภคในภาพรวมลดลงตามไปด้วย
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้รับนโยบายจากรัฐบาลในการเพิ่มกำลังซื้อให้กลุ่มรากหญ้าและผู้มีรายได้น้อย โดยจะจัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ที่สำรวจพบว่ามีผู้มีรายได้น้อยกว่า 4.5 ล้านครัวเรือน ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
ทั้งนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้ร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ในการจัดหาที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย ตั้งเป้าไว้เบื้องต้น 2.7 ล้านครัวเรือน มีทั้งโครงการในรูปแบบขายและให้เช่า ซึ่งจะมีการพิจารณาในแง่รายได้ของผู้ที่มีรายได้น้อยด้วยว่าควรจะอยู่ที่ระดับใด แต่ละปีมีการปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน คาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในปี 2559
วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในขณะนี้เรียกได้ว่าเข้าสู่ภาวะวิกฤตแล้ว เนื่องจากการส่งออกหดตัว สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และภาคธุรกิจประสบปัญหาขาดทุน โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ทยอยล้ม
“อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำมาก มีลักษณะเป็นรูปตัวยู (U) ที่อาจจะมีก้นยาวมาก และยาวแค่ไหนไม่มีใครรู้ วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้อาจจะน้องๆ ต้มยำกุ้ง แต่ไม่รุนแรงเท่าปี 2540 เพราะตอนนี้ไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง” วีรพงษ์ กล่าว
วีรพงษ์ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะเป็นไปตามกลไกเศรษฐกิจโลก รัฐบาลมีหน้าที่ต้องประคับประคองไม่ให้เศรษฐกิจทรุดลงไปมากกว่านี้ ดูแลสภาพคล่องในระบบไม่ให้ขาด และเพิ่มการลงทุนภาครัฐให้มากขึ้น
“การเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจก็ดี เพราะจะได้มีของใหม่ๆ เข้ามา แต่อย่าตั้งความหวังสูง อาจจะผิดหวัง เพราะไม่ว่าจะเป็นทีมไหนเข้ามาก็ทำให้เศรษฐกิจฟื้นไม่ได้ ทำได้แค่ประคับประคอง” วีรพงษ์ กล่าว







