posttoday
บวรศักดิ์อโหสิกรรม "วันชัย" ประกาศคว่ำร่างรธน.

บวรศักดิ์อโหสิกรรม "วันชัย" ประกาศคว่ำร่างรธน.

25 สิงหาคม 2558

บวรศักดิ์อโหสิกรรม "วันชัย" หลังประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ มั่นใจสปช.โหวตผ่าน ยันร่างเสร็จครบถ้วนไม่ต้องมีคำปรารภ

บวรศักดิ์อโหสิกรรม "วันชัย" หลังประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ มั่นใจสปช.โหวตผ่าน ยันร่างเสร็จครบถ้วนไม่ต้องมีคำปรารภ

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่นายวันชัย สอนศิริ สปช. แถลงข่าวคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญในช่วงการประชุมหารือระหว่างสปช. กับกมธ.ยกร่างฯเกี่ยวกับเนื้อหาร่างรธน. ซึ่งระหว่างรับประทานอาหารร่วมกันระหว่างกมธ.ยกร่างฯ และสปช. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯ ได้สอบถามหาตัวนายวันชัยว่าอยู่ไหน  จากนั้นนายบวรศักดิ์ได้เดินไปหานายวันชัยพร้อมระบุว่า “ขออโหสิกรรม ให้แก่นายวันชัย อาจเป็นเพราะชาติที่แล้ว เราสองคนได้มีเวรกรรมต่อกัน” ก่อนที่นายบวรศักดิ์เดินออกจากห้องรับประทานอาหาร

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามเรื่องนี้กับกมธ.ยกร่างฯ ก็ได้รับการชี้แจงว่า กมธ.ไม่ได้โกรธอะไรกับนายวันชัย และได้อโหสิกรรมพร้อมแจ้งให้นายวันชัยทราบไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากการประชุมร่วมกันระหว่างสปช.และ กมธ.ยกร่างฯ ภายหลังได้พูดคุยกับสปช.แล้ว ยืนยันว่าร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบในการลงมติในวันที่ 6 ก.ย. เว้นแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งสัญญาณให้สปช.มีความเห็นเป็นอย่างอื่น

ส่วนการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ หรือ คปป.  ที่ถูกโจมตีอยู่ในขณะนี้  ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวครม.เป็นผู้เสนอมา และกมธ.ยกร่างฯ ก็นำมาปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของครม. เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติการเมืองที่อาจเกิดช่องว่างขึ้นได้ในอนาคต

ขณะที่การประชุมดังกล่าวในช่วงเช้า นายบวรศักดิ์ ได้ชี้แจงเรื่องที่กมธ.ยกร่างฯไม่ได้บัญญัติคำปรารภในร่างรัฐธรรมนูญเพราะเป็นเรื่องของพระราชอำนาจที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2475 และยืนยันว่ากมธ.ยกร่างฯได้ทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่ติดใจที่สปช.จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

ทว่า นายวันชัย ได้ลุกขึ้นโต้แย้งว่า เรื่องคำปรารภที่นายบวรศักดิ์อ้างไม่ถูกต้องทั้งหมดและราชประเพณีได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้น กมธ.ยกร่างฯ ก็ควรยกร่างคำปรารภมาบางส่วนเพื่อให้สปช.ได้เข้าใจหลักการและเหตุผลของรัฐธรรมนูญก่อนการลงมติในวันที่ 6 ก.ย. และภายหลังการทำประชามติจากประชาชนสำนักเลขาธิการครม. จะแก้ไขเนื้อหาก่อนทูลเกล้าฯก็ไม่ขัดข้อง อีกทั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เคยตีความเรื่องคำปรารภของรัฐธรรมนูญ 50 ว่าเป็นสาระสำคัญ ซึ่งเกิดจาก การร่างของสสร. 50  มิใช่เกิดจากการเขียนโดยสำนักเลขาธิการครม. แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ในการสัมมนายังได้สลับกับการชี้แจงโดย กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และการซักถามในหัวข้อต่างๆ จากสปช. ครั้งละ 5คำถาม และเรียงลำดับตามเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับประเด็นที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุด คือ สาระเกี่ยวกับการเมือง เช่น นายกรัฐมนตรีคนนอก, การดำรงตำแหน่ง สส. และสว. และคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงการเลือกตั้ง  ซึ่งกมธ.ยกร่างฯ อาทิ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯ และนายคำนูณ สิทธิสมาน ได้ตอบคำถามในประเด็นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ มีประเด็นที่สปช. เสนอได้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้เห็นด้วยในหลักการ คือ กรณีที่ให้สิทธิประชาชนฟ้องร้องต่อศาลกรณีที่มีผู้มีกระทำการล้มการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสียสิทธิและสิ้นเปลืองงบประมาณ โดยในร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ได้มีการบัญญัติไว้ ดังนั้นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้รับหลักการและจะนำไปเขียนไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ กรรมการยุทธศาสตร์ฯ สปช.ได้ตั้งคำถามในเรื่องการแต่งตั้งอำนาจหน้าที่ และการประเมินผลของการใช้อำนาจ ซึ่งนายคำนูณได้ชี้แจงว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ จะได้รับการแต่งตั้งก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เนื่องจากในบทเฉพาะกาลได้กำหนดให้จัดทำพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จ จากนั้นค่อยจัดการเลือกตั้งได้ ซึ่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯจะสามารถแต่งตั้งได้ก่อนจำนวน 19 คน จากทั้งสิ้น 23 คน โดยเว้นตำแหน่งกรรมการจำนวน 3 คน ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา ทั้งนี้กรรมการ 19 คน มีสิทธิ์ที่จะเลือกประธานกรรมการยุทธศาสตร์ฯได้ โดยจะเลือกบุคคลภายนอกที่ไม่เป็นกรรมการเข้ามาทำหน้าที่ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ฯได้

สำหรับหน้าที่ จะเน้นเรื่องการปฏิรูปประเทศเป็นหลัก แต่อำนาจพิเศษจะใช่ได้เฉพาะเงื่อนเดียวคือ ป้องกันไม่ให้เกิดรัฐล้มเหลว ส่วนสภาดำเนินการปฏิรูป จะประกอบด้วย 3 ส่วน ไปเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ คณะกรรมการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเชี่ยวชาญการปฏิรูปด้านต่างๆซึ่งกรรมการยุทธศาสตร์ฯเป็นผู้แต่งตั้ง และคณะกรรมการอิสระ เสริมสร้างความปรองดองเข้ามาทำหน้าที่ โดยรูปแบบการทำงานจะไม่เหมือนรัฐสภา เพราะได้มีการกำหนดเงื่อนไขใน1ปี อาจจะประชุมแค่ 2-3 ครั้งเพื่อประเมินผลการทำงาน ,ทำแผนการปฏิรูปปีถัดไป และทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป โดยประธานสภาดำเนินการปฏิรูป จะเป็นคนเดียวกันกับประธานกรรมการยุทธศาสตร์ฯ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน