
โฆษก สตช.โวยกล้องห่วยไม่ช่วยจับมือบึ้ม
โฆษกตำรวจยอมรับกล้องวงจรปิดห่วยไม่ช่วยจับมือบึ้ม จี้ กทม.ซื้อซีซีทีวีคมชัดติดจุดสำคัญทั่วกรุง ย้ำระเบิดแยกราชประสงค์ไม่ใช่ก่อการร้ายสากล
โฆษกตำรวจยอมรับกล้องวงจรปิดห่วยไม่ช่วยจับมือบึ้ม จี้ กทม.ซื้อซีซีทีวีคมชัดติดจุดสำคัญทั่วกรุง ย้ำระเบิดแยกราชประสงค์ไม่ใช่ก่อการร้ายสากล
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวระหว่างเชิญสื่อหนังสือพิมพ์ จำนวน 18 ฉบับ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข่าวสารต่อสาธารณะ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ว่า มีความจำเป็นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะต้องจัดหากล้องวงจรปิดที่ได้มาตรฐานสามารถมองเห็นหน้าตาคนได้คมชัดเหมือนอย่างในหลายประเทศมี
นอกจากนี้ ต่อไปจุดสำคัญๆ ในกรุงเทพฯ จะต้องมีกล้องวงจรปิดมากพอ และต้องมีความคมชัดสูง สามารถดูย้อนหลังได้เป็นเดือน ซึ่งคราวนี้หากคนร้ายสามารถแบกเป้ขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสได้จะมีคนเสียชีวิตรร่วม 200 คน ขบวนรถจะตกลงจากรางมาทับรถยนต์ด้านล่างอีก ซึ่งจะทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมากกว่านี้
"เหตุที่ท่าน ผบ.ตร.พูดว่าเราจับไม่ได้ เพราะขาดเทคโนโลยี เป็นการสะท้อนว่าหากเกิดเหตุขึ้นในอนาคตจะทำอะไรไม่ได้ เพราะกล้อง กทม.ที่มีคราวนี้ 10 ตัว ใช้ได้ 5 ตัว ส่วนใหญ่ก็เป็นของเอกชน ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าตำรวจจะซื้อเอง ไม่ได้ซื้อ เขาจะซื้อก็อยากได้กล้องที่ดีสามารถมองเห็นหน้าชัดๆ เหมือนที่เมืองนอกเขามี ที่มีมองไม่เห็นอะไรเลย เราเลยทำอะไรไม่ได้ ไฟแดงเสียก็ทำอะไม่ได้ จะขีดเส้นบนถนนยังทำไม่ได้" พล.ต.ท.ประวุฒิ ระบุ
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า หลังมีพยานยืนยันว่าผู้ต้องหาได้เปลี่ยนเสื้อจากสีเหลืองเป็นสีเทาเข้าไปถ่ายภาพผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถือว่าเป็นหลักฐานหนึ่งในการสอบสวน แต่ปรากฎว่ากล้องวงจรปิดที่โรงพยาบาลก็ใช้งานไม่ได้ทำให้ไม่เห็นหน้าตาผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยืนว่าเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ไม่ใช่การก่อการร้ายสากล เพราะไม่เข้าองค์ประกอบนิยามการก่อการร้ายสากลที่ผู้ก่อเหตุจะออกมายอมรับในภายหลัง
"หากไปยอมรับ ประเทศไทยจะกลายเป็นแหล่งก่อการร้าย ซึ่งจะทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว ถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร ไม่ว่าการวางระเบิดที่ราชประสงค์และที่ท่าน้ำสาทร อาจเป็นชาวต่างชาติหรืออาจจะเป็นคนไทยหน้าคล้ายฝรั่งก็ได้ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน หลังเผยแพร่ภาพคนร้ายไปมีคนโทรมาเป็นร้อยสาย แต่ไม่ใช่สักคน ตอนนี้เดินเข้ามามอบตัวกับผมๆ ยังไม่กล้าแจ้งข้อหาเลย" พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า ต่อไปนี้การให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนจะเป็นเอกภาพ โดยตนเองจะทำหน้าที่แถลงข่าวเองคนเดียว เพราะรับผิดชอบทั้งการสืบสวนสอบสวน และด้านเทคนิค อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้ถือว่าสื่อมวลชนไทยโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ทำหน้าที่ได้ดีมีการรายงานข่าวอย่างตรงไปตรง ต่างจากสื่อต่างชาติที่แย่มาก มีการก้าวก่ายการทำงานของเจ้าหน้าที่ เช่น สื่อฮ่องกง ถูกเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยจับกุมข้อหาสวมเสื้อเกราะซึ่งผิดกฎหมาย แต่พยายามมาต่อรองให้ปล่อยตัว หรือสถานีโทรทัศน์ญี่ปุ่นไปรายงานข่าวโดยระบุชื่อคนร้าย ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริง







